จากหนุ่มวิศวกร ผันชีวิตสู่เกษตรกร ปลูกทุเรียนเงินล้าน ด้วยการจัดการที่ดี

คุณธัชพล วิจิตรสุข เกษตรกรปลูกทุเรียนอยู่ที่จังหวัดตราด เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ปลูกทุเรียนประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยการทำสวนทุเรียนของเขานั้น มีการจัดระบบสวนที่ดี จึงทำให้ผลผลิตที่ได้แต่ละรอบการผลิตมีคุณภาพ ทุเรียนภายในสวนจึงเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งผลให้การทำสวนทุเรียนเป็นอาชีพทำเงินให้เขามากว่า 2 ทศวรรษ เลยทีเดียว

จากหนุ่มวิศวกร
ผันชีวิตสู่เกษตรกร
คุณธัชพล เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เป็นวิศวกรมาก่อน ในช่วงปี 2540 ประเทศไทยเกิดปัญหาในเรื่องของพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตก จึงทำให้มีโอกาสย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิด และมองหาอาชีพสร้างรายได้ใหม่ ในช่วงที่จะเริ่มต้นอาชีพใหม่นั้น มองดูว่าในพื้นที่นิยมทำอาชีพอะไรเป็นหลัก โดยส่วนมากนิยมทำสวนไม้ผล จึงเกิดความคิดที่จะเปิดร้านเคมีภัณฑ์ทางเกษตรขึ้นมา ซึ่งลูกค้าหลักๆ จะทำสวนทุเรียนเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้การจำหน่ายเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรมีความชำนาญมากขึ้น ในเวลาต่อมาเขาจึงได้ทดลองทำสวนทุเรียนไปด้วย
“ช่วงแรกที่มาขายปุ๋ย ขายยา ต้องบอกก่อนว่า เราแทบไม่มีความรู้ด้านนี้เลย พอมีโอกาสช่วงแรกเลยตัดสินใจเช่าที่ดิน ประมาณ 40 ไร่ เพื่อทำสวนทุเรียน ที่มองว่าทำไมเลือกทำสวนทุเรียน เรามองตลาดว่า สามารถเรียกราคา หรือต่อรองตลาดกับพ่อค้าที่มารับซื้อได้ เมื่อเทียบกับไม้ผลอื่นๆ พอทำแล้วประสบผลสำเร็จ ผลผลิตจำหน่ายได้ดี ก็ขยับขยายการปลูกออกไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี จากวันนั้นมาถึงวันนี้ มีพื้นที่ทำสวนทุเรียนมากกว่า 200 ไร่ โดยประมาณ”

จัดการสวนมีระบบ
ผลผลิตดี มีคุณภาพ
ขั้นตอนการปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้น คุณธัชพล เล่าว่า ระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถวของการปลูกทุเรียนที่เหมาะสมอยู่ที่ 8×8 เมตร โดยสายพันธุ์ทุเรียนที่เลือกปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง ซึ่งต้นทุเรียนที่จะสามารถให้ผลผลิตได้ดีเน้นให้ต้นมีอายุอย่างต่ำ 5 ปีขึ้นไป จึงจะเตรียมต้นให้มีความพร้อมและทำผลผลิตออกจำหน่ายสู่ท้องตลาด

เมื่อพ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตจนหมดสวนแล้ว ในขั้นตอนของการดูแลบำรุงต้นหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญมากของการทำสวนทุเรียน

คุณธัชพล เล่าว่า หลังจากเก็บผลทุเรียนเสร็จในช่วงเดือนเมษายน จะจัดแต่งกิ่งทุเรียนทันที พร้อมกับใส่ ปุ๋ยยารามีร่า 16-16-16 ในอัตราส่วน ต้นละ 1 กิโลกรัม หลังจากนั้น 15 วัน ต้นทุเรียนก็จะเริ่มแตกใบอ่อนออกมาให้เห็น การรักษาใบในช่วงนี้จะต้องมีการฉีดยาฆ่าแมลงเพื่อรักษาใบอ่อนไม่ให้ถูกทำลาย โดยการใส่ปุ๋ย จะใส่ทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง

เมื่อทุเรียนแตกใบออกมาให้เห็น 2 ช่วง และใบที่ออกมามีความสมบูรณ์แล้ว จะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน เมื่อเข้าสู่ต้นเดือนสิงหาคม จะทำสารให้กับต้นทุเรียนทันที เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุเรียนออกดอกและติดผลต่อไป

“หลังจากเราทำสารฉีดพ่นให้ต้นทุเรียนเสร็จแล้ว รอเวลาอีกประมาณ 1 เดือน เข้าสู่เดือนกันยายน ก็จะเริ่มมีดอกออกมาให้เห็น หลังจากนั้นปุ๋ยที่ใส่บำรุงต้นก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย เราจะเปลี่ยนเป็นปุ๋ยยารามีร่า 8-24-24 เพื่อเป็นการสะสมอาหาร ดอกที่ออกตั้งแต่กันยายนถึงตุลาคมก็จะค่อยๆ พัฒนามาเป็นผลเล็กๆ ให้เห็น ในช่วงนี้เราก็ยังคงปุ๋ยสูตร ยารามีร่า 8-24-24 เดือนละครั้งเหมือนเดิม เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้แตกใบอ่อน ดูแลผลทุเรียนบนต้นพร้อมกับใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ผลทุเรียนมีคุณภาพ พร้อมเก็บเกี่ยวได้อีกครั้งในช่วงเดือนมีนาคม ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตออกจากสวนทั้งหมด”
เมื่อผลผลิตเก็บออกจากต้นจนหมดแล้ว สำหรับวิธีการบำรุงต้นทุเรียนให้มีความแข็งแรง คุณธัชพล บอกว่า ก่อนจะทำการผลิตให้ได้ผลผลิตในรอบต่อไปได้นั้น จะต้องมีการบำรุงต้น โดยใช้ ปุ๋ยยารามีร่า 16-16-16 ผสมกับ ยาราลีว่า ไนตราบอร์ 15-0-0 เป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำได้ดี เมื่อใส่ผสมเข้าไปแล้ว ทำให้พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันทีทางระบบราก จะช่วยทำให้เปลือกของต้นทุเรียนแตกไวขึ้น และลำต้นมีความแข็งแรงสามารถต้านโรคและแมลงได้ดีขึ้น

“หลังตัดผลออกหมดต้นแล้ว เราจะใส่ปุ๋ย 2 ตัวนี้ผสมเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการฟื้นฟูให้กับต้นทุเรียนให้แตกใบอ่อนให้เร็วที่สุด หลังจากเราใส่ไปแล้ว 15 วัน เราจะเห็นต้นทุเรียนแตกใบอ่อนออกมา เป็นระยะแทงหางปลาจนถึงใบเพสลาดใช้เวลา 45 วัน เพื่อเป็นการสร้างใบอ่อนใหม่อีกครั้งหนึ่ง พอใบอ่อนออกมาได้ 2 ชุด เราก็ทำสารใหม่ได้ทันที เพื่อสร้างผลผลิตใหม่ในรอบต่อไป”

ผลผลิตที่ได้
2–3 ตัน ต่อไร่
สำหรับเรื่องการจำหน่ายผลผลิตภายในสวนนั้น คุณธัชพล บอกว่า ทุเรียน 1 ต้น จะให้ผลผลิตอยู่ที่ 100 – 200 กิโลกรัม ต่อต้น ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกทุเรียนได้ 25 ต้น เฉลี่ยผลผลิตที่ได้ต่อไร่จะอยู่ที่ 2-3 ตัน ซึ่งการจำหน่ายส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าเข้ามาติดต่อขอซื้อถึงหน้าสวน เมื่อตกลงการซื้อขายกันเป็นที่พอใจแล้ว ลูกค้าจะนำคนมาตัดทันที โดยที่เขาไม่ต้องนำทุเรียนภายในสวนออกไปจำหน่ายเอง

“ผลทุเรียนที่เอาไว้บนต้น จะอยู่ที่ประมาณ 50-70 ผล ดูความสมบูรณ์ของต้นเป็นหลัก ไว้มากน้อยไม่เท่ากันในแต่ละต้น ทุเรียนที่สวนผม 1 ผล จะหนักอยู่ประมาณ 3 กิโลกรัมกว่าๆ ราคาจำหน่ายล่าสุด อยู่ที่กิโลกรัมละ 152 บาท เพราะฉะนั้นเมื่อเทียบกับต้นทุนที่เราลงทุนทั้งหมด มาเทียบกับคุณภาพของผลผลิตที่มีคุณภาพ ยังไงผลผลิตของเราก็สามารถจำหน่ายได้ตลอด และเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอ”

ปุ๋ย เป็นตัวช่วยสำคัญ
ที่ทำให้ได้ผลผลิตดี
สาเหตุที่เลือกใช้ปุ๋ยยาราเป็นตัวช่วยในการทำสวนทุเรียนนั้น คุณธัชพล บอกว่า ปุ๋ยยารามีการตอบสนองที่ดีกับต้นทุเรียน จะเห็นได้ว่าเมื่อใส่ลงไปแล้วใช้ระยะเวลาไม่นาน ใบของต้นทุเรียนจะมีการแตกยอดใหม่ทันที และเป็นสีเขียวอ่อนที่เห็นได้ชัด อย่างสูตรยารามีร่า 16-16-16 ในทุกเม็ดจะมีปริมาณ NPK เท่าๆ กัน เมื่อนำมาใส่ในอัตราส่วนหรือสภาวะที่ถูกต้อง จึงทำให้มั่นใจได้ว่าต้นทุเรียนจะได้รับธาตุอาหารจำเป็น และที่สำคัญปุ๋ยยาราเป็นปุ๋ยคอมปาวด์ การกระจายตัวของธาตุอาหารจึงสม่ำเสมอ เมื่อหว่านด้วยมือหรือเครื่อง จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีความเสี่ยงว่าธาตุอาหารจะกระจายตัวแบ่งแยก
“ปุ๋ยยารา ในเรื่องของการละลายนี่ดีมาก เมื่อใส่ให้กับต้นทุเรียนแล้ว จะไม่มีกากเหลือให้เห็น เราใช้ปุ๋ยคุณภาพอย่างยารา ใส่แล้วเรามั่นใจว่ามีการตอบสนองที่ดี จากประสบการณ์ที่ทำสวนทุเรียนมากว่า 20 ปี ช่วงก่อนเราก็มีทดลองปุ๋ยอื่นๆ ด้วย แต่ที่ตอบสนองและสร้างผลผลิตให้ดีที่สุดสำหรับผมก็คือปุ๋ยคุณภาพของยารา การทำสวนทุเรียนให้ประสบผลสำเร็จสำหรับผม มีการจัดการที่ดี ใช้ปุ๋ยดีมีคุณภาพ อาชีพทำสวนทุเรียน สามารถเป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้”

บทความก่อนหน้านี้วช. จับมือ สถาบันวิทยสิริเมธี สนับสนุนทุนนิสิตปริญญาเอก ภายใต้โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.)
บทความถัดไปหนุ่มบางบ่อ พลิกนาทำบ่อเลี้ยงปลา-กุ้ง บริหารจัดการผ่านทุกวิกฤติ สร้างเม็ดเงินตลอดปี