ไก่ดำเชียงคำ พะเยา ศาสตร์การเลี้ยงของพระราชา ต่อยอดมาสู่ทหารพันธุ์ดี ร้อย 17 พัน 4 จึงเป็นแบบอย่างจากทหารสู่ชุมชน

จากศาสตร์ของพระราชาที่หลายๆ คนได้ติดตามอยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจพอเพียง การกักเก็บน้ำแบบต่างๆ และรวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์เพื่อความเป็นอยู่ โดยการเลี้ยงสัตว์นั้นได้แบ่งออกเป็นหลายๆ ด้าน ซึ่งแต่ละชุมชนก็จะมีความถนัดแตกต่างกันออกไป แต่ด้วยคำว่าทหารของพระราชา จึงมีหน่วยทหารหน่วยหนึ่งได้นำศาสตร์ของพระราชาตรงนี้มาเริ่มต่อยอดและแบ่งปันให้ความรู้แก่กำลังพล รวมไปถึงชุมชนในพื้นที่ที่ให้ความสนใจ

สิ่งที่จะบอกต่อไปนี้คือกิจกรรมเลี้ยงสัตว์ปีก โดยเฉพาะการเลี้ยง “ไก่ดำ” ซึ่งประเทศไทยจะเห็นได้น้อยมาก โดยส่วนใหญ่แล้วคนจะไม่ค่อยนิยมเลี้ยงไก่ดำกันสักเท่าไร เพราะอาจจะมองว่าไก่ดำเป็นสัตว์ที่มีสีสันไม่ค่อยน่ารับประทานสักเท่าไร แต่ค่ายทหารแห่งนี้ คือค่ายขุนจอมธรรม (ร้อย 17 พัน 4) อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ได้มองในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเห็นถึงประโยชน์ของไก่ดำและคุณค่าทางอาหารอย่างมากมาย

พันตรี จีระศักดิ์ จันทร์แจ่มแจ้ง นายทหารหัวหน้ากิจกรรม

โดย พันตรี จีระศักดิ์ จันทร์แจ่มแจ้ง นายทหารประจำค่ายขุนจอมธรรม ได้เปิดเผยเรื่องราวการเลี้ยงไก่ดำนี้ว่า การเลี้ยงไก่ดำนี้เริ่มต้นมาจากโครงการทหารพันธุ์ดีของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานแนวคิดและนโยบายให้กับกองทัพบก ซึ่งการเลี้ยงไก่นี้เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับกำลังพล หลังจากนั้น ทาง พันโท ขวัญเอก รัชดาธนวัฒน์ ผู้บังคับกองพัน ก็ได้สนองนโยบายต่อ โดยได้นำไก่ดำมาเริ่มเลี้ยงในกองพัน ตอนนั้นยังไม่ได้ทำการศึกษาโดยละเอียดมากนัก ทั้งนี้ ต่อมาตนเองได้เริ่มทำการศึกษาอย่างจริงจังและพบว่าไก่ดำสามารถสร้างรายได้และประโยชน์ในการเลี้ยงอย่างมากมาย ทำให้สอดคล้องกับศาสตร์ของพระราชาในการเลี้ยงแบบวิถีพอเพียง การเลี้ยงไก่ดำนอกจากเนื้อไก่จะรับประทานได้แล้วกระดูกไก่ก็ยังมีสรรพคุณทางยาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ทางกองร้อยของตนเองที่ดูแลอยู่ก็ได้เริ่มต้นในการเลี้ยงไก่ดำแบบจริงจังและยังได้นำไก่สายพันธุ์อื่นมาเลี้ยงด้วยเช่น

พันตรี จีระศักดิ์ และทหารที่ดูแลการเลี้ยงสัตว์ปีก

ไก่สายพันธุ์แท้หรือที่เรียกว่าไก่ไข่โรดไอแลนด์ไวท์ นอกจากนี้ ยังมีไก่ที่เลี้ยงเพื่อความสวยงามหรือไก่ซิลค์กี้ และไก่ดำอินโดรวมถึงไก่ดำภูพาน 2 ที่กำลังนำมาเลี้ยง ซึ่งตนเองมองว่าการเลี้ยงไก่ดำนั้นมีลักษณะพิเศษกว่าไก่พันธุ์อื่นๆ ในประเทศไทยไก่ดำที่ดำแบบทั้งตัวยันลิ้นไก่มีทั้งสิ้นไม่เกิน 100 ตัว ด้วยซ้ำ ทั้งนี้ จึงมองว่าการเลี้ยงไก่ดำถือได้ว่าเป็นการเริ่มการตลาดด้วย เพราะในปัจจุบันนี้ทั่วประเทศไทยยังมีการเลี้ยงที่ยังไม่มาก ตนเองจึงได้เริ่มเอาการเลี้ยงไก่ดำที่ค่ายแห่งนี้เป็นศูนย์การเรียนรู้จากค่ายทหารสู่ชุมชนและกำลังพลที่สนใจไปด้วย

ด้าน สิบตรี ศุภฤทธิ์ ลือเลิศ กล่าวเสริมว่า การเลี้ยงไก่ดำหรือไก่ไข่สายพันธุ์แท้ สำหรับการเลี้ยงนั้นไม่ยากจนเกินไปหากเราได้ทำความเข้าใจกับไก่อย่างแท้จริง โดยการเลี้ยงไก่เหล่านี้อย่างแรกคือต้องสามารถให้ไก่ปรับสภาพต่ออากาศบ้านเราให้ได้เสียก่อน โดยก่อนหน้านั้นไก่เหล่านี้จะไม่ค่อยชินกับสภาพอากาศบ้านเราสักเท่าไร บางครั้งป่วยบ้างก็มี จะสังเกตง่ายๆ คือไก่เซื่องซึม มีน้ำมูก ดูไม่สดชื่น เป็นต้น

ทั้งนี้ จึงต้องเตรียมยารักษาไว้คอยดูแลอยู่ตลอดเวลา ด้านการจำหน่ายนั้นถ้าเป็นไข่ไก่ดำจะอยู่ที่ฟองละ 100 บาท ลูกไก่จะอยู่ที่ตัวละ 200-300 บาท โดยทุกวันนี้มีลูกค้าหลายจังหวัดให้ความสนใจและสั่งซื้อเข้ามาบ่อยครั้ง จนบางทีทางหน่วยของตนเองก็ติดปัญหาการส่ง เพราะผลิตไก่ให้ไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศด้วยเช่นกัน ในส่วนของอุปกรณ์ในการฟักไข่นั้น ทางตนเองและ พันตรี จีระศักดิ์ ก็ได้จัดหาเอาวัสดุที่หาได้ง่ายๆ ภายในค่ายทหาร ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็นเก่าที่นำมาดัดแปลงเป็นตู้ฟักได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งกรงที่เอาไว้รองรับลูกไก่หลังการฟักตัว ก็หาทำกันเองภายในค่ายทหารแห่งนี้เอง โดยไม่จำเป็นจะต้องไปหาซื้อจากที่อื่นเข้ามาทำให้สิ้นเปลืองเข้าไปอีก

ไก่ที่เลี้ยง

นอกจากนี้ ในการทำการตลาดนั้นตนเองก็ได้มีทีมงานในการเปิดเพจบนเฟซบุ๊กหรือสื่อโซเชียลเพื่อที่จะให้หลายๆ คนได้ติดตามความก้าวหน้าในการเลี้ยงไก่ไปจนถึงการจำหน่าย ซึ่งทุกวันนี้เพจดังกล่าวมีผู้ติดตามเกือบ 2,000 คนแล้ว หลังจากนี้ไปตนเองมองว่าหากมีผู้ที่สนใจที่จะเลี้ยงไก่ดำไว้เป็นอาชีพต่อไปในวันข้างหน้า ตนเองและผู้บังคับบัญชาก็ยินดีที่จะให้ความรู้ต่อยอดอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นกำลังพลที่จะปลดประจำการออกไป หรือแม้กระทั่งชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเชียงคำ และอำเภอภูซาง รวมไปถึงอีกหลายอำเภอต่อไปในอนาคตนี้ด้วย

หากผู้สนใจท่านไหนมีความประสงค์อยากจะลองเลี้ยงไก่ดำหรือสอบถามในด้านอื่นๆ ของการเลี้ยงไก่ดำก็สามารถเข้าไปพูดคุยสอบถามได้ที่เพจ “ไก่ดำ เชียงคำ-พะเยา” ซึ่งเพจนี้ทหารที่ดูแลในเรื่องไก่ดำจะตอบคำถามในการเลี้ยงได้ดีอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณอุดมศักดิ์ ปินะดวง

การเลี้ยงแบบปล่อยทำให้ไก่ไม่เครียด

 

 

บทความก่อนหน้านี้ตามติดปฏิบัติการ “Quick Win” 90 วัน  ปลูกผักสวนครัว ทางรอดยามวิกฤติ
บทความถัดไปสมาคมผู้ผลิตไก่ฯ ชี้ ส่งออกไก่ไทยยังแกร่ง ตลาดจีนสดใส หลังรับรองโรงงานไก่อีก 7 แห่ง คาดช่วยดันส่งออกไก่ปีนี้ร่วม 9.6 แสนตัน