เลี้ยง-แปรรูป โคเนื้อคุณภาพ ที่ชุมแพ โดย “P.J. FARM”

การที่จำนวนประชากรโคในจังหวัดขอนแก่นลดลงในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากสภาพสังคมเปลี่ยนไป หรือชาวบ้านได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุน ทั้งยังมีตลาดประเทศเพื่อนบ้านรับซื้อโคในราคาสูง หากดูผิวเผินน่าจะเป็นปัญหาต่ออาชีพนี้ แต่ความจริงแล้วระยะหลังตลาดบริโภคเนื้อมีการตื่นตัวคึกคัก จึงกลับเป็นแรงขับเคลื่อนให้ชาวบ้านที่เลี้ยงโคหันมาใส่ใจเลี้ยงแบบคุณภาพ มีการคัดเลือกและปรับปรุงสายพันธุ์ที่มีคุณภาพเพื่อต้องการให้เนื้อโคมีมาตรฐานเทียบกับต่างประเทศ

“P.J. FARM” ตั้งอยู่เลขที่ 344 หมู่ที่ 4 บ้านมะขามป้อม ตำบลขัวเรียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เป็นฟาร์มที่เลี้ยงโคเนื้อเพื่อจำหน่ายทั้งตัวและแปรรูปส่งขายตลาดผู้บริโภคทุกระดับ พร้อมกับยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผสมพันธุ์ที่สำคัญของจังหวัด

คุณประนอม วอร์เบอร์ตัน เจ้าของฟาร์ม PJ FARM

คุณประนอม วอร์เบอร์ตัน เจ้าของฟาร์ม P.J. FARM บอกว่า เดิมตัวเธอได้ทำอาชีพเลี้ยงโคนมกับสามีชาวนิวซิแลนด์ที่ประเทศของสามี แต่ไม่กี่ปีจากนั้นสามีมีสุขภาพไม่ดีจึงเลิกอาชีพแล้วขายกิจการกลับมาอยู่ที่ขอนแก่นบ้านเกิด จากนั้นหาซื้อที่ดินที่อำเภอชุมแพเป็นที่นา แล้วมาปรับเป็นแปลงปลูกหญ้า พร้อมกับสร้างโรงเรือนแบบธรรมดา เมื่อหญ้าโตได้ที่จึงหาซื้อวัวเข้าฟาร์มจำนวน 37 ตัวเป็นพันธุ์บราห์มันมาเลี้ยงขุนขาย แต่ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้า

ภายหลังที่ได้สะสมพร้อมเรียนรู้จากประสบการณ์มาระยะหนึ่งทำให้คุณประนอมตัดสินใจปรับการเลี้ยงวัวเป็นพันธุ์วัวชาโรเลส์ แองกัส และวากิว แทน เพื่อส่งขายในตลาดบนให้กับสหกรณ์การเกษตรตลาดหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และบริษัท นครพนมบีฟ ไทยแลนด์ จำกัด จังหวัดนครพนม ทั้งนี้ ได้เลี้ยงแม่พันธุ์สำหรับใช้ผสมพันธุ์เองโดยมีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอชุมแพให้คำแนะนำและช่วยเหลืออย่างดีมาตลอด

พื้นที่ส่วนหนึ่งของแปลงปลูกหญ้า

คุณประนอมจะให้เกษตรกรยืมแม่พันธุ์ไปผสมพร้อมกับทำข้อตกลงกันว่าลูกวัวรุ่นแรกต้องเป็นของเธอ แล้วลูกวัวในรุ่นต่อไปจึงเป็นของชาวบ้านรายนั้น แต่ในกรณีที่เป็นวัวตัวผู้ตกลงกันว่าจะต้องขายให้กับคุณประนอมเพื่อนำน้ำเชื้อไปใช้ผสมเทียมเพื่อต้องการให้เป็นสัตว์เลือดยุโรป

จนในปี 2556 ได้ขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงโคเนื้อ แล้วเพิ่มจำนวนการผลิตโคมากขึ้นทำให้ในปัจจุบันมีโคขุนทั้งหมด 450 ตัว มีแม่พันธุ์จำนวน 85 ตัว แบ่งการเลี้ยงเป็น 3 ส่วน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งยังมีเครือข่ายเลี้ยงโคจากสมาชิกในจังหวัดและทั่วภาคอีสาน แล้วต่อยอดด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โคส่งขายตามร้านอาหาร และที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยมี คุณสุรชาติ พลซักซ้าย หรือ คุณอ๊อด ลูกชายดูแลด้านการตลาด จนในปี 2559 ได้รับรองเป็นฟาร์มมาตรฐาน

คุณประนอม บอกว่า ฟาร์ม P.J. เน้นเลี้ยงโคคุณภาพในจำนวนไม่มาก เป็นฟาร์มเลี้ยงโคแบบชาวบ้านที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ให้กับชุมชน ดังนั้น จึงชักชวนชาวบ้านมาสร้างเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงโค แล้วให้ชาวบ้านยืมแม่พันธุ์ไปผสมเพื่อต้องการขยายพันธุ์ แล้วรับซื้อในลักษณะการซื้อ-ขายแบบกลางน้ำ

ภาพมุมสูงของฟาร์ม PJ

“ผลิตโคกลางน้ำเพื่อส่งตลาดบน โดยจะรับซื้อลูกวัวที่มีอายุประมาณ 1 ปีครึ่ง จากชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มในการซื้อ-ขายแบบชั่งเป็นน้ำหนัก โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เป็นการซื้อ-ขายตามข้อตกลง จากนั้นนำลูกวัวไปลงทะเบียนตามระบบของปศุสัตว์ก่อนที่จะนำไปเลี้ยงต่อ โดยระยะแรกให้ลูกวัวกินหญ้าสดกับอาหาร TMR พร้อมกับฟางเป็นเวลา 6 เดือน ต่อจากนั้นเน้นที่อาหารข้น TMR กับฟาง แล้วในช่วงสุดท้ายจะให้อาหารที่ไม่เป็นสีเขียวเพื่อไม่ต้องการให้เนื้อวัวมีไขมันแทรก เพราะหญ้าเขียวหรืออาหารเขียวจะไม่ทำให้เนื้อหอมและขาดความนุ่ม แนวทางนี้เป็นวิธีของฟาร์ม P.J. ที่ถูกคิดสูตรขึ้นมาเอง”

เจ้าของฟาร์ม P.J. เผยว่า มีสูตรและวิธีการให้อาหารโคเฉพาะที่ ต่างจากฟาร์มอื่น ทั้งนี้ จะผลิตอาหารวัวแบบกึ่ง TMR เป็นอาหารสำเร็จรูปชนิดข้นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเหมาะกับโคขุน นอกจากนั้น ยังใช้อาหารหยาบ อย่างหญ้าสด ฟางแห้ง ควบคู่ด้วย

คุณประนอมพาคณะเยี่ยมชม

“อาหารกึ่ง TMR หมายถึงอาหารข้นที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หาจากท้องถิ่นแล้วนำมาเข้ากระบวนการผลิตเป็นอาหารข้น อย่างมันสำปะหลังเส้นแห้ง รำ กากเบียร์สด และกากน้ำตาล นำมาผสมกันสามารถใช้เป็นอาหารให้กับโคขุนได้ทันที ทั้งนี้ วัตถุดิบต่างๆ จะรับซื้อจากชาวบ้าน จึงทำให้ชาวบ้านมีรายได้

นอกจากนั้นแล้ว การให้อาหารวัวที่ฟาร์มจะให้แบบบุฟเฟ่ต์ โดยใส่ภาชนะไว้เพื่อให้วัวกินได้ตลอดเวลาทั้งวัน ต่างจากฟาร์มอื่นที่ต้องชั่งอาหารให้วัวกินในแต่ละครั้ง คุณประนอมเคยทำเช่นนั้นเหมือนกัน แต่พบว่าวัวโตช้าและไม่สมบูรณ์มากพอ จึงเปลี่ยนมาใช้แนวทางนี้ กระทั่งพบว่าช่วยให้วัวมีคุณภาพเนื้อที่สมบูรณ์ มีขนาดตัวโตเร็ว เพราะวัวกินอิ่ม”

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพโคทั้งของฟาร์มและสมาชิกด้วยการฉีดวัคซีนให้กับโคทุก 3 เดือน โดยมีการให้วิตามินเสริมในบางคราว พร้อมกับการถ่ายพยาธิ ภายในโรงเรือนดูแลความสะอาด มีสภาพโปร่ง แถมยังเปิดเพลงพร้อมเสิร์ฟอาหารให้ตลอดทั้งวัน จึงได้รับการยกย่องเป็นฟาร์มตัวอย่าง เป็นสถานที่สำหรับวิจัยโคเนื้อให้แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมกับมีนักศึกษาเข้ามาฝึกงานด้วย ทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาและดูงานของผู้ที่สนใจทั้งในและต่างประเทศ

ผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อของPJ FARM

สำหรับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ทางฟาร์มได้นำมูลวัวเป็นปุ๋ยคอกไปใส่ในแปลงหญ้าแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ตลอดจนไม่มีการใส่สารเร่งเนื้อแดง เน้นการเลี้ยงวัวแบบประณีต ไม่เน้นเลี้ยงจำนวนมาก เพราะต้องการสร้างคุณภาพเนื้อวัวเพื่อให้ขายได้ราคาสูง แล้วยังผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก ผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ไว้ใช้ในครัวเรือน จัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย เพื่อเก็บไว้ใช้รดหญ้าในหน้าแล้ง

ฟาร์มเลี้ยงโค P.J. มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 264 ไร่ มีโรงเรือนโคจำนวน 11 หลัง โรงเก็บฟาง 2 หลัง โรงเก็บหญ้าสด 1 หลัง โรงเก็บอาหารโค 2 หลัง มีแปลงหญ้าเนเปียร์ 180 ไร่ มีสระน้ำ 3 ไร่ โดยจะซื้อฟางมาสะสมเป็นอาหารไว้ในหน้าแล้ง หรือในช่วงฤดูฝนที่ไม่สามารถตัดหญ้าได้สะดวก

ทางด้านการตลาดคุณอ๊อด ลูกชายคุณประนอมให้รายละเอียดว่าฟาร์มแห่งนี้จะเลือกเลี้ยงพันธุ์โคสายพันธุ์ต่างประเทศเป็นหลัก เพราะไม่เพียงต้องการผลิตโคคุณภาพขายเป็นตัวให้กับตลาดบนเพื่อนำไปชำแหละขายเป็นอาหารแล้ว แต่ทางฟาร์มจะแยกโคบางส่วนเพื่อชำแหละเองแล้วแปรรูปส่งขายตามร้านอาหารชื่อดังในขอนแก่น กับส่งขายให้ทางประเทศลาวที่เวียงจันทน์ ดังนั้น ไม่ว่าจะผลิตโคตั้งแต่เริ่มขุนจนกระทั่งขาย ทางฟาร์มจะเน้นในเรื่องคุณภาพการเลี้ยง ดูแลอาหารที่จำเป็นต่อคุณภาพเนื้อ

โทมาฮ๊อก

“บางส่วนของวัวขุนจะเก็บไว้ชำแหละเอง แล้วแปรรูปเป็นเนื้อสเต๊กและส่วนอื่นๆ ขายตามร้านอาหารในขอนแก่น พร้อมกับขายทางออนไลน์ด้วย ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปขาย ได้แก่ สันนอก สันใน คอ ทีโบน โทมาฮ็อก โดยขายตามร้านอาหารในขอนแก่น แล้วส่งไปตามออเดอร์ที่สั่งของทางเวียงจันทน์ โดยมีจุดเด่นของคุณภาพเนื้อคือ นิ่ม หอม และไขมันน้อย”

คุณประนอมไม่ได้เป็นเพียงเจ้าของฟาร์ม เลี้ยงโค P.J. แต่ด้วยศักยภาพที่สะสมประสบการณ์ ตลอดจนความเอื้อเฟื้อที่ดีต่อชาวบ้านในการเข้าไปช่วยเหลือและสนับสนุนยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงวัวให้เป็นที่ยอมรับ ดังนั้น จึงทำให้คุณประนอมยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารโคเนื้อตำบลขัวเรียง เป็นรองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มโคเนื้อขัวเรียง แล้วล่าสุดในปี 2561 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการโคเนื้อแปลงใหญ่ ตลอดจนยังเป็นวิทยากรที่ถ่ายทอดความรู้เรื่องการเลี้ยงโคขุนให้กับหน่วยงานต่างๆ

ชาร์โลเล่ย์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุรชาติ พลซักซ้าย โทรศัพท์ (087) 771-3551

ขอขอบคุณ สำนักงานปศุสัตว์ชุมแพ

บทความก่อนหน้านี้ส้มสีทอง รสหวานกลมกล่อม ส้มดีที่หาดรั่ว เมืองแพร่
บทความถัดไปกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ครบรอบ 67 ปี ยึดมั่นพัฒนาคุณภาพการสอนบัญชีและสอบบัญชี ขับเคลื่อนงานด้วยความเที่ยงตรง โปร่งใส และเชื่อถือได้