ไม้ดอกกระถางภูเก็ต สวยงาม เปี่ยมด้วยคุณภาพ

ภูเก็ต เป็นจังหวัดเดียวที่เป็นเกาะของบ้านเรา บนพื้นที่ 540 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 400,000 กว่าคน ความหนาแน่นของประชากร 740 คน ต่อตารางกิโลเมตร หนาแน่นเป็น อันดับ 5 ของประเทศไทย โดยยังไม่รวมคนที่ไม่ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในจังหวัด และชาวต่างด้าวเพื่อนบ้านเราอีกจำนวนเกือบแสนคน มากกว่าทัพที่ยกมาตีเมืองถลางตอนสงครามเก้าทัพ ในตอนนั้นแม่ทัพใหญ่ยี่หวุ่น ของพระเจ้าปดุง แห่งอังวะคุมกำลัง 3,000 คน มาตีเมืองถลาง จำนวนคนน้อยมากเทียบไม่ได้กับบัดเดี๋ยวนี้

ใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า

จากผืนดินที่ถูกพลิกขึ้นมาเพื่อหาแร่ดีบุกที่มีราคา…เศรษฐกิจของภูเก็ตรุ่งเรืองอยู่หลายสิบปี จนกระทั่งสามารถหาโลหะอื่นมาแทนดีบุกได้ในราคาที่ถูกกว่า ผืนดินของภูเก็ตก็หมดราคาลง เมืองภูเก็ตเงียบอยู่หลายปีจนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเข้ามามากขึ้น จนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ผืนดินทุกตารางนิ้วจึงมีราคาเหมือนทองคำ ที่ดินส่วนใหญ่ถูกใช้ในการอยู่อาศัยและทำธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งสามารถหารายได้เข้าประเทศได้เป็นอย่างดี ค่าครองชีพของภูเก็ตจึงสูงเป็นอันดับแรกๆ ของประเทศไทย

พื้นที่ที่เหลือให้ทำเกษตรแทบจะไม่มีแล้วในจังหวัดภูเก็ต ที่เหลือมากหน่อยก็เป็นสวนยางพารา ซึ่งนับวันจะหดหายไป เนื่องจากราคายางตกต่ำ พื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ ส่วนใหญ่เป็นของนายทุนซึ่งที่ยังไม่มีโครงการทำธุรกิจ ดังที่มีข่าวพื้นที่นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ตที่ตำบลไม้ขาว เป็นตัวอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการเหลือที่ดินเกษตรที่กำลังถูกเปลี่ยนแปลงไป ผู้เขียนมีโอกาสไปจังหวัดภูเก็ตบ่อย แต่การหาเรื่องราวการเกษตรกรรมในจังหวัดนี้ค่อนข้างยาก เนื่องจากความจำกัดของราคาที่ดิน

บานสะพรั่ง

จนได้มาเจอ คุณคุณาพจน์ ต่อศักดิ์ หรือ คุณดั้ม ซึ่งทำแปลงเกษตรเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ดอกไม้กระถาง คุณดั้มจบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมเครื่องกล จากสถาบันที่มีชื่อเสียง ได้ทำงานเกี่ยวกับวิศกรรมที่ได้เรียนมาประมาณ 2 ปี จึงออกมาทำธุรกิจรถบรรทุกหินทรายสำหรับงานก่อสร้างและบรรทุกดินสำหรับงานถมที่ ได้ประมาณ 5 ปี ในช่วงปี พ.ศ. 2550 เกิดวิฤกติน้ำมันมีราคาแพงมาก ไม่คุ้มกับรายได้ จึงค่อยๆ เลิกกิจการไปจนกระทั่งหยุดธุรกิจนี้โดยสิ้นเชิง ด้วยความที่ใจรักเกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับอยู่แล้ว จึงหันกลับมามองธุรกิจด้านการเกษตร มีโอกาสได้รู้จัก สวนไม้ไทย ซึ่งมี ป้าเอียบ ชาวจังหวัดชุมพร มาเปิดกิจการเพาะต้นไม้และขายต้นไม้อยู่หลังตลาดท้ายรถที่ในเมืองภูเก็ต

ป้าเอียบ ได้แนะนำเกี่ยวกับการเพาะต้นดาวเรืองให้ โดยไม่ปิดบังทั้งเรื่องเมล็ดพันธุ์ ดิน ปุ๋ย และยา ซึ่งป้าเอียบให้คำมั่นว่า ถ้าทำได้ ให้ทำมาส่งขายที่ร้าน คุณดั้ม ได้ทดลองทำอยู่ประมาณ 3 เดือน ก็สามารถเพาะดาวเรืองกระถางจนประสบผลสำเร็จ ป้าเอียบจึงไว้วางใจให้เพาะดาวเรืองกระถางส่งมาขายที่ร้านสวนไม้ไทย ครั้งแรกที่ส่งดาวเรืองกระถาง มีจำนวน 800 ต้น ต่อมามีการขยายพื้นที่ จึงนำไปขายที่ สวนรุ่งทรัพย์ โดยมี พี่ทรัพย์ ชาวราชบุรี ที่มีร้านอยู่ที่หน้าการไฟฟ้านากก พี่ทรัพย์เจ้าของร้านเห็นดาวเรืองในกระถางก็มีความพอใจ จึงซื้อไว้ขายหมดทั้ง 150 กระถาง ต่อมาทั้งสองร้านก็เป็นร้านหลักที่รับต้นไม้ของสวนคุณดั้มอยู่จนถึงปัจจุบัน

กล้าดาวเรือง ที่พร้อมลงกระถาง

การเพาะกล้าดาวเรือง

วิธีเพาะกล้าดาวเรืองของสวนคุณดั้ม จะใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี เชื่อถือได้ จากบริษัท ทองเฉลิม จำกัด และ บริษัท เอกะอาโก ราคาเมล็ดละ 1.50 บาท มาใช้ เนื่องจากให้ต้นที่ดี เจริญเติบโตได้สม่ำเสมอ และดอกใหญ่สีสันสดสวย การใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ถาดที่เพาะกล้า ใช้ถาดขนาด 200 ต้น โดยจะใช้พีชมอสส์เพียงอย่างเดียว เพื่อลดปัญหาเชื้อโรคที่สะสมในดินและสามารถควบคุมความชื้นได้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเทพีชมอสส์ลงในถาดแล้ว ก็จะใช้ไม้ไผ่ที่เหลามาเกลี่ยให้พีชมอสส์ลงหลุมให้ทั่ว แล้วจึงนำไม้ไผ่มาจิ้มหลุมปลูกให้ครบทุกหลุม ลึกประมาณครึ่งเซนติเมตร โรยเมล็ดดาวเรืองลงในหลุม หลุมละ 1 เมล็ด จนหมด แล้วใช้ไม้ไผ่ปาดพีชมอสส์กลบเมล็ดดาวเรือง หลังจากนั้น นำมาวางไว้บนเรือนเพาะชำ รดน้ำด้วยฝักบัวฝอยให้ชุ่ม วันละครั้งตอนเช้า ช่วงนี้จะไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยและยาเลย จนกระทั่งต้นดาวเรืองอายุได้ 15 วัน ก็จะมีขนาดพอดีสำหรับการย้ายกระถาง

วิธีการอนุบาลและให้ปุ๋ย

สีสวยงาม

ต้นกล้าดาวเรือง อายุ 15 วัน จะมีขนาดความสูงประมาณ 2 นิ้ว จะถูกย้ายลงในกระถาง 6 นิ้ว ที่เตรียมวัสดุปลูกไว้แล้ว คือ ขุยมะพร้าว มูลวัวแห้ง ดินดีในสวน ในอัตราส่วน อย่างละ 1 ส่วน คลุกเคล้ากันให้เข้ากัน เมื่อนำต้นดาวเรืองปลูกลงกระถางละต้น ก็จะนำออกแดดเลย การนำกล้าดาวเรืองลงกระถางต้องทำด้วยความพิถีพิถันไม่ให้รากขาดหรือกระทบกระเทือน เพราะอาจทำให้ต้นดาวเรืองชะงักการเจริญเติบโต รดน้ำเช้า-เย็น วันละ 2 ครั้ง ครบ 3 วัน ก็เริ่มใส่ปุ๋ย สูตร 25-7-7 ต่อมาใส่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณครึ่งช้อนชา จนครบอายุ 25 วัน ให้เด็ดยอด ต้นดาวเรืองที่มีอายุ 25 วัน จะมีขนาดประมาณ 3.5 นิ้ว เด็ดยอดออกประมาณครึ่งนิ้ว เพื่อให้ต้นดาวเรืองแตกยอด เมื่อต้นดาวเรืองอายุครบ 30 วัน ก็จะเปลี่ยนปุ๋ยเป็นปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 หรือ 20-20-20 สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในอัตราเดิม และในแต่ละสัปดาห์จะพ่นปุ๋ยน้ำ สูตร 20-20-20 พร้อมฮอร์โมนบี 1 และแคลเซียมโบรอน ให้สัปดาห์ละครั้ง เพื่อช่วยให้ลำต้นกว้างขึ้น เพราะลำต้นจะดูดสารอาหารได้ดี

ดาวเรืองพร้อมขาย เมื่ออายุ 60 วัน  

ต้นกล้าดาวเรืองที่อายุ 45 วัน ก็จะเริ่มแทงตุ่มดอก ในช่วงนี้ใส่ปุ๋ยเร่งดอก สูตร 8-24-24 จนถึงอายุ 60 วัน ในตอนนี้ตุ่มดอกดาวเรืองจะมีขนาดเท่าเหรียญบาท และเริ่มแย้มเห็นเกสรสีเหลืองแล้ว ซึ่งดาวเรืองอายุ 60 วัน จะเป็นดาวเรืองที่พร้อมจำหน่าย หลังจากนี้ดาวเรืองจะเริ่มขยายขนาดดอกไปเรื่อยๆ จนบานเต็มที่ อยู่ได้อีก 30 วัน ถ้านับอายุตั้งแต่เริ่มเพาะกล้า ดาวเรืองในกระถางจะมีอายุ 90 วัน แต่ถ้ามีการดูแลรักษาที่ดี ดาวเรืองจะอยู่ได้ถึง 120 วัน สำหรับยากันราจะใช้ตั้งแต่ดาวเรืองมีขนาดเล็กจนถึงอายุ 60 วัน โดยใช้ยาเมทาเลคซินกับเมนโคเซป สลับกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา ส่วนยาฆ่าแมลงใช้ยาอะบาเม็กตินสลับกับฟรีโพรนิว

เพื่อนชาวเลของเรา

นอกจากดาวเรืองกระถางที่เพาะเป็นหลักแล้ว คุณดั้ม ยังมีต้นไม้กระถางอย่างอื่นอีก เช่น หงอนไก่ สร้อยไก่ แพงพวยฝรั่ง แววมยุรา ดาวเรืองฝรั่งเศส ผีเสื้อ กระดุมทอง บานชื่นหนู บานชื่น ดาวกระจาย เป็นต้น ส่วนผักสวนครัวของสวนนี้จะมี พริกขี้หนู กะเพราขาว กะเพราแดง แมงลัก โหรพา สาระแหน่ มะเขือเปราะ มะเขือยาวเขียว มะเขือยาวม่วง ตะไคร้ กำลังการผลิตของสวนจะมีไม้ดอกจำนวนเดือนละประมาณ 6,500 กระถาง ส่วนผักสวนครัว ประมาณ 500-1,000 กระถาง

บนพื้นที่ ประมาณ 1 ไร่ ของสวนในบ้านไสยวน ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ของคุณดั้ม ใช้คนงานเป็นชาวเล หรือชาวไทยใหม่ หรือช่วงหลังรู้จักกันในนามชาวมอร์แกน มาเป็นคนงานประจำที่นี่ จำนวน 3 คน ซึ่งอาศัยอยู่ในตำบลราไวย์นี้ คุณดั้มได้ไปรับไปส่งทุกวัน เนื่องจากเป็นทางผ่าน คนงานเหล่านี้อยู่ทำงานตั้งแต่เริ่มทำสวนมาจนถึงปัจจุบัน อยู่กันเหมือนญาติพี่น้อง ซึ่งคนเหล่านี้มีประสบการณ์ในการทำงานมาหลายปีจนเป็นที่ไว้วางใจในฝืมือ

คุณดั้ม

ราคาขายปลีกของดาวเรืองกระถางคือ 3 ต้น 100 บาท ส่วนราคาขายส่งอยู่ที่จำนวนสั่งซื้อ ปัจจุบัน คุณดั้ม ผลิตดาวเรืองและไม้ดอกไม้สวนครัวอื่นๆ บนพื้นที่ 1 ไร่ สำหรับขายในจังหวัดภูเก็ตเป็นหลัก แต่จะมีลูกค้าจากต่างจังหวัดบ้างประปราย ดาวเรืองของคุณดั้มได้เปรียบรายอื่น เนื่องจากการขนส่งใกล้ๆ ทำให้ต้นไม้ไม่ช้ำ และอาศัยแผนการตลาดของ คุณชาตรี จันทโรทัย ซึ่งเป็นเพื่อนคุณดั้มทำให้ การทำสวนนี้ไปได้ด้วยดี แต่เมื่อถามถึงการขยายตลาดกลับได้คำตอบว่า แค่นี้ก็เหนื่อยพอแล้ว เพราะการขยายการผลิตอาจทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง ทำให้คุณภาพของต้นไม้ไม่สม่ำเสมอ สนใจต้นไม้กระถางของ คุณคุณาพจน์ ต่อศักดิ์ หรือ คุณดั้ม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 081-597-9579

บทความก่อนหน้านี้วศ. ร่วมมือพันธมิตร รัฐ-เอกชน ระดมความคิดเร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากสู่แนวทางการปฏิบัติ
บทความถัดไปกยท. บึงกาฬ หนุนชาวสวนยาง ผลิต “สระน้ำยางพารา” สร้างรายได้