เกษตรกรนครศรีธรรมราช เลี้ยงโคเนื้อลูกผสม ลดต้นทุน เน้นสร้างคุณภาพ จำหน่ายได้ราคาดี

จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากจะมีในเรื่องของการทำไม้ผลที่มีคุณภาพแล้ว เกษตรกรในบางพื้นที่ได้มีการทำปศุสัตว์ที่สามารถสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง จึงทำให้มีการจัดการในระบบฟาร์มอย่างมีแบบแผน สามารถนำวัตถุดิบที่เหลือจากสวนหรือในท้องถิ่นมาเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนอีกหนึ่งช่องทาง ทำให้การทำปศุสัตว์แม้จะทำเป็นอาชีพเสริมรายได้ แต่ก็สามารถมีเงินเป็นรายรับเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน

คุณปิ่นณรงค์ สมัยสง

คุณปิ่นณรงค์ สมัยสง อยู่บ้านเลขที่ 142/2 หมู่ที่ 7 ตำบลควงพัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แบ่งพื้นที่มาทำปศุสัตว์ ด้วยการเลี้ยงโคเนื้อแบบต้นทุนต่ำ พร้อมทั้งมีการผลิตอาหารไว้ให้โคกินเองภายในฟาร์ม จึงยิ่งช่วยให้มีระบบการจัดการที่ดี ไม่ต้องออกไปตัดหญ้าให้เกิดความยากลำบากเหมือนเช่นสมัยก่อน จึงมีเวลามากขึ้นสามารถไปทำงานด้านอื่นๆ สร้างรายได้หลากหลายช่องทาง

หญ้าหมัก

คุณปิ่นณรงค์ เล่าว่า สมัยก่อนทำงานเป็นพนักงานเอกชนอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจอพิษเศรษฐกิจในปี 2540 จึงทำให้ได้ต้องกลับมาอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงนั้นเกิดความคิดที่อยากจะทำอาชีพทางการเกษตรโดยทำแบบผสมผสานมีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ไปพร้อมๆ กัน

“ช่วงที่ผมมาทำเกษตร ก็มีทำสวนปาล์มและพืชอื่นๆ เราก็เห็นว่าในสวนปาล์มค่อนข้างมีหญ้าขึ้นมาก จึงเกิดความคิดว่าน่าจะเอาโคเข้ามาเลี้ยง เพราะอย่างน้อยก็ช่วยกินหญ้าได้โดยที่เราไม่ต้องฉีดยาให้สิ้นเปลือง พร้อมทั้งมูลโคยังสามารถมาทำเป็นปุ๋ยให้กับพืชเราได้ด้วย จึงทำให้มีการเลี้ยงแบบเสริมรายได้ แต่พอทำไปเรื่อยๆ เกิดรายได้ที่ตายตัว ก็สามารถทำเป็นอาชีพหลักได้เช่นกัน” คุณปิ่นณรงค์ เล่าถึงการนำโคเนื้อเข้ามาเลี้ยงในสวนปาล์ม

โคที่เลี้ยงแบบยืนโรง

สายพันธุ์โคที่เลี้ยงหลักๆ เป็นโคเนื้อลูกผสมอเมริกันบราห์มันและโคเนื้อลูกผสมชาโรเลส์ ที่นำมาผสมเข้ากับสายพันธุ์พื้นเมือง เพื่อให้เกิดสายพันธุ์ที่มีความทนต่อสภาพแวดล้อมในบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งการเลี้ยงโคจะปลูกแปลงหญ้าเอง จึงทำให้มีหญ้าให้โคกินอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องออกไปตัดตามท้องถิ่นจนเกิดความยากลำบาก

ซึ่งการผสมพันธุ์โคเนื้อในฟาร์มเน้นการผสมเทียมเป็นหลัก โดยจะหาน้ำเชื้อจากพ่อพันธุ์ที่ต้องการมาผสมพันธุ์กับแม่พันธุ์ ใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 9 เดือน แม่โคจะคลอดลูกออกมา จากนั้นเลี้ยงดูลูกโคต่อไปจนหย่านม หากมีความพอใจที่จะจำหน่ายจะติดต่อให้เพื่อนเกษตรกรรายอื่นมาซื้อสำหรับไปเลี้ยงเป็นโคขุนต่อไป

“โคที่ฟาร์มเราจะเลี้ยง 2 แบบ คือ แบบที่ 1 เลี้ยงแบบยืนโรงมีอาหารให้กินและอยู่แต่ภายในคอกจะหาอาหารต่างๆ มาให้กินถึงในคอก ซึ่งการเลี้ยงแบบนี้ใช้พื้นที่น้อย และช่วยให้เรามีเวลาไปทำงานอย่างอื่นได้ ส่วนการเลี้ยงแบบที่ 2 คือการนำโคไปเลี้ยงปล่อยอยู่ในสวนกันพื้นที่ไว้ พอช่วงเย็นเราก็จับมาเข้าคอกตามเดิม ซึ่งการเลี้ยงส่วนใหญ่เราจะเลี้ยงแบบที่ 1 มากกว่า ง่ายต่อการจัดการและดูแลได้อย่างใกล้ทำให้เราไม่เหนื่อยมากในการออกไปลากจูง ส่วนในเรื่องของการป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยและถ่ายพยาธิจะมีการฉีดวัคซีนทุก 6 เดือนครั้ง โดยรับวัคซีนสนับสนุนมาจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอที่มาทำการสนับสนุน” คุณปิ่นณรงค์ บอก

พื้นที่สำหรับผสมอาหาร

โดยลูกโคเนื้อที่หย่านมจากแม่พันธุ์และมีความสมบูรณ์พร้อมแล้ว เมื่อเลี้ยงจนมีอายุ 10 เดือน สามารถส่งจำหน่ายได้ทันที

ซึ่งการทำตลาดโคเนื้อของพื้นที่นี้ คุณปิ่นณรงค์ บอกว่า ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรผู้เลี้ยงรวมถึงตัวเขาด้วย สามารถกำหนดในเรื่องของราคาจำน่ายได้ โดยที่พ่อค้าที่มารับซื้อไม่ได้เป็นผู้กำหนด หากมีความพึงพอใจก็จะซื้อขายทันที จึงทำให้การเลี้ยงโคค่อนข้างได้ราคา โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นของโคอายุ 10 เดือน ราคาอยู่ที่ 20,000 บาท และโคที่มีลักษณะสวยมีทรงดี ราคาต่อตัวสามารถจำหน่ายไปได้ถึง 70,000 บาท

ถังสำหรับหมักหญ้าไว้ให้โคกิน

“การเลี้ยงโคเนื้อของฟาร์มเรา จะเน้นเลี้ยงแบบให้มีคุณภาพ ดังนั้น ในเรื่องของปริมาณเลี้ยงไม่มากไม่เป็นอะไร แต่จะขอให้มีคุณภาพเป็นหลัก ซึ่งเกษตรกรรายอื่นๆ ของที่นี่ก็จะเน้นเลี้ยงแบบคุณภาพเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้โคเนื้อที่เราเลี้ยงก็ยังผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เพราะมีตลาดจากต่างประเทศ อย่างมาเลเซียเข้ามาซื้อด้วย ดังนั้น อยู่ที่เกษตรกรว่าพอใจอยากจะเลี้ยงเพื่อผลิตลูกอย่างเดียว หรือจะเลี้ยงขุนอย่างเดียวก็สามารถทำได้ โดยที่ดูตามความถนัดของตนเอง” คุณปิ่นณรงค์ บอก

พื้นที่ภายในฟาร์ม

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงโคเนื้อเพื่อสร้างรายได้ คุณณรงค์ปิ่น แนะนำว่า การเลี้ยงโคเนื้อในสมัยนี้สามารถทำได้ง่าย โดยไม่ต้องเน้นใช้พื้นที่มากเหมือนเช่นสมัยก่อน โดยสามารถเลี้ยงแบบยืนโรงและหาอาหารมาให้โคกินได้ถึงในฟาร์ม เพียงแต่มีการจัดการในเรื่องของพื้นที่ปลูกหญ้าให้เพียงพอ มีโรงเรือนสำหรับเก็บอาหารไว้ใช้ภายในฟาร์มให้เพียงพอ ก็จะช่วยให้การเลี้ยงโคเนื้อได้ผลกำไร พร้อมทั้งสร้างการรวมกลุ่มก็จะยิ่งทำให้มีความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ส่งผลให้อาชีพเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่ยั่งยืนต่อไปได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมอย่างมืออาชีพได้ที่ คุณปิ่นณรงค์ สมัยสง หมายเลขโทรศัพท์ (089) 887-6443

บทความก่อนหน้านี้สารคดีเสียงจากแผ่นดิน ปีที่ 5 EP.17 บ้านวังศรีไพร ต. ดงเดือย อ. กงไกรลาศ จ. สุโขทัย เป็นชุมชนเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว ทำนา ทำสวน และทำไร่สืบทอดทำกันมาหลายชั่วอายุคน แต่ด้วยสภาพพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่ในช่วงฤดูน้ำหลาก (ก.ค. – พ.ย.) น้ำจะท่วมขังพื้นที่เพาะปลูกทุกปี ชาวบ้านไม่สามารถทำการเกษตรได้ นอกจากการออกจับปลาตามธรรมชาติมาบริโภคและจำหน่ายทดแทน
บทความถัดไปบริษัทยันม่าร์ เอส.พี.จำกัด ร่วมกับสโมสรเซเรโซ โอซาก้า จัดการแข่งขันฟุตบอลเซเรโซคัพ ครั้งที่ 3 มุ่งส่งเสริมทักษะกีฬาฟุตบอลให้แก่เยาวชน