ปลูกมะม่วงดีกว่า

วันก่อนกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมาว่า อย่าเชื่อที่ลือกันว่าจะมีมรสุมเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา เป็นเพียงฝนตามฤดูกาลเท่านั้น เป็นฝนที่มีในห้วงนั้นตามปกติ ภาคกลางน่าจะเรียกว่าฝนชะช่อมะม่วง

ทุกวันนี้ “มะม่วง” ออกดอกออกผลตลอดปี ไม่เหมือนเมื่อก่อน โอกาสจะได้รับประทานมะม่วงต้องเดือนหน้าเดือนโน้น โดยเฉพาะมะม่วงที่ขึ้นชื่อในฤดูร้อนของประเทศไทยคือ “มะม่วงอกร่อง” รับประทานกับข้าวเหนียวมูน ที่ทราบมี 2 พันธุ์ คือ มะม่วงอกร่องทอง กับมะม่วงอกร่องเขียว

มะม่วงอกร่องทองมีสีเหลืองทอง ผลใหญ่พอประมาณ เมื่อยังดิบรสเปรี้ยวจัด ครั้นสุกได้ที่มีรสหวานจัดเช่นกัน จึงนิยมรับประทานกับข้าวเหนียวมูน เช่นเดียวกับอกร่องเขียว มีรสหวานน้อยกว่าอกร่องทอง แต่รับประทานกับข้าวเหนียวมูนรับรองอร่อยไม่แพ้กัน ทุกวันนี้หายากสักหน่อย

เมื่อหลายสิบปีก่อน โอกาสรับประทานข้าวเหนียวมะม่วงต้องเป็นเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม มะม่วงอกร่องจะมากับเรือจากดำเนินสะดวก จำได้ว่า เมื่อข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ยังเป็นเด็ก บ้านอยู่ตลาดพลู ใกล้กับคลองบางหลวง ห้วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะมีเรือพ่วงบรรทุกมะม่วงเต็มลำเรือมาจากดำเนินสะดวก

ครั้นผ่านคลองบางหลวงละแวกตลาดพลู เด็กรุ่นราวคราวเดียวกับข้าพเจ้า (ผู้เขียน) มักว่ายน้ำออกไปกลางคลองคอยเก็บมะม่วงอกร่องที่เจ้าของเรือมักเขี่ยลงมาให้ หรือมิฉะนั้น คนโตสักหน่อยจะเอื้อมขึ้นไปหยิบจากบนเรือ ซึ่งเจ้าของไม่ได้หวงห้ามแต่อย่างใด

เมื่อก่อนไม่มีโอกาสได้รับประทานข้าวเหนียวมะม่วง เนื่องจากราคาแพง มีแต่ผู้ใหญ่และบ้านที่มีฐานะเท่านั้นจะได้รับประทาน ครั้นโตขึ้นมา มะม่วงที่นิยมรับประทานกับข้าวเหนียวมูนยังเป็นมะม่วงอกร่อง

มะม่วงที่รับประทานกับข้าวเหนียวมูนทุกวันนี้เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีให้รับประทานทั้งปี

มะม่วงน้ำดอกไม้ผลโต เนื้อเยอะ มีรสหวานพอรับประทานกับข้าวเหนียวมูน ราคาขายแล้วแต่ที่ไหน ตามร้านอาหารอาจราคาจานละ 30-50 บาท มีมะม่วงให้ครึ่งผล หรือทั้งผล ส่วนในร้านอาหารประเภทภัตตาคาร ในโรงแรม ราคาจะแพงขึ้นเป็นจานละ 100 บาท ถึง 200 บาท ส่วนเนื้อมะม่วงแล้วแต่ว่าราคาเท่าไหร่ มีครึ่งผลหรือเต็มผล

เมื่อยังเป็นเด็ก ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) และเด็กแทบว่าทุกคนนิยมแทะเม็ดมะม่วงที่มีเนื้อติด อร่อยอย่าบอกใคร มีทั้งเนื้อทั้งน้ำให้ดูดกินสนุกและอร่อย

มะม่วงดิบที่นิยมรับประทาน มักเป็นมะม่วงมัน เช่น พิมเสน เมื่อสุกแล้วออกรสเปรี้ยวถึงเปรี้ยวจัด มะม่วงบางพันธุ์เมื่อดิบมีรสเปรี้ยวรับประทานกับน้ำปลาหวาน ยิ่งได้มะม่วงอกร่องดิบ รับรองถึงใจผู้หญิงนักแล

ว่าเรื่องมะม่วงมาครึ่งค่อนหน้า วันนี้ กองบรรณาธิการเทคโนโลยีชาวบ้าน จัดพิมพ์หนังสือชื่อ “มะม่วง ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน”

กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านออกหนังสือมะม่วงไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2536 ล่วงเลยมากว่า 20 ปีแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงไปมาก ช่วงปี 2536 พื้นที่ปลูกมะม่วงมีราว 1 ล้านไร่เศษ ปัจจุบันพื้นที่ปลูกมีกว่า 2 ล้านไร่ มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมาก แสดงว่ามะม่วงเป็นพืชที่ได้รับความสนใจและมีพัฒนาการในทางบวกอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลหลากหลายในหนังสือ “มะม่วง ปลูกกินเองได้ ปลูกขายทำเงิน” เล่มนี้ คงช่วยให้ผู้สนใจและผู้ปลูกมะม่วงอยู่แล้ว เข้าใจ “มะม่วง” มากยิ่งขึ้น รวมทั้งนำข้อมูลไปปฏิบัติได้อย่างดี

วันนี้มีพื้นที่รอบบ้านไม่ต้องมาก พอจะปลูกมะม่วงไว้กินเองสักต้นสองต้น รับรองว่าคุ้มค่า หรือมีที่ดินสัก 10-20 ไร่ หรือมากกว่านั้นปลูกไว้ขาย รับรองว่าขายได้ไม่เหนื่อย เพราะมะม่วงเป็นผลไม้ที่ทนทานแทบทุกสภาพอากาศ เป็นไม้ผลสามัญประจำบ้านที่ทุกครัวเรือนไทยรู้จักดี ปลูกได้ทั้งเมล็ด ถึงขยายกิ่ง ทาบกิ่ง เสียบยอด เมื่อเป็นผลแล้วส่งขายได้ทุกฤดูกาล หรือแปรรูปได้หลายอย่าง มีตลาดรองรับทั้งจีนทั้งยุโรป

หนังสือราคา 220 บาท ปลูกมะม่วงไว้ข้างบ้านสักต้นสองต้น 3 ปีได้รับประทานผล คุ้มแล้ว
ที่มา : คอลัมน์โลกสองวัย มติชนรายวัน ผู้เขียน : บางกอกเกี้ยน

บทความก่อนหน้านี้ลพบุรีฟาร์ม มี บริติช ชอร์ตแฮร์ ต้นตำรับ การ์ฟิลด์ แมวอ้วน
บทความถัดไปสตูลจัดงาน ‘มรกตอันดามัน มหัศจรรย์อาหารอร่อย ของดีละงู’ 13-19 ก.พ.60