ปลูกกล้วยไม้พันธุ์แท้เป็นอาชีพ มีรายได้ไม่ขาดมือ

คุณกิตติภพ เจียรัตนมานิต อยู่บ้านเลขที่ 48/2 หมู่ที่ 1 ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ชอบปลูกเลี้ยงกล้วยไม้สายพันธุ์แท้ โดยเลือกไม้ที่เข้ากับสภาพแวดล้อมจังหวัดที่เขาอยู่ ทำให้จากที่ซื้อมาปลูกเพื่อเป็นไม้สะสม แต่กลับเป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับเขาไปเสียแล้ว ซึ่งเขาเองบอกว่าทำแล้วไม่ได้เป็นอาชีพทำเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างความสุขให้กับเขาได้อีกด้วย

คุณกิตติภพ เจียรัตนมานิต

จากซื้อกล้วยไม้สะสม จนมาเป็นงานสร้างอาชีพ

คุณกิตติภพ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ซึ่งในระหว่างนั้นมีความชอบกล้วยไม้มาก จึงได้หาซื้อมาปลูกเลี้ยงเล่นๆ ที่บ้าน โดยจะเน้นเป็นกล้วยไม้ที่สวยๆ ออกดอกปีละ 1-2 ครั้ง หรือนานๆ ออกดอก เพราะมีความสวยงามน่าหลงใหลเวลาที่รอคอยเพื่อเชยชม

“แรกๆ นี่สะสมเพื่อความสวยงามอยู่ที่บ้าน ไปเดินเที่ยวงานขายต้นไม้ที่ไหน ก็จะซื้อมาเรื่อยๆ พอมาปี 48 ไม้ก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้น ก็เริ่มมามองเห็นว่า เราน่าจะทำเป็นการค้าดีไหม เพราะอย่างน้อยจะได้ทำไม้ออกขาย เพราะมันเป็นสิ่งที่เรารักเราชอบ ก็เลยทำเป็นสวนกล้วยไม้ขึ้นมาที่บ้านหลังจากนั้นมา” คุณกิตติภพ เล่าถึงชีวิตที่เดินอยู่ในแวดวงกล้วยไม้

กล้วยไม้ที่ปลูกในสวนส่วนใหญ่ คุณกิตติภพ บอกว่า จะเน้นไปกล้วยไม้ไทยพันธุ์แท้ เช่น กล้วยไม้สกุลช้าง สายเสริฐ และเหลืองจันทบูร ฯลฯ เนื่องจากเขามีบ้านอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี จึงมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะปลูกกล้วยไม้เหล่านี้ได้ดี

รากกล้วยไม้สกุลช้าง ที่ไม่ใช้กาบมะพร้าวปลูก

ขยายพันธุ์กล้วยไม้ ทั้งแบบผสมเกสรและแยกหน่อ

กล้วยไม้ในแต่ละต้นก่อนที่เจริญเติบโตจนสามารถจำหน่ายได้ คุณกิตติภพ เล่าว่า ต้องผ่านการดูแลจากการเป็นไม้ขวดเสียก่อน ซึ่งไม้ขวดเหล่านั้นเกิดจากการที่ทางสวนเป็นผู้พัฒนาขึ้นคือ การนำเมล็ดที่เกิดจากการผสมเกสรเพื่อให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ๆ หรือการใช้ต้นพันธุ์เดิมที่มีอยู่แล้วนำเนื้อเยื่อไปเข้าห้องแล็บ เพื่อทำในกระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

“การใช้ฝักที่ได้จากผสมเกสร ก็เป็นวิธีการที่ดี เพราะจะทำให้เราเจอต้นพันธุ์ที่สวยกว่าพ่อแม่พันธุ์ เราสามารถคัดพันธุ์ได้จากตรงนี้ ส่วนไม้ที่เราเอาหน่อไปทำเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมันก็จะไม่มีอะไรแปลกใหม่ จะยังคงสภาพสายพันธุ์เดิมอยู่ตลอด จากนั้นพอการทำเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

 

เสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 ปี เราจึงค่อยเอาไม้ออกจากขวด เพื่อเลี้ยงดูให้เติบโตต่อไปเป็นไม้นิ้ว และดูแลต่อไปอีก 2-3 ปี ก็จะเป็นไม้ใหญ่พร้อมให้ดอก เราก็ขายได้” คุณกิตติภพ อธิบาย

ซึ่งการทำไม้ให้ใหญ่นั้นวัสดุที่ใช้ปลูกจะเป็นพวกมะพร้าวสับหรือมะพร้าวชิ้นก็ได้ แต่เมื่อย้ายไม้ไปปลูกในกระถาง 6 นิ้ว วัสดุที่ใช้ปลูกจะเปลี่ยนเป็นมะพร้าวสับผสมกับถ่านเท่านั้น ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1

สายเสริฐ

ในเรื่องของการรดน้ำให้กับกล้วยไม้ คุณกิตติภพ บอกว่า จะดูตามชนิดของกล้วยไม้ว่าปลูกด้วยวิธีใด เพราะกล้วยไม้แต่ละชนิดชอบวัสดุปลูกไม่เหมือนกัน เช่น กล้วยไม้ช้าง แวนด้า ที่เป็นแบบรากอากาศที่ไม่ต้องปลูกใส่กาบมะพร้าว จำเป็นต้องรดน้ำค่อนข้างนาน เพื่อให้รากทั้งหมดเป็นสีเขียวแล้วจึงจะหยุดการรดน้ำ ส่วนที่มีวัสดุปลูกก็รดน้ำพอชุ่ม โดยรดน้ำอย่าให้เกินช่วงเช้าเวลา 10.00 น. และช่วงเย็นเวลา 16.00-18.00 น.

“พอระบบทุกอย่างของกล้วยไม้มีครบ เราก็จะต้องมีเน้นเรื่องการให้ปุ๋ย โดยถ้าเราไม่มีเวลาฉีดพ่น ก็จะให้เป็นปุ๋ยออสโมโค้ทที่ละลายช้าสูตรเสมอแทน ซึ่งที่สวนก็จะให้ทั้งรากและทางใบเสริมเข้าไปด้วย เพราะการให้ปุ๋ยทางใบ ไม้จะได้รับปุ๋ยได้เร็วกว่า การเจริญเติบโตก็จะดี” คุณกิตติภพ กล่าวถึงการให้ปุ๋ย

โรคและแมลงศัตรูของกล้วยไม้ช่วงที่ต้องระวังมากที่สุดคือ ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่จะมีการเปลี่ยนผ่านฤดูร้อนไปยังฤดูฝน กล้วยไม้จะค่อนข้างมีความอ่อนแอ จะทำให้โรคและแมลงเข้าทำลายได้ง่าย คุณกิตติภพ บอกว่า จะต้องเตรียมการฉีดพ่นยาไว้เสียก่อนเพื่อเป็นการป้องกัน โดยฉีดพ่นยาทุก 7 วันครั้ง สลับกับการฉีดพ่นปุ๋ย

เน้นปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ ตามความต้องการของตลาด

ในช่วงแรกของการทำตลาดกล้วยไม้ใหม่ๆ คุณกิตติภพ เล่าว่า ยังไม่มีความชำนาญในเรื่องนี้มากนัก เพราะยังเป็นผู้ผลิตรายใหม่ที่ก้าวเข้ามาในแวดวงนี้ โดยเขาจะเน้นส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อถึงสวนเสียมากกว่า จึงได้สังเกตเห็นว่าเขาต้องการกล้วยไม้ชนิดไหนมากที่สุด จึงทำให้สามารถจับทิศทางเรื่องตลาดได้ดี

 

“กล้วยไม้พันธุ์แท้พวกกล้วยไม้ป่า นี่ถือว่าเป็นที่นิยม แม้จะออกดอกได้ปีละครั้งก็ตาม และที่เรารู้จักกันดีอย่างเช่น สายเสริฐ ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกได้ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงฤดูหนาวกับร้อน ช่วงฤดูฝนไม้จะพักตัวจะเริ่มแตกหน่อ เรียกว่าตลาดนิยมไม้ที่มีกลิ่นหอม เราก็สามารถผลิตไม้พวกนี้ออกมาขายได้เรื่อยๆ” คุณกิตติภพ กล่าว

 

ซึ่งราคากล้วยไม้ที่คุณกิตติภพขายต่ำสุดอยู่ที่กระถางละ 150 บาท และสูงสุดราคาอยู่ที่กระถางละ 1,000 บาท ขึ้นไป ราคาที่มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดไซซ์ของกล้วยไม้ โดยเวลาที่ส่งไว้ขายต้องให้ไม้ออกดอกด้วย เพื่อเป็นความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าเป็นสายพันธุ์นั้นจริงๆ

เหลืองจันทบูร

 

 

สำหรับผู้ที่ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้อยู่ที่บ้าน ไม้ไม่มีดอกเหมือนครั้งแรกที่ซื้อมา คุณกิตติภพ ให้เหตุผลว่า ผู้ปลูกอาจรดน้ำเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการใส่ปุ๋ยบำรุง จึงเป็นสาเหตุให้กล้วยไม้ไม่ออกดอกสม่ำเสมอเท่าที่ควร

เอื้องพร้าว การันเท

 

ทั้งนี้ คุณกิตติภพ ยังกล่าวเสริมต่อไปให้กับผู้ที่สนใจอยากปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เพื่อเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ว่า

“สิ่งแรกที่อยากจะให้คนที่อยากทำเป็นอาชีพ มองในเรื่องของตลาดก่อน เพราะคนส่วนใหญ่ชอบที่อยากจะเป็นผู้ผลิตก่อน โดยเริ่มปลูกจากทีละน้อยก่อน ยังไม่ต้องทำจำนวนมาก และที่สำคัญต้องดูด้วยว่าเราอยู่ในภูมิภาคไหน ควรที่จะเลือกไม้อย่างไร อย่างสกุลหวายเหมาะที่จะอยู่ภาคกลาง ส่วนเหลืองจันทบูร สายเสริฐ เหมาะที่จะอยู่ในแถวจังหวัดจันทบุรี ส่วนเรื่องน้ำก็สำคัญ ต้องมีให้กับไม้เพียงพอ อีกอย่างที่สำคัญ คือเรื่องใจรัก เราต้องมีก่อนที่จะลงมือทำ ไม้ที่เราปลูกก็จะดอกออกมาสวย เท่านี้มันก็เป็นอาชีพทำเงินให้เราได้อย่างสบายๆ”

รุ่งกมล

 

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณกิตติภพ เจียรัตนมานิต ที่หมายเลขโทรศัพท์ (080) 240-4048, (086) 885-4642