ทางเลือกใหม่ๆ ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 13

จำได้ว่า ต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 ผมปั่นจักรยานทางไกลจากกรุงเทพฯ ไปหนองคายกับกลุ่มเพื่อน บ่ายของวันที่พวกเราถึงเส้นทางเลียบน้ำโขงช่วงอำเภอสังคม ผมแวะพักเหนื่อยตามลำพังที่ศาลาข้างทาง สักครู่มีรถตู้คันหนึ่งมาจอด คนในรถลงมายืนบิดขี้เกียจดูวิวแม่น้ำโขง แล้วคนหนึ่งก็ชี้ไปที่พื้นใกล้ๆ แล้วร้องว่า “นั่นไงๆ นั่นแหละหญ้าฮี๋ยุ่มล่ะ…” จากนั้นต่างก็ตรงเข้าถอนมาคนละต้นสองต้น ก่อนจะขึ้นรถจากไป

“หญ้าฮี๋ยุ่ม” เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 11 ซึ่งจัดที่เมืองทองธานี นนทบุรี ครั้งนั้น มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี ซึ่งมักริเริ่มชูสมุนไพรตัวสำคัญๆ หมุนเวียนไปในแต่ละปี ได้แจกแจงสรรพคุณว่า มันเป็นหญ้าเคล็ดลับของคนโบราณ ใช้มากในหญิงหลังคลอดบุตร โดยเอาไปต้ม แล้วนั่งรมไอน้ำนั้นเพื่อกระชับช่องคลอด ช่วยให้แม้มีลูกมากแล้ว ช่องคลอดก็จะยังกระชับเช่นเดิม ดังนั้น การที่ผมได้เห็นคนที่เขาเริ่มรู้จัก มองเห็น แถมยังลงมือเก็บเกี่ยวหญ้าที่ว่านี้มากับตา ก็แสดงว่าการประชาสัมพันธ์หญ้านี้ประสบความสำเร็จด้วยดี สอดคล้องกับความต้องการของคนไทยในเวลานั้นจริงๆ ด้วย

13880180_727211417419836_3516057103640987ผมเคยไปงานมหกรรมสมุนไพรนี้มา เมื่อปี พ.ศ. 2555 ครับ ปีนั้นมีการประชาสัมพันธ์ ต้น “โปร่งฟ้า” ว่าเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณครอบจักรวาลมากๆ ผมเองเพิ่งรู้จักโปร่งฟ้า เมื่อได้เด็ดใบมาขยี้ดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหย กับทั้งลองชิมชาใบโปร่งฟ้าชงร้อนๆ ก็ชวนให้หวนนึกถึงเหล้ากลั่นฝรั่งเศสขวดหนึ่ง ค่าที่ว่ากลิ่นมันหอมเหมือนกันเป๊ะ จนคิดว่าน่าจะมีใครทำเหล้าโปร่งฟ้าไปเสียเลย อาจจะตีตลาดสุราต่างประเทศจนเป็นที่ฮือฮาไปก็ได้

นอกจากได้รู้จักโปร่งฟ้า ต้องนับว่างานสมุนไพรแห่งชาติเมื่อสี่ปีที่แล้ว เปิดโลก “ใบอื่นๆ” เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพให้ผมได้เห็นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

เผลอไม่เท่าไหร่ งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ก็จัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 13 ระหว่าง วันที่ 31 สิงหาคม-4 กันยายน พ.ศ. 2559 นี้ ที่ฮอลล์ 6-8 ของอาคารอิมแพค (IMPACT) เมืองทองธานี นนทบุรี แล้วครับ

IMG_7314

ปีนี้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้จัดงานหลักร่วมกับเครือข่ายจำนวนมากทั่วประเทศ เช่น สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร สมาคมอุตสาหกรรม สมาคมอาหารเสริมแห่งประเทศไทย สมาคมนักเคมีเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย และเครือข่ายอีกกว่า 30 องค์กร ได้นำผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม มาจัดแสดง และจำหน่าย โดยเฉพาะนวัตกรรมข้าวเคลือบสมุนไพร ซึ่งยังไม่มีใครในโลกทำมาก่อน โดยมีแนวคิดที่ว่า ประเทศไทยมีข้าวหลายสายพันธุ์ จึงควรเลือกกินให้เหมาะกับวัยของตน เช่น กลุ่มผู้สูงวัย ควรกินข้าวกล้องเพาะงอก เคลือบด้วยสมุนไพรบัวบก ขมิ้นชัน พริก ฟักข้าว มะเขือเทศ และน้ำมันดาวอินคา เป็นต้น

IMG_2862

สำหรับประเด็นหัวใจของงานปีนี้ ที่ต้องการจะให้เป็นการเริ่มต้น “ทศวรรษแห่งการขับเคลื่อนการแพทย์แผนไทย สู่การแพทย์ทางหลักของชาติ” นั้น แทบจะเรียกได้ว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้ร่วมจัดคนสำคัญได้ยกโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยมาตั้งไว้ในงานทีเดียว มีทั้งการตรวจสุขภาพฟรี ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย อาทิ ดูลิ้น จับชีพจร ตรวจธาตุเจ้าเรือน ดูเยื่อบุตา มีบริการนวดรักษาแบบผสมผสานเพื่อการรักษาและส่งเสริมสุขภาพ ทั้งยังจำหน่ายยาตำรับพิเศษ อาทิ น้ำมันกระดูกไก่ดำ-ขัดมอน สุดยอดยาแก้ปวด ยาหอมสู้โลกร้อน ยาแก้อาการวัยทอง เป็นต้น

ด้วยการเผยแพร่อย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่องเช่นนี้ สักวันหนึ่ง “ทางเลือก” ก็อาจกลายเป็นทางหลักได้บ้างกระมัง…

บางครั้ง ผมก็สงสัยว่า ที่เรียกกันว่าการแพทย์ทางเลือกนั้น ใครทำให้มันยังคงเป็น “ทางเลือก” อยู่จนปัจจุบันกันแน่

เท่าที่ผมเคยได้ยินมา มีกลุ่มคนหลายกลุ่ม เช่น สมาคมเภสัชวิทยาแห่งประเทศไทย เครือข่ายหมอพื้นบ้าน เครือข่ายสุขภาพวิถีไทย ตลอดจนมูลนิธิสุขภาพไทย ที่ทำงานรณรงค์ผลักดันการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้เข้าสู่ระบบบริการสุขภาพหลัก พยายามเสนอข้อมูลจนสามารถบรรจุยาสมุนไพรกว่า 85 รายการ เข้าไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีสถานะเป็นยาสามัญประจำบ้าน สามารถซื้อหาได้ทั่วไป เนื่องจากได้ทดลองพิสูจน์สรรพคุณกันจนแน่ใจแล้วว่าใช้บรรเทาอาการป่วยได้โดยไม่ต้องรอแพทย์สั่ง นั่นหมายถึง โอกาสที่ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐาน รู้จักวิธีที่จะพยาบาลตัวเองได้ดี โดยพึ่งพาหมอ โรงพยาบาล และ “ยา” แผนปัจจุบันน้อยที่สุด

คงต้องเล่าให้ฟังว่า หลายปีก่อน ผมเคยลองเลือก “ทางเลือก” ในการรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารเรื้อรัง หลังจากหมดความอดทนกับอาการพะอืดพะอมหลังการกินยาน้ำเคลือบกระเพาะ ทั้งไม่มีผลคืบหน้าในทางที่ดีขึ้นเอาเลย ตอนนั้น ตัวเลือกที่ยังรู้จักกันน้อยมาก คือ ขมิ้นชันแคปซูล ซึ่งเชื่อไหมครับว่า เพียงผมกินสม่ำเสมอแค่สองสามสัปดาห์ อาการก็ดีขึ้น จนแทบลืมว่าเคยเป็นโรคนี้เอาเลยทีเดียว

IMG_7300

เพื่อนฝูงหลายคนหายจากโรคนี้ด้วยความดีใจระคนประหลาดใจ เมื่อผมแนะนำให้ทดลองใช้เพียงไม่นาน ตอนนั้นผมยังคิดเลยว่า ต่อไปคนคงรู้เรื่องนี้กันแพร่หลาย ซึ่งก็คงช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องทนทรมานเพราะโรคนี้ไปได้มาก แต่ที่ไหนได้ เดี๋ยวนี้คนก็ยังไม่รู้เรื่องนี้กันสักเท่าไหร่เลย เวลาผมถามใครที่เป็นโรคนี้ ต่างก็ว่ายังต้องทนกินยาเคลือบกระเพาะกันอยู่ นับว่าน่าประหลาดมากจริงๆ

ผมจำไม่ได้แล้วว่าใครเล่าไว้ (หรือได้อ่านจากหนังสือเล่มไหน) ว่า ที่หน้ามหาวิทยาลัยฮาวาร์ดในอเมริกา ซึ่งได้ชื่อว่ามีการเรียนการสอนวิชาแพทย์แผนปัจจุบันที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนั้น เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของการแพทย์ทางเลือกมากที่สุดเช่นกัน คือเป็นแหล่งชุมนุมของสารพัดศาสตร์กดจุดฝังเข็ม จัดกระดูก นวดรักษาโรค สมุนไพรนานาชนิด ตลอดจนการรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยหินกึ่งอัญมณี ฯลฯ ผมคิดว่า งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 13 นี้ ก็น่าจะเป็นพื้นที่ที่เปิดให้เราเห็น “โลกใบอื่น” ของการรักษาพยาบาล และทางเลือกใหม่ๆ ที่จะดูแลสุขภาพด้วยตัวเองในระยะยาวได้ดุจเดียวกัน

ทั้งนี้ โดยการสังเคราะห์องค์ความรู้ที่มีอยู่มากมายในงานครั้งนี้ มากำหนดเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและสุขภาพ ด้วยมือของเราเองครับ

บทความก่อนหน้านี้อุทยานหลวงราชพฤกษ์ โชว์ปทุมมา 60 พันธุ์
บทความถัดไปเสน่ห์วิถีชนบท ออกหา”ไข่ผำ”ปรุงเป็นอาหาร กินกันทั้งครอบครัว เรียบง่าย-พึ่งตัวเอง