บุก สายลับ ขุมทรัพย์ในดิน กินแล้วผอม

ชื่อวิทยาศาสตร์ บุกไข่ Amorphophallus muelleri Blume บุกคางคก Amorphophallus paeoniifolius Nicholson

ชื่อวงศ์ Araceae

ชื่อสามัญ White spot arum ,,Elephant Foot  yam Konjac

ฉันรู้สึกตัวว่า “อาภัพ” เพราะไม่รู้ว่าจะหาจุดเด่นของตัวเองอย่างไร จะมองหุ่นทรวดทรงก็มีคนบอกว่า เหมือน “ไข่”   แต่อีกกลุ่มไม่รู้ว่ามองอย่างไร บอกว่าเหมือน “คางคก” จึงเก็บความกดดันไว้ในใจ หากระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่ จะ “บุก” ให้ราบเป็นหน้ากลอง เพราะตอนเด็กๆ เคยดูหนังเรื่อง “ชาติเสือต้องเหลือลาย” มีพระเอกถือปืน นำลูกน้องร้องตะโกนว่า “ไอ้เสือบุก” ไม่รู้ว่าจะบุกไข่ หรือ บุกคางคก

เรื่อง “Konjac” ก็อีกเรื่องที่เคยเสียหน้ามาครั้งหนึ่งแล้ว ช่วงตอนวัยรุ่นอยากจะดื่มเหล้า แล้วไปอ่านออกเสียงว่า “โคแนค” เพิ่งมารู้ว่าเขาอ่านว่า “คอนยัค” หน้าแตกไปแล้ว และก็รู้ว่าเกี่ยวข้องกับตัวเองด้วยเหมือนกัน คือแอบอ่านในหนังสือชื่อ “มหัศจรรย์ผัก 108” พิมพ์ครั้งที่ 4 โครงการหนูรักผักสีเขียว โดยมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย และสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนเรื่องฉันไว้ ทำให้ฉันภูมิใจมาก เขาบอกว่า “คอนยัค” ไม่ใช่เหล้า  แต่เป็นเส้นทางลัด สู่ทรวดทรงสมส่วนของคนอ้วนๆ ตุ๊ต๊ะ

คอนยัค หรือ Konjac ก็คือต้นบุก ที่คนไทยนำเอาลำต้นมาแกงส้ม ลวกจิ้มน้ำพริก หรือเอาหัวมาฝานเป็นแผ่นไว้นึ่ง หรือย่างไฟ สำหรับที่คนไทยนิยมนำมาต้ม มาแกง เป็นชนิดบุกไข่ และบุกคางคก ตามชื่อที่เป็น ตะปุ่มตะปั่มตามเปลือก แต่เขาลอกทิ้งเมื่อนำมาทอดก็ได้

ในญี่ปุ่น ที่เขาใช้ส่วนที่ว่าเป็น Konjac เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า white spot arum แต่เดี๋ยวนี้เนื้อบุกถูกแปรรูปได้สารพัดแบบ

ฉันมีเรื่องแปลกอีกอย่างที่นอกจากชื่อก็คือ ลำต้นของฉันที่เหนือพื้นดิน จะมีวงจรเติบโตผันแปรตามฤดูกาล คือเริ่มจากแตกก้าน และใบในหน้าฝน แล้วก็หายแห้งในช่วงเวลารวดเร็ว

ฉันเป็นไม้ล้มลุกที่สูงเพียง 1-2 เมตร แต่ชีวิตแปลกที่เมื่อลมหนาวมา ผลบุกที่เป็นเครือคล้ายกล้วยไข่ ที่มีขนาดไม่เกิน 3 เซนติเมตร จะผุดทรายออกมาท้าลมหนาว แล้วลาจากอีกครั้ง ต่อมาก็ถึงเรื่องดอกที่มีสีม่วงเข้ม อีก 1 สัปดาห์ แล้วจากไปอีกเช่นกัน แต่อย่าเพิ่งตกใจตัวฉันเองก็สร้างหัว ซุกไว้เป็นก้อนอยู่ในดิน คนที่เคยชอบพอฉัน ก็จะรู้ว่าตามหาฉันได้อย่างไร แต่ตอนนำฉันไปกินนี่ซิ ต่างคนต่างมีเล่ห์เหลี่ยม มีเคล็ดลับ เพราะญาติฉันบางสายพันธุ์ก็มีทั้งพิษร้าย และทั้งขมกับขื่น เพราะมีสาร “แคลเซียมออกซาเลต” ทั้งที่ต้นและหัว เจอแม่ครัวมือใหม่ก็คันทั้งตัว

เขาจึงเอาฉันไปต้ม หรือลวกเสียก่อน หรือบางคนก็นำไปเผาไฟซะเลย

คนญี่ปุ่นชอบฉันมาก เขาจะสกัดเป็นแป้งแล้วทำปฏิกิริยากับด่าง กลายเป็นก้อนวุ้นใสๆ ใช้ยำ แกงจืด ผัดแทนวุ้นเส้น หรือทำเป็นชิ้นแทนปลาหมึก ผ้าขี้ริ้ว กุ้ง เพราะแป้งที่สะสมเป็นเส้นใยสามารถดูดน้ำ ทางวิชาการเขาเรียกว่า “กลูโคแมนแนน” ซึ่งพวกแป้งนี้ไม่ให้พลังงานและสารอาหาร เมื่อกลืนไปแล้วก็เต็มในกระเพาะอาหาร เส้นใยจะดูดน้ำ รู้สึกอิ่ม ทำให้กินข้าวได้น้อยลง กลยุทธ์ในตลาดบางร้านเขาบอกว่าแทนปลาหมึก เมื่อกินมากๆ ก็กินอะไรไม่ได้  หรือไม่อยากกินอะไรอีก ฉันจึงเป็นเหมือน “ขุมทรัพย์จากใต้ดิน” สาวๆ ชอบกินฉันมาก เพื่อกินแล้วลดน้ำหนัก ลดอ้วน จึงชวนกันผอม เพราะยอมให้ฉัน “บุก”

ถ้าไม่รังเกียจ กลิ่นดอกที่เหม็นเหมือนเนื้อเน่าหรือปลาเน่า หรือถุงเท้าลืมซัก…ก็ขอเชิญยกแก้ว…จิบ KONJAC รักหุ่นผอม ยอมให้ “บุก” รุกถึงกระเพาะเต็มท้อง รับรองหุ่น simmm…เด้อ?

 

 

บทความก่อนหน้านี้“กฤษฎา” มอบเงินช่วยสวนยางตะวันออกไร่ละพันแปด
บทความถัดไปเมืองคอนวิกฤต! ไฟฟ้าดับทั้งเมือง ศูนย์อพยพเต็ม คนหาที่หนี พายุปาบึก