‘บัวบก’ อายุรเวทยับยั้งมะเร็ง-บำรุงสมอง กินให้เป็นต้องครบต้น-ใบ-ราก

นับวัน พืชผักสมุนไพรไทยจะได้รับการพิสูจน์ให้เห็นสรรพคุณอันมหัศจรรย์ในโลกสมัยใหม่ยิ่งขึ้นทุกที อย่างเมื่อเร็วๆ นี้เอง ผักพื้นบ้านธรรมดาๆ ชนิดหนึ่งของไทย ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “บัวบก” หรือ “ผักหนอก” หรือ “ผักแว่น” ก็ได้รับการวิจัยค้นพบสรรพคุณที่ยกฐานะผักจิ้มน้ำพริกตัวนี้ ขึ้นสู่ระดับสมุนไพร 5 ดาว

ที่น่ายินดีคือผู้ค้นพบสรรพคุณใหม่ของบัวบก เป็นนักวิจัยคนไทยผู้พบว่าบัวบกมีสารฆ่าเนื้อร้ายในลำไส้ใหญ่ได้

นี่เป็นการค้นพบที่สำคัญมาก เพราะแค่สมุนไพรชนิดหนึ่งสามารถช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ไม่ให้ลุกลามก็นับว่าเจ๋งแล้ว ยิ่งสามารถขนาดฆ่าเซลล์มะเร็งได้อย่างบัวบกก็ต้องนับว่าเป็นสมุนไพรมหัศจรรย์เลยทีเดียว

วิธีวิจัยก็น่าสนใจมาก เพราะมีการนำสารสกัดบัวบกมาฆ่าเซลล์เนื้อร้ายจากลำไส้ใหญ่ ในหลอดทดลองให้เห็นกันจะจะ และเมื่อนำสารสกัดบัวบกไปป้อนให้ หนูทดลองที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็พบว่าเซลล์มะเร็งของคุณหนูๆ มีขนาดลดลง

ตามมาตรฐานการวิจัยนั้น หากยาใดทดลองกับหนูได้ผล ก็สามารถนำมาใช้ในคนได้ผลอย่างเดียวกันด้วย

อันที่จริง งานวิจัยชิ้นนี้คือเป็นการต่อยอดจากภูมิปัญญาไทย ดั้งเดิมที่ใช้น้ำต้มบัวบกสดดื่มแก้ช้ำใน หรือใช้น้ำคั้นบัวบกชำระแผลสด แผลเปื่อย

ภายหลังมีการศึกษาวิจัย พบว่าเหตุที่บัวบกแก้ช้ำในได้นั้นเพราะมีสารสำคัญ 3 ตัว คือ กรดมาเดคาสสิก (madecassic acid) กรดเอเชียติก (Asiatic acid) และ เอเซียติโคไซด์ (Asiaticoside) อันเป็นที่มาของชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Asiatic Pennywort และชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica ซึ่งนอกจากจะมีสารสำคัญประจำตัวว่ากรดเอเชียติกแล้ว ยังมีใบขอบหยักวงกลมขนาดเล็กเท่าเหรียญเพนนีหรือเหรียญเซนต์ด้วย

แต่วันนี้บัวบกก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ามีคุณค่ามากกว่าเหรียญเพนนีหลายพันเท่า

สารสำคัญ ทั้ง 3 ชนิดในน้ำบัวบกเมื่อรวมกันเรียกว่า สารไตรเทอร์ปีนส์ (Triterpenes) ซึ่งช่วยรักษาบาดผลสดและแผลเปื่อยได้เป็นอย่างดี โดยช่วยขจัดเชื้อหนองออกมาจากแผลจนเกลี้ยงเกลา เพราะน้ำคั้นบัวบกสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียง่ายๆ หลายชนิดที่ทำให้แผลอักเสบเป็นหนอง เช่น เชื่อแสตพไฟโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เชื้อบีต้า สเตรปโต ค็อกคัส (B-Strepto coccus) และกระทั่งเชื้อแรงๆ อย่างสูโดโมแนส แอรูจิโนซ่า (Pseudomonas aeruginosa) เป็นต้น

จากนั้นสารสำคัญในบัวบกจะช่วยเร่งสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ช่วยสมานแผลให้หายสนิท โดยไม่เกิดคีลอยด์ (Keloid) หรือแผลนูนที่ดูไม่สวย

ที่น่าทึ่งก็คือ ถ้าดื่มน้ำคั้นบัวบกก็จะให้ผลในการรักษาแผลเน่าเปื่อยได้เช่นกัน ข้อมูลตรงนี้ได้จากหลักฐานการทดลองกับคุณหนูๆ อีกนั่นแหละ

กล่าวคือ หากป้อนน้ำสารสกัดบัวบกให้หนูกินทางปาก ในขนาด 100 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักหนู 1 กิโลกรัม เป็นประจำ ภายใน 7 วัน ก็จะพบว่าขนาดของแผลลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน คือช่วยเรียกเนื้อจนผิวหนังปิดสนิทเร็วขึ้น

นอกจากมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแล้ว สารสำคัญของบัวบก ยังมีฤทธิ์ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเยียวยาบริเวณที่ช้ำและเป็นแผล ซึ่งมีส่วนช่วยให้อาการช้ำในและบาดแผลหายเร็วขึ้นด้วย

จริงอยู่บัวบกเป็นผักพื้นบ้านใกล้ตัวที่คนไทยนำมาบริโภคได้ง่ายอยู่แล้ว แต่มีข้อมูลสำคัญที่มักเข้าใจผิดกันว่า บัวบกนั้นใช้แต่ส่วนใบมารับประทาน จนเรียกน้ำใบบัวบกจนติดปาก ทั้งที่อันที่จริงแล้ว การเอาเฉพาะส่วนใบมาใช้จะได้ตัวยาไม่ครบ การใช้บัวบกทุกครั้งไม่ว่าจะนำมาจิ้มน้ำพริกกิน หรือนำมาคั้นน้ำดื่ม หรือเอามาใช้เป็นยาภายนอก จะต้องใช้บัวบกทั้งต้น ใบ และรากด้วย

เพราะในรากนั้นมีตัวยาอยู่มาก นอกจากมีฤทธิ์สมานแผลแก้ช้ำในแล้ว ยังเป็นยาบำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น และแน่นอน เป็นยาบำรุงกำลังที่คนไทยรู้จักกันมาช้านาน

เห็นสรรพคุณเด็ดขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าจะให้ตั้งหน้าตั้งตาหาบัวบกมากินกันไม่บันยะบันยัง เพราะบัวบกเป็นยาเย็นจัด หากกินมากอาจทำให้ท้องอืดท้องร่วง หัวใจสั่น ปวดหัว หรือวิงเวียนศีรษะได้

เคล็ดการกินบัวบกอย่างง่ายๆ และได้ผลดี คือเอาบัวบกทั้งต้น ทั้งราก มาจิ้มน้ำพริกกิน วันละหนึ่งกำมือ เพียงเท่านี้ก็ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวในร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บได้อีกโขแล้ว

วิธีปรุงบัวบกนั้น มี 2 วิธี คือ คั้นน้ำบัวสด เป็นวิธีทำน้ำบัวบกเป็นเครื่องดื่ม

นำบัวบกสดมา 1 กำมือ ตำให้แหลกละเอียด แล้วเติมน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากัน กรองกากออกคั้นเอาแต่น้ำยาแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาล และเกลือนิดหน่อย ช่วยให้ดื่มได้ง่ายขึ้น การปรุงบัวบกแบบนี้ สามารถดื่มได้ครั้งละ 1 แก้ว เป็นประจำทุกวัน

ต้มน้ำบัวบก เป็นวิธีทำน้ำบัวบกเป็นยา

ใช้บัวบก 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3 แก้ว เมื่อยาเดือดแล้ว รี่ไฟให้น้ำยาเดือดอ่อนๆ ต่อไปอีก 15 นาที หรือจนน้ำยางวดลงเหลือ 1 แก้ว น้ำยาที่ได้ใหม่ๆ จะมีสีเหลือง เมื่อเย็นลงจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว มีรสขมมาก อาจเติมน้ำตาลเล็กน้อย ปรุงรสให้กินง่ายขึ้น

ขนาดที่ใช้ กินครั้งละ 30 ซีซี วันละ 3 ครั้ง ยาต้มนี้เมื่อกินเข้าไป ลมหายใจจะมีกลิ่นหอม หัวใจชุ่มชื่น ไม่ควรกินยาต้มบัวบกมากเกินไป เพราะอาจเกิดพิษข้างเคียงได้

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้บัวบกแบบผงได้อีกด้วย ในตำรายาไทย ใช้ผงบัวบก 2 ส่วน ผสมผงพริกไทย 1 ส่วน ละลายน้ำร้อนกินก่อนนอน ครั้งละครึ่งช้อนชา กินขนาดนี้เป็นประจำได้ ถ้าเกินขนาดอาจะเป็นพิษได้

กล่าวกันว่ายาตำรับนี้ กิน 1 เดือน โรคร้ายหายสิ้น มีปัญญาดี
กิน 2 เดือน ร่างกายบริบูรณ์ น่ารัก เป็นเสน่ห์

กิน 3 เดือน ริดสีดวง 10 จำพวกหายสิ้น
กิน 4 เดือน ลมสิบจำพวกหายหมด
กิน 5 เดือน โรคร้ายในกายทุเลาขึ้น
กิน 6 เดือน ไม่รู้จักเมื่อยขบ
กิน 7 เดือน ผิวกายจะสวยงาม

ทั้งหมดนี้เป็นคำกล่าวของคนโบราณ จะจริงเท็จอย่างไร ก็พิสูจน์ด้วยตัวเองได้ ข้อสำคัญอย่ารับประทานเกินขนาด หรือจะใช้สูตรของชาวภารตะ เขากินนมผสมผงบัวบกจนติดเป็นนิสัย ถือว่าเป็นยาช่วยให้ความจำดี เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

บัวบกเป็นพืชผักล้มลุกที่ปลูกง่าย มีชีวิตยืนยาวหลายฤดูกาล ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ แต่ต้องมีแดด เชื่อว่าถ้าคนรุ่นใหม่นิยมดื่มน้ำบัวบกกันมากขึ้น ก็จะช่วยให้บัวบกไม่สูญพันธุ์ไปจากตลาดสดเมืองไทย

แถมยังเป็นเครื่องดื่มบำรุงสมอง บำรุงร่างกาย ที่ราคาถูกกว่าและสรรพคุณดีกว่า เครื่องดื่มแบรนด์ดัง ราคาแพงๆ ที่ทุ่มโฆษณากันเกินพอดีอยู่ในเวลานี้

บทความก่อนหน้านี้‘ลูกสานต่องานที่พ่อทำ’ พระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯ ให้รักษา ‘อาชีพเลี้ยงโคนม’ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
บทความถัดไปอุทยานวิทยาศาสตร์ แม่โจ้ เน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ