บ้านไหนหนัง ตำบลเขาคราม หินหลากสี วิถีธรรมชาติ ปราชญ์พื้นถิ่น

ชุมชนบ้านไหนหนังได้พลิกฟื้นภาวะวิกฤตมาเป็นโอกาส โดยนำทุนมรดกทางธรรมชาติที่เป็นมนต์เสน่ห์จากท้องทะเล ชายหาด สีสันของผาหิน ตำนานเรื่องเล่าของชาวเล ที่เคยอาศัยอยู่ในถ้ำ หรือมีการเก็บซากศพไว้ในช่องหลืบบนที่สูงของหินผา รวมไปถึงภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์

ทิวทัศน์ป่าชายเลน และแผงต้นไม้โกงกาง ที่ยืนรอรับการปะทะของพายุที่โหมกระหน่ำมาเป็นระลอก สามารถเป็นเกราะกำบังคลื่นลมได้ “เขากาโรส” ตระหง่านง้ำ รองอีกชั้นเสมือนปีกพญาอินทรีที่โอบกระหวัดอุ้มเกลียวคลื่นให้แทรกซึมซับ กลืนหายไปในซอกหลืบเขา ที่เรียงรายกันอยู่ คำ “กาโรส” เป็นภาษามลายู แปลว่า หยิก งอ ผู้เฒ่าในชุมชนรายหนึ่งกล่าวในเชิงติงว่า ที่จริงไม่น่าหยิก งอ เพราะทิวเขาเทือกนี้ ดูรูปร่างลักษณะแล้วจะเชื่อมโยงยื่นยาวไปจรดกับอำเภออ่าวลึก

หน้าผาสูงชันมีทั้งหินย้อยและซอกหลืบ อันเป็นวิถีธรรมราช

มีเรื่องเล่าที่สืบสานเป็นตำนาน ถึงที่มาของชุมชนบ้านไหนหนังในช่วงปี พ.ศ. 2426 ซึ่งเป็นยุคที่เศรษฐกิจโดยรวมในทวีปเอเชียอยู่ในภาวะตกต่ำ จนเรียกได้ว่าเป็นยุคข้าวยากหมากแพง ทำให้ประชากรจำนวนมากพยายามดิ้นรนอพยพโยกย้ายถิ่นฐาน โดยออกเดินทางแสวงหาที่อยู่ใหม่ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

ในช่วงเวลานั้น ชาวจีนจากเกาะไหหลำได้ล่องเรือรอนแรมเข้ามาค้าขายกับชาวจีนแถบเกาะปีนัง หรือเกาะหมากใหญ่ของมาเลเซีย หรือแหลมมลายูในยุคนั้น รวมทั้งชาวมุสลิมที่อยู่เกาะลังกาวี ตลอดจนชาวจีนที่อาศัยอยู่ในอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ชาวจีนเกาะไหหลำยังได้แล่นเรือสำเภา มาค้าขายถึงเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดตรัง ต้องเผชิญกับพายุรุนแรง ชาวจีนต่างนำเรือสำเภาหลบหลีกพายุ เข้ามาพักแรมในร่องคลองบ้านไหนหนังเป็นเวลาแรมเดือน รอจนพายุสงบจึงเดินทางต่อ

ภาพเขียนสี ก่อนประวัติศาสตร์ อยู่บนผนังหน้าผา

ยังมีเรื่องราวเล่าขานต่อมาว่า สองพี่น้องมุสลิม โต๊ะสีตุงกา และ โต๊ะสีรายา พร้อมกับสองพี่น้องชาวจีน ชื่อ แป๊ะรัดฮู และ แป๊ะยอง 4 ครัวเรือน ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ณ หมู่บ้านไหนหนัง เนื่องจากเห็นว่า หมู่บ้านนี้ตั้งติดอยู่ชายฝั่งทะเล สามารถทำมาหากินได้สะดวก อีกทั้งมีผืนดินดอนที่ใช้ทำการเกษตร ทั้งปลูกข้าวและผักได้ ส่วนทางทะเลก็มีอาณาบริเวณหากุ้ง หอย ปู ปลา มาประกอบเป็นอาหารได้อย่างอุดมสมบูรณ์ จึงตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “สุไหงกะหนัง” ซึ่งเป็นภาษามลายู มีความหมายว่า สุขสบาย แต่ต่อมาภายหลัง ครูวัลย์ เนื้อนุ้ย ซึ่งเป็นครูประจำโรงเรียนบ้านไหนหนังได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้าน เป็น “บ้านไหนหนัง” ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบความหมายที่แน่ชัดว่า หมายถึงสิ่งใด

สำหรับ 4 ครัวเรือน ที่เป็นชาวจีน 2 ครัวเรือน และชาวมุสลิม 2 ครัวเรือนนั้น ก็อยู่อาศัยร่วมกันอย่างผาสุกสืบมา แต่ครอบครัวพี่น้องชาวจีนมองเห็นการณ์ไกล จึงแสวงหาพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นดินสีแดง เพื่อเป็นผืนดินที่เพาะปลูกพืช จนได้ผลผลิตเจริญงอกงาม เมื่อมีลูกหลานสืบต่อกันมาหลายครัวเรือน จึงชักชวนกันอพยพย้ายถิ่นไปอยู่ที่หมู่บ้านหนองจิกกลุ่มหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งได้ไปอยู่ในเมืองกระบี่ เพื่อทำการค้าขาย ส่วนลูกหลานชาวมุสลิมได้ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่หมู่บ้านไหนหนังอย่างถาวร ขณะเดียวกัน ได้จัดตั้งมัสยิดเป็นอาคารหลังแรกขึ้น ที่บริเวณริมคลองบ้านไหนหนัง ต่างยังรักษาประเพณี พิธีกรรม ตามความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิในศาสนา และยึดถือศรัทธาในสิ่งที่บรรพบุรุษเคยเคารพ เช่น ทวดเขาโต๊ะดำ ทวดเสือ ซึ่งมีการจัดพิธีบูชาในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6

เกาะที่ยืนตัวอยู่กลางท้องทะเลอันงดงามของบ้านไหนหนัง ตำบลเขาคราม

อย่างไรก็ดี เมื่อครั้งในอดีต ชุมชนได้ประสบปัญหา เนื่องจากมีเรืออวนลาก อวนรุนจำนวนมากมาทำประมงอยู่บริเวณป่าชายเลนปากคลอง และผืนทะเลหน้าบ้าน แต่เมื่อ กำนันกาหรีม เขาคราม ได้ร่วมกับชาวบ้านต่อต้านเรืออวนลาก อวนรุนดังกล่าว จนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ชาวบ้านหันมาฟื้นฟูดูแลอย่างจริงจัง เมื่อประมาณ 15 ปี ที่ผ่านมา

ปี 2557 มีการจัดทำโครงการฟื้นฟูป่าชายเลน โดยความร่วมมือขององค์กร Mangrove Action Project (MAP) ในพื้นที่นากุ้งร้างจำนวน 2 บ่อ พื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ซึ่งสถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 32 ได้ยึดคืนมาจากผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ป่าชายเลน โดยใช้วิธีปิดทางน้ำให้ฝักของพันธุ์ไม้ชายเลนเข้ามาในบ่อ แล้วทำซุ้มไม้ดัก (EMR) ปัจจุบันมีพันธุ์ไม้ในพื้นที่บ่อ จำนวนมากที่กำลังเจริญเติบโต มีต้นลำพูเบิกนำ ตามด้วย แสมขาว ถั่ว จาก โกงกาง เป้ง แก้มหมอ แสมดำ ตะบูนดำ ปีใหญ่ ย่านถอนแถบ ปรงแดง หลุง เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ท้องทะเลสีครามผืนนี้ มีฝูงปลาหลากหลายสายพันธุ์ว่ายวนเวียนมาเป็นกลุ่มๆ ดูเหมือนว่าปลากระบอกหนาแน่นที่สุด รองลงมาเป็นปลาทูขนาดใหญ่เล็กไปตามฤดูกาล ยังมีปลาทราย ปลามง อีกด้วย ผู้เฒ่าในชุมชนรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า

ผืนน้ำสีคราม และทรัพยากรธรรมชาติ บนเทือกเขาหินปูน

“เมื่อก่อนผืนทะเลแถบนี้มีจระเข้ที่มีน้ำหนักตัว ประมาณ 70-80 กิโลกรัม แต่มันไม่ทำร้ายใคร” พลาง พาผมนั่งเรือไปชื่นชมเกาะแก่ง เปรยให้ฟังอีกขณะชี้ให้ดูหินหลากสีตามหน้าผาที่ยื่นมาให้ได้พบเห็นเป็นบุญตา พร้อมกับเล่าให้ฟังถึง การบริหารจัดการผืนป่าชายเลน ของผู้คนในชุมชนว่า มีการแบ่งพื้นที่เป็นไข่แดง ไข่ขาว มีกฎระเบียบในการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ ให้ทุกคนมีสิทธิแต่ต้องแบ่งปันกันอย่างเป็นธรรม

ในชุมชนเกือบทุกหลังคาเรือน ต่างเลี้ยงผึ้งโพรงตามบริเวณที่ว่างโคนต้นยาง นับเป็นการจุดประกายขยายความคิดของผู้นำในชุมชน ผูกโยงสัมพันธ์ไปถึงการอนุรักษ์ผืนป่า และดอกไม้หลากสี เพื่อจูงใจให้ฝูงผึ้งนิยมชมชอบ หนุ่มวัยกลางคนรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้นำในกลุ่มเลี้ยงผึ้งขยายความเมื่อผมถามว่า การเลี้ยงผึ้งเชื่อมโยงไปถึงการอนุรักษ์ได้อย่างไร เขากล่าวว่า “ผึ้งดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้อะไรในป่าชายเลนซึ่งได้เฝ้าสังเกตดูมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงรับรู้ถึงพฤติกรรมของบรรดาผึ้งงานแล้วนำมาขยายพืชพันธุ์ไม้ให้ผึ้งได้คลึงเคล้าเกสร มีการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีของผึ้ง”

ป่าชายเลน และเรือชาวประมงของบ้านไหนหนัง

อาจกล่าวได้ว่า วิธีคิดของผู้นำที่คิดเป็นระบบได้ส่งผลให้กลุ่มอาชีพต่างๆ ได้ประโยชน์จากการอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน

ผมมองดูวิธีการเลี้ยงผึ้งในป่าชายเลนดู เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก นอกจากรายได้ของชาวบ้านที่ได้รับจากการเลี้ยงผึ้งนั้น ประมาณ 1,000-2,000 บาท ต่อเดือนแล้ว ต่างยังร่วมกันพิจารณาว่าถ้าต้องการขยายบริเวณการเลี้ยงผึ้ง ก็ควรตรวจสอบอย่างถ่องแท้ว่า ป่าชายเลนแห่งนี้ มีดอกไม้เพียงพอหรือไม่ ที่จะเลี้ยงผึ้งจำนวนร่วมร้อยรัง ในแต่ละครัวเรือน วิธีคิดของผู้คนบ้านไหนหนัง คิดทั้งในกรอบและนอกกรอบ พัฒนาปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่ประสบพบเห็นตลอดมา

อีกมุมหนึ่งของทัศนียภาพอันงดงาม ในเขตพื้นที่ของบ้านไหนหนัง ตำบลเขาคราม

การเลี้ยงผึ้งอาจเป็นตัวชี้วัด การอนุรักษ์อย่างแท้จริง เนื่องจากการดำรงชีพของผึ้งนั้นต้องการธรรมชาติที่สะอาด ไม่มีสารเคมี ควันพิษ เพราะฉะนั้น พื้นที่ใดที่ต้องการเลี้ยงผึ้ง ต้องละเว้นการใช้ยาฆ่าหญ้า การใช้สารเคมี เป็นวิถีธรรมชาติที่สะท้อนให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ปัจจุบันโลกมีปัญหาเรื่องผึ้งลดจำนวนลง ผลิตผลด้านการเกษตรลดลงมาก เพราะการผสมพันธุ์ของผลิตผลทางการเกษตรส่วนใหญ่มาจากแมลงหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะผึ้งเป็นแมลงที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง แต่ดูเหมือนว่าประชากรผึ้งจะค่อยๆ ลดหายไป ส่งผลให้ประสิทธิภาพทางการเกษตรลดลงตามไปด้วย การที่ชาวบ้านกลับมาเลี้ยงผึ้ง สามารถส่งผลย้อนกลับไปถึงความสมบูรณ์ของป่าชายเลน และป่าบกได้อย่างเป็นรูปธรรม

เป็นที่น่าสังเกตว่าทรัพยากรในป่าชายเลนทั้งสองฝั่งของบ้านไหนหนังสามารถสงวนป่าไว้เป็นเขตอนุรักษ์ แยกได้เป็นหลากหลายชื่อ เช่น เขตอนุรักษ์ที่เรียกว่า “เขตไข่แดง” โดยมีการใช้สอยอย่างควบคุมได้ ผู้คนเคารพกฎระเบียบ เป็นการมองถึงศักยภาพของแต่ละบุคคล แต่ละกลุ่ม สำหรับเขต “ไข่ขาว” ที่อ้อมล้อมเขตไข่แดง ก็มีกระบวนการจัดการ สร้างกลุ่มอาชีพ ซึ่งดูว่ามีหลักการ มีความมั่นอกมั่นใจในกิจกรรม ที่ได้กระทำร่วมกัน ต่างแสดงบทบาทความเท่าเทียมกัน

ผู้นำชุมชนบ้านไหนหนัง

มีตัวอย่างป่าหลายแห่งในพื้นที่ภาคใต้ทำไม่สำเร็จ ทั้งที่มีระบบนิเวศดี การจัดการป่าชายเลนมักจบสิ้นแบบไม่ยั่งยืน เนื่องจากพึงพอใจกับระบบนิเวศสมบูรณ์ที่มีกุ้ง หอย ปู ปลา ชาวบ้านทำมาหากินได้ เพียงเท่านั้นไม่มีการต่อยอด หรือมีการเสริมมูลค่า จากทรัพยากรที่ควรจะเพิ่มขึ้นในรูปแบบต่างๆ มาเชื่อมโยงต่อยอดกับระบบนิเวศที่เป็นต้นทุนมรดกอันล้ำค่า อันที่จริงพื้นที่ภาคใต้โดยทั่วไป ควรต้องทำนโยบายการประสานเครือข่ายของประชาชน จากหลากหลายภูมินิเวศให้เชื่อมร้อยกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืนได้

อาจกล่าวได้ว่าการรักษาคุณค่าของระบบนิเวศ เพื่อให้เกิดความหวงแหน ในเวลาเดียวกันนั้น ก็จะเกิดการแบ่งปันขึ้นมา ปัจจัยที่ทำให้การสนับสนุนทรัพยากรมีความสมบูรณ์ของผู้คนในพื้นที่ภาคใต้ ดูเหมือนจะมีการต่อสู้กันมายาวนาน หากผู้นำมีคุณภาพสามารถส่งเสริมผู้คนในชุมชนให้ร่วมมือปฏิบัติการอย่างจริงจัง ก็จะได้ทั้งองค์ความรู้และมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติที่ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมา เมื่อมีกระบวนการแลกเปลี่ยนจากหน่วยงานต่างๆ นอกชุมชนเข้ามาเสริม และให้อยู่ในสภาวะที่รักษาระบบนิเวศได้ และรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกัน ก็สามารถที่จะพัฒนาต่อไปอย่างเข้มข้น อีกทั้งยังผูกโยงความหลากหลายทางชีวภาพในแต่ละภูมินิเวศ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ชุมชนต่างก็จะได้รับผลประโยชน์จากความเข้มแข็ง สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างสุขกายสบายใจ

ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของชุมชนบ้านไหนหนัง

ในความเป็นจริงแล้วกลุ่มวิสาหกิจ หลากหลายรูปแบบที่จัดทำขึ้น ทั้งแปรรูปผลิตภัณฑ์ กลุ่มปูม้า กลุ่มวิสาหกิจในรูปแบบต่างๆ ดังกล่าว นำไปเชื่อมโยงข้องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ธรรมชาติท้องทะเลได้อีกด้วย บ้านไหนหนังในพื้นที่อำเภอเขาคราม ซึ่งมีลักษณะโดดเด่น มีภูเขาหินปูนสีสันแปลกตา รวมไปถึงภาพเขียนสี รูปประหลาด และชายหาดอันงดงามก็จะเป็นอีกชุมชนหนึ่งที่สามารถยืนโดดเด่นเป็นตัวอย่างกับชุมชนอื่นๆ ได้

บทความก่อนหน้านี้พุองกะ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม
บทความถัดไปณรงค์ ไทยเจริญ พลิกผืนดินลูกรังแห้งแล้ง กลายเป็นป่าร่มครึ้ม คนและสัตว์ได้ประโยชน์ ที่ลพบุรี