ต้มกะทิปูเค็มสายบัวปลาทูสด

หญิงสาวขมวดคิ้วปากมุ่ย เมื่อเห็นชายแปลกหน้าผมเลาประปรายอยู่ในครัวกับแม่ หล่อนไม่แน่ใจว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าในละแวกริมน้ำแม่กลองหรือที่ทำงานในกรุงเทพฯ ดูแม่คุยสนิทสนมเรื่องกับข้าวท้องถิ่นที่แม่ถนัด กับร้านอาหารมีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดหรือแม้แต่วันธรรมดา

สักพัก แม่คงจะสังเกตว่าลูกสาวมายืนอยู่จนตัวจะล้นประตูครัวเข้าไปแล้ว “ว่าไงจ๊ะ”

เธอบุ้ยปากไปที่ชายผมเลา พยักหน้าให้แม่เดินออกมา “ใครน่ะแม่”

“คุณไถงจ้ะ แกอยากรู้ตำราต้มกะทิสายบัว มาถามว่าบ้านเราทำอย่างไร”

“แม่ไปรู้จักเขาได้ยังไงคะ คุณไฉนเนี่ย”

“ไถง ลูก เขาเคยแวะมากินที่ร้านหลายเดือนแล้ว ติดใจปลาคังผัดฉ่า บอกว่าจะมาอีก แต่ก็หายหน้าไปเสียนาน แม่เองก็เกือบลืมไปแล้ว พอเขามาตอนสายนี่ เลยนึกขึ้นได้”

“แล้วแม่นึกไง ถึงให้เขาเข้ามาตีสนิทถึงในครัวล่ะแม่”

“โธ่ แม่คุณของแม่ เลิกระแวงหวาดผู้ชายได้แล้วลูก คุณไถงเขาแค่มาถามเรื่องกับข้าว แม่ก็บอกเขาไป จะได้ไม่จมหายไปกับคนรุ่นโบราณอย่างแม่ เขาไม่ได้มาเสาะสืบเรื่องลูกสาวของแม่สักหน่อย สงสัยไปได้”

“แม่บอกอะไรเรื่องหนูไปหรือเปล่าล่ะ นอกจากต้มกะทิ”

“ก้อ ต้มกะทิเนี่ย บ้านเรามีปูเค็ม ปูแสมเนี่ย เป็นเครื่องปรุงรสหลัก แล้วก็สายบัวอ่อน เลือกจำเพาะส่วนอ่อนนะ หักเป็นท่อนแล้วไม่เหลือสายใยนัวเนีย มีปลาทูสดแม่กลองของเรา ก็ล้างควักไส้ใส่ทั้งตัว เอาเนื้อ…”

ไม่ทันสองแม่ลูกจะเสวนากันต่อ ก็มีเสียงทุ้มนุ่มจากในครัว “คั้นกะทิตั้งไฟแล้ว ทำอะไรต่อครับ”

“ปูเค็มที่ล้าง ลวก บิครึ่ง ใส่ลงไปทั้งสี่ตัวเลยค่ะ” แม่ตอบ

“ใส่หอมแดงด้วยไหมครับ”

“บุบแล้วใส่ไปเลยก็ได้”

“แม่ หนูถามแม่…”

“ส้มมะขามอยู่ไหนครับ…เอ้อ…”

คราวนี้ไม่ได้มาแต่เสียง แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวชายแปลกหน้าผมเลาก็เดินมาที่ประตู ร่างสันทัด หน้าตาสะอาดจนดูไม่ออกว่าแววตาแฝงความเจ้าเล่ห์ไว้ข้างในหรือเปล่า

“สวัสดีค่ะ” หล่อนยิ้มแยกเขี้ยวคู่ให้เขาเห็นเป็นทีตัดไม้ข่มนาม พนมมือไหว้พองาม

“นี่มะนาว ลูกสาวค่ะ คงจะเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ”

“สวัสดีครับ มะขามเปียกครึ่งปั้นนี้คงพอนะครับ ผมจะได้แช่น้ำ เดี๋ยวกะทิเดือดอีกที หย่อนปลาทูทั้งตัวแล้วค่อยละลายน้ำส้มมะขามลงไปปรุงรส ถ้าปูดองเค็มไม่พอจะใส่น้ำปลาหรือเกลือเม็ดดีครับ”

ไม่สนใจหน้าเกลี้ยงมือพนมขาวๆ ของฉันเลยนะ

“เกลือเม็ดค่ะ อยู่ในโถบนโต๊ะข้างเตานั่นแหละ”

“เห็นแล้วครับ ผมชิมน้ำแกงดูแล้ว หวานกะทิ มันดีแล้ว คงไม่ต้องเติมน้ำตาลปึกอีก”

“แล้วแต่คุณค่ะ” ดูแม่มีทีท่าปลื้มกับศิษย์แปลกหน้าคนนี้ไม่น้อย

“ปรุงน้ำส้มมะขามแล้ว ถ้าเปรี้ยวไม่พอ จะใส่มะนาวทั้งเปลือกได้ไหมครับ”

“ต๊าย แอบพาดพิงเนียนๆ ก็เป็นด้วย” หล่อนคิดในใจก่อนจะหันตัวไปเปลี่ยนชุดลงเล่นเจ๊ตสกีในแม่กลองหน้าบ้าน

Coconut-milk Soup with Salted Crab, Lotus Stem and Short Mackerel

She frowned and pouted over the salt-and-pepper haired stranger in the kitchen with her mother. She could not recall seeing him before; by Mae Klong River or in Bangkok. Mom sounded intimate talking to him about local dishes served at her restaurant well patronized every day, weekend and weekdays.

A little while later, seeing her daughter almost spilling over the threshold, “Yes, dear”

She pursed her lips at him, nodded to beckon her mom; “Who’s he, mom?”

“Khun Tha-ngai. He’s in for Coconut-milk Soup and Lotus Stem recipe, how we local do it.”

“How did you meet him, this Cha-Nai guy?”

“Tha-ngai, he dined here a few months ago, liked the Spicy Fried Asian red-tail catfish, said he’d come again. That’s a while ago and I almost forgot until he dropped by this late morning.”

“Then, how did you let him so intimately into the kitchen?”

“Now, now, dear; you’d better stop doubting all men. He came only for a recipe. So I told him; instead of waning it with my generation. He wasn’t nosing around for my daughter, suspicious you.”

“But did you tell him anything about me, besides the coconut-milk soup?”

“For the soup: we have salted mangrove crab as the main ingredient; lotus stem, only the young part, broken into clean short sticks; Mae Klong short mackerel, gutted and used in whole for meat…”

Before the two went on, there was a soft low voice from the kitchen. “Coconut milk pressed and set to boil, what next?”

“Salted crab rinsed and blanched, break them in halves, and add all four.” She answered.

“Shallot?”

“Just smash and add them too.”

“Mom, I asked you…”

“Where’s tamarind pod, oh!”

Now, not only a voice, but the whole of that salt-and-pepper haired stranger came to the door: medium sized, with a face so clear she couldn’t see if there was any trickery hidden in his eyes.

“Hi!” She smiled showing both fangs as her discouraging front; and just appropriate prostrate.

“This is Manao (lime), my daughter, just back from Bangkok.”

“Hi. Half of tamarind pod would do? I’ll melt it. When the milk boils, I’ll drop the mackerel whole, and then tamarind juice to taste. If the crab is not salty enough, should I use fish sauce or salt?”

Not a bit interested in my pretty clean face and lotus, eh?

“Sea salt, it’s in a jar on the table by the stove.”

“Got it, I tasted the soup; it’s sweet and creamy with coconut milk, no palm sugar needed.”

“Up to you.” Mom looked pleased with this student-stranger.

“After seasoning with tamarind, if it’s not sour enough, should I add a whole lime?”

“What nerve, to neatly imply me.” She thought before turning away to change for a Jet Ski run in the Mae Klong River in front of her house. 

 

บทความก่อนหน้านี้อดีตวิศวกรผันตัวทำเกษตรแบบง่ายๆ ปลูกไผ่ในสวนยาง สร้างรายได้ 2 ทาง หมดปัญหาราคายางตก
บทความถัดไปใช้พื้นที่ 2 ไร่ คนงาน 2 คน ปลูกสตรอเบอรี่ สร้างรายได้งามช่วงเทศกาล