หนีกรุง มุ่งแดนในสายหมอก ยลไม้ดอกแสนงาม ที่ภูเรือ

ลมหนาวแรกของปีมาถึง ตามยอดภูยอดดอยทุกแห่งก็คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศที่ต้องการมาสัมผัสกับความหนาวเย็น หรือไม่ก็ชมทะเลหมอกและความงามของไม้ดอกเมืองหนาว ยิ่งหากได้บุกขึ้นภูสวยๆ ได้ถ่ายภาพทิวเขา ที่สลับกับช่วงแสงอรุณเริ่มแตะท้องฟ้า ก็สวยงามเกินจะบรรยายแน่ๆ คิดแล้วก็เก็บกระเป๋ามุ่งตรงไปที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ที่มีทั้งทิวทัศน์ภูเขางามๆ ลมหนาว ทะเลหมอก ดอกไม้หลากสี สมกับเป็น “ดินแดนในสายหมอก” อันคุ้มค่าที่จะเดินทางไปจริงๆ

งั้นก่อนสิ้นปีนี้ เฮาไปเที่ยวภูเรือ นำกันบ่

การเดินทางครั้งนี้ เราเน้นแบบไม่รีบร้อน หรือศัพท์วัยรุ่นปัจจุบันเรียกสโลว์ไลฟ์ โดยใช้เส้นทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างทางเกิดสะดุดตากับที่แห่งหนึ่ง จึงขอแวะสักหน่อย ที่นั่นคือ สำนักงานยาสูบเพชรบูรณ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยงานที่สนับสนุนเกษตรกรปลูกใบยาสูบแบบการปลูกพืชหมุนเวียน รวมถึงการส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี

แปลงปลูกต้นยาสูบ
แปลงปลูกต้นยาสูบ
ใบยาสูบเก็บรอเตรียมตาก
ใบยาสูบเก็บรอเตรียมตาก
ใบยาสูบแห้ง
ใบยาสูบแห้ง

ใบยาสูบ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของเพชรบูรณ์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากความเหมาะสมของสภาพอากาศและพื้นที่ โดยในพื้นที่ของจังหวัดมีการปลูกใบยาสูบ ประมาณ 14,500 ไร่ คลอบคลุมพื้นที่ในอำเภอทางตอนเหนือ เช่น อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า และอำเภอน้ำหนาว

เดินทางต่อสักพัก ระหว่างทางก็เล่นเกมซ่อนตาดำมาเกือบตลอดทาง ตื่นมาอีกทีเราก็เข้าสู่ดินแดนในม่านหมอกเมืองเลยแล้ว จึงขอแวะไหว้พระขอพรกันเสียก่อน สำหรับเมืองเลยแล้วคงต้องเป็นที่ พระธาตุศรีสองรัก ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานในการเป็นพันธมิตรระหว่าง 2 ประเทศ คือ ไทยและลาว รวมถึงเป็นจุดบอกเขตแดนระหว่างกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. 2091-2111) และกรุงศรีสัตนาคนหุต (นครหลวงเวียงจันทน์) ในยุคพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (พ.ศ. 2091-2114) เพื่อต่อสู้กับพระเจ้าบุเรงนอง (พ.ศ. 2094-2124) กษัตริย์พม่านั่นเอง และตามความเชื่อนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน เชื่อกันว่า หากจะเข้าไปสักการะพระธาตุศรีสองรัก ผู้ที่เข้าไปภายในบริเวณวัด ไม่ควรสวมเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่มีสีแดง

พระธาตุศรีสองรัก
พระธาตุศรีสองรัก
พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ภายในพระธาตุศรีสองรัก
พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ภายในพระธาตุศรีสองรัก

หมดวันแรก เราถูกกล่อมเข้านอนด้วยดวงดาวที่ส่องแสงแพรวพราวบนราวฟ้า

เช้าวันต่อมา เราถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพื่อขึ้นไปชมแสงอรุณแรกของวัน ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งนี้ถือเป็นหัวใจของการมาครั้งนี้เลย บนยอดภูนั้นเป็นที่ราบกว้าง มีต้นสนจำนวนมากขึ้นสลับซับซ้อนบนภูเรือแห่งนี้ เป็นอุทยานที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศ ที่แปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาขนาดใหญ่ ทำให้เมื่อมองโดยรอบจะเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนกันดูสวยงาม ประกอบกับแสงอรุณที่ช่วยไล่ความมืดออกไปนั้น ทำให้เราได้อึ้งกับภาพตรงหน้า คือภาพพระอาทิตย์กำลังค่อยๆ ลอยตัวผ่านทะเลหมอกสู่ฟากฟ้าที่กว้างใหญ่ บวกกับน้ำขิงร้อนๆ สักแก้วไล่ความหนาว แค่นี้ก็พอเพียงแล้ว

อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ

หลังลงจากภูและอิ่มท้องกับอาหารเช้าแล้ว เราไปต่อกันที่ ไร่วิมุตติสุข อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ไร่มะคาเดเมียที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มะคาเดเมีย เป็นถั่วเปลือกแข็ง เมื่อผ่าออกมาแล้วเม็ดในเคี้ยวมันสุดๆ จนบางคนถึงกับให้ฉายาว่า “ราชาแห่งพืชเคี้ยวมัน” ที่นี่ไม่ได้มีแค่มะคาเดเมียมาตั้งวางขายเท่านั้น แต่ที่นี่เป็นทั้งแหล่งปลูก โรงงานผลิต และหน้าร้านสำหรับขายมะคาเดเมียด้วย ใครที่ขับรถขึ้นมาเที่ยวที่ไร่นี้ หากโอกาสดีก็จะได้เห็นกระบวนการกะเทาะเปลือกมะคาเดเมียอีกต่างหาก

ถัดจากนั้นลงมาพื้นราบ แวะเข้าชมดอกไม้ที่ สวนดอกไม้ TSA แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่มีสวนดอกไม้ รวมทั้งพืชผักเมืองหนาวหลากหลายชนิด ให้ได้ชมและถ่ายภาพกันจนเมื่อยไปเลย อีกทั้งด้านในยังมีร้านค้าขายของที่ระลึกและเมล็ดพันธุ์ดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่น ดอกบานไม่รู้โรย ดอกผีเสื้อ ดอกสร้อยไก่ ฯลฯ และผักเมืองหนาวติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอีก

แปลงดอกไม้ ที่ TSA
แปลงดอกไม้ ที่ TSA

8

ปิดท้าย ก่อนเดินทางกลับที่ สวนลุงวุฒิ ที่นี่เริ่มมีชื่อเสียงจากสับปะรดสี ไม้ประดับที่ฮิตปลูกกันมากในหมู่ผู้นิยม จนเป็นที่มาของแรงจูงใจในการเพาะและขยายพันธุ์สับปะรดสีของที่นี่

17 13ปัจจุบัน สวนแห่งนี้มีการกำหนดพื้นที่โรงเรือนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ซึ่งนอกจากสับปะรดสีแล้ว ยังมีการขยายเพาะและพันธุ์ไม้ดอกที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่นิยมไว้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น กล้วยไม้เมืองหนาวและเมืองร้อนชนิดต่างๆ เช่น คัทลียา ออนซีเดียม รองเท้านารี เอื้องปากนกแก้ว และนอบิเล่ นอกจากนี้ ยังมีอาซาเลียหรือกุหลาบพันปี พันธุ์ไม้นำเข้ามาจากฮอลแลนด์ ที่พร้อมประชันสีสันกัน ยิ่งดูยิ่งเพลินจริงๆ

การได้ออกสะพายเป้เดินทางครั้งนี้ ก็หวนคำนึงถึงเนื้อเพลงเก่ากินใจ ที่ว่า “เทือกเขาดินแดนนี้ชวนใฝ่ฝัน ไม่ลืมเลือนกันสวรรค์ภูเรือ” จากเพลงสวรรค์ภูเรือ ของ คุณปนัดดา โกมารทัต จริงๆ เพราะการมาเยือนที่นี่สักครั้ง ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว และนอกจากภูเขา สายหมอก และดอกไม้แล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ที่สุดคงหนีไม่พ้นน้ำจิตน้ำใจของผู้คน ที่ยังคงดีงามมาเสมอ ดั่งเนื้อเพลงท่อนสุดท้ายที่ว่าไว้ “ที่เรานั้นมารักกัน ไม่ลืมผูกพัน สวรรค์ภูเรือ

โปรแกรมที่พาตะลอนทัวร์ข้างต้น หากท่านใดสนใจ มติชนอคาเดมี จัดทัวร์เกษตรสัญจร “ท่องทะเลหมอก ชมดอกไม้เมืองหนาว จังหวัดเลย” วันที่ 16-18 ธันวาคม 2559 นี้ จะพาทุกท่านไปร่วมแสวงหาและค้นคำตอบ เกร็ดความรู้ในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด พร้อมร่วมทริปกับวิทยากรพิเศษ อาจารย์ประเวศ แสงเพชร นักวิชาการเกษตร ที่ได้ชื่อว่าเป็นกูรูคนหนึ่งของเมืองไทย

สำรองที่นั่ง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 จันทร์-ศุกร์ (082) 993-9097, (082) 993-9105 เสาร์-อาทิตย์ หรือที่ http://www.matichonacademy.com และhttp://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

 

บทความก่อนหน้านี้สศท.7 เปิดผลวอเตอร์ฟุตปริ้นท์ ข้าวแปลงใหญ่ลพบุรี เผย ผลิตข้าวเปลือก 1 ไร่ ใช้น้ำ 1,075.08 ลบ.ม.
บทความถัดไปมะพร้าวทับสะแก เจอทั้งแล้ง-แมลงระบาด ทำราคาพุ่ง 28 บาท เป็นประวัติการณ์รอบร้อยปี