ทหารเมืองลิง เลี้ยงไก่แจ้ด้วยใจรัก ทำฟาร์มเล็กๆ คัดเกรดประกวด

ลพบุรี เป็นจังหวัดที่ไม่ใกล้และไม่ไกลกรุงเทพฯ ศูนย์กลางเมืองใหญ่เท่าไรนัก ระยะทางโดยประมาณถึงอำเภอที่อยู่ห่างไกลตัวเมืองไม่ถึง 200 กิโลเมตรดี มีความหลากหลายในวิถีและการดำรงชีวิต ผู้คนดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และอีกส่วนหนึ่งในเมืองเป็นข้าราชการ

คุณจรูญโรจน์ สัตยารักษ์

คุณจรูญโรจน์ สัตยารักษ์ ก็เป็นข้าราชการทหารนายหนึ่ง อาศัยอยู่ที่ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พร้อมกับ คุณภูริตา สัตยารักษ์ ภรรยา ทั้งคู่ไม่มีลูก ด้วยเหตุนี้จึงมีเวลาว่างจากอาชีพหลักพอสมควร

จากซ้ายไปขวา คุณยุพา คล้ายศรี (แม่) คุณจรูญโรจน์ และ คุณจำลอง คล้ายศรี (พ่อ)

“ไก่แจ้” ผุดเข้ามาในหูบ่อยครั้ง เมื่อคุณจรูญโรจน์และภรรยา อยากมีสัตว์เลี้ยงไว้ผ่อนคลายและแก้เหงายามว่างเว้นจากงานประจำ และตลาดออนไลน์เป็นตัวกระตุ้นให้คุณจรูญโรจน์เห็นว่า พื้นที่ของไก่แจ้บนตลาดออนไลน์กว้างมาก มีผู้คนจำนวนมากที่ให้ความสนใจ เลี้ยงเล่น และเพาะจำหน่ายเป็นฟาร์มใหญ่

กรงสำหรับไก่ประกวด

คุณจรูญโรจน์ จึงเริ่มต้นด้วยการซื้อไก่แจ้สีขาวหางดำและสีเบญจรงค์ผ่านตลาดออนไลน์ พิจารณาจากความชอบที่แรกเห็น และยังไม่รู้จักรายละเอียดเกี่ยวกับไก่แจ้มากมายนัก อีกทั้งคิดเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนผ่อนคลายยามเหงากับภรรยา

หลังเริ่มเลี้ยงไปได้เพียง 2 สัปดาห์ เห็นมีการจัดประกวดไก่แจ้ ด้วยความอยากรู้ จึงอุ้มไก่แจ้ที่มีเข้าไปที่สนามประกวดบ้าง และเพราะความไม่รู้ ทำให้ครั้งนั้นทราบได้ว่า ไก่แจ้ที่มี เป็นไก่แจ้ที่มีความสวยงาม ลักษณะดีเข้ากติกาไก่ประกวด เพราะได้รางวัลเล็กๆ จากการประกวดครั้งนั้นกลับบ้าน

ฟัก เก็บไข่ได้มากถึง 98 ฟอง

แนวคิดที่จะมีไก่แจ้สวยๆ สายพันธุ์ดี ตรงตามลักษณะที่ดีของไก่แจ้ จึงเริ่มขึ้น

คุณจรูญโรจน์กับภรรยา จึงปรึกษากันและเห็นพ้องกันว่า ควรเดินเข้าหาฟาร์มใหญ่ เพื่อได้ไก่แจ้ที่มีลักษณะดี เพราะต้องการนำมาพัฒนาสายพันธุ์ด้วยตนเอง เพื่อให้ได้ไก่แจ้ที่เกิดจากการเลี้ยงของตนเอง นำไปประกวด แม้ว่าขณะนั้นยังไม่คิดจะจำหน่ายหรือทำฟาร์มจริงจัง ยังคงต้องการเลี้ยงเล่นเป็นเพื่อนและคลายเหงาเท่านั้น

ออกมาผึ่งแดดในทุกเช้า

ตลอด 1 ปีแรก คุณจรูญโรจน์และภรรยา ยังไม่คิดจะเลี้ยงเพื่อเพาะขาย แค่ต้องการมีไก่แจ้ที่เกิดจากการผสมของตนเอง และเป็นไก่แจ้ที่มีลักษณะดี เพื่อนำไปประกวดยังสนามประกวด ตั้งใจเพียงให้เกิดความสุข แต่เพราะลักษณะของไก่แจ้ที่คุณจรูญโรจน์ผสมและคัดเลือกมา มีความโดดเด่น ทำให้ติดรางวัลในสนามประกวดทุกครั้ง จนนักนิยมไก่แจ้ในสนามหลายท่าน ชื่นชมถึงฝีมือการผสมของคุณจรูญโรจน์ ส่งผลถึงความตั้งใจเลี้ยงและผสมไก่แจ้ให้ได้ลักษณะที่ดีตรงตามสายพันธุ์

สนามประกวด

เมื่อเริ่มมีไก่แจ้หลายสีเพิ่มมากขึ้น และจำนวนมากขึ้น ในช่วงแรกคุณจรูญโรจน์ ไม่คิดขาย แต่การเลี้ยงไก่จำนวนมาก ต้นทุนค่าใช้จ่ายเรื่องของอาหารและอื่นๆ ตามมา เมื่อมีคนมาถามหา จึงขายออกไปบ้าง

“คู่แรกที่ผมซื้อมา ราคาคู่ละ 5,000 บาท พ่อกับแม่กับไม่ชอบใจนักที่ต้องหมดเงินไปขนาดนั้น แต่ตอนนี้ ลูกไก่ที่ผมซื้อมาตัวละ 500 บาท ให้ลูกไก่แจ้ ที่ผมขายได้ตัวละ 3,000 บาททีเดียว ทำให้ทุกวันนี้ พ่อกับแม่ช่วยดูแลไก่แจ้ให้กับผม ตอนที่ผมกับภรรยาไปทำงาน”

เขียนกำกับไว้ทุกใบ ป้องกันการสับสน

คุณจรูญโรจน์ แบ่งพื้นที่บ้านส่วนหนึ่งทำเป็นโรงเรือนไก่แจ้ ทำกรงขนาด 80×80 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นกรงขนาดใหญ่กว่ากรงไก่แจ้โดยทั่วไป คุณจรูญโรจน์ บอกว่า สำหรับเขา กรงขนาด 60×60 เซนติเมตร เล็กไปสำหรับครอบครัวไก่แจ้ เพราะแต่ละกรงถ้าไม่ใช่ไก่รอประกวด จะใส่ไก่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไว้ กรงละ 2-3 ตัว เป็นพ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 1-2 ตัว ขนาดกรงก็เพื่อให้ไก่แจ้มีพื้นที่ ไม่เครียด

ในการผสมพันธุ์ พ่อพันธุ์ 1 ตัว ควรปล่อยรวมกรงกับแม่พันธุ์ไม่เกิน 3 ตัว เพราะพ่อพันธุ์จะขึ้นผสมแม่พันธุ์แต่ละวันประมาณ 20 ครั้ง ซึ่งหากมีแม่พันธุ์หลายตัวในกรงเดียว น้ำเชื้อของพ่อพันธุ์จะกระจายไปทำให้เปอร์เซ็นต์การได้รับน้ำเชื้อลดลงในแม่พันธุ์แต่ละตัว ความแข็งแรงของเชื้อในไข่จะลดลงตามไปด้วย

การฟักไข่ ใช้วิธีเก็บไข่เข้าตู้ฟักที่มีอุณหภูมิเหมาะสม ประมาณ 37.5 องศาเซลเซียส ซึ่งตู้ฟักสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ช่วยลดอัตราการสูญเสียลง

สำหรับการดูแลไก่แจ้ในแต่ละวันไม่ยาก ใช้เวลาไม่นาน เริ่มจากให้อาหาร เปลี่ยนน้ำ และเปลี่ยนทรายรองพื้นกรงด้วยการร่อนเอาเศษมูลไก่ออก 1-2 สัปดาห์ ต่อครั้ง

“ผมใช้ทรายหยาบรองพื้นกรง เพราะทรายหยาบมีหิน ทราย เหมือนธรรมชาติ ให้ไก่ได้คุ้ยเขี่ยจิกกิน ให้ได้แคลเซียมและช่วยเรื่องระบบย่อยกับไก่ด้วย”

สิ่งสำคัญที่สุดของการเลี้ยงไก่แจ้ คุณจรูญโรจน์ บอกว่า ความสะอาดของกรงสำคัญที่สุด เพราะจะทำให้ไก่มีความสุข ไม่เครียด ไม่ป่วย ไม่เป็นโรค เมื่อไก่ร่าเริง มีความสุข คนดูแลก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน

กรงสำหรับไก่แจ้ คุณจรูญโรจน์ทำขึ้นด้วยตนเอง รวมถึงกรงอนุบาลที่ผลิตขึ้นด้วยความตั้งใจ ให้ไก่เล็กมีความปลอดภัยมากที่สุด หลังจากออกจากตู้ฟัก

ไก่ทุกตัวในฟาร์ม จะได้รับวัคซีนตามอายุ เพื่อป้องกันการสูญเสีย แต่ทุกวันจำเป็นต้องหมั่นสังเกต หากพบว่าไก่ป่วยต้องรีบให้ยารักษาตามอาการ โดยเฉพาะเมื่ออากาศเปลี่ยน เย็นลงหรือมีฝนตก ควรสังเกตไก่ หากพบว่าหงอนเริ่มเปลี่ยนสีคล้ำมากขึ้น แสดงว่าไก่หนาว ต้องการความอบอุ่น จึงควรเปิดไฟกกภายในกรงไว้ทุกครั้งเมื่ออากาศเย็นลงหรือมีฝนตก เพื่อป้องกันไม่ให้ไก่ป่วย

ปัจจุบันรวมเวลาที่เพาะเลี้ยงมานานประมาณ 2 ปี และคุณจรูญโรจน์ ยังคงตั้งใจพัฒนาสายพันธุ์ตลอดเวลา โดยมีพ่อแม่พันธุ์ไก่แจ้ราว 20 คู่ และมีหลักๆ ที่ขึ้นชื่อของฟาร์ม ได้แก่ ประดู่ ไก่ไทย ขาวหางดำ ดอกหมาก กาบหมาก ป่าเหลือง โสนหรือเหลืองดอกโสน

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ได้ไก่แจ้จากฟาร์มคุณจรูญโรจน์ไป นำไปประกวดและได้รางวัลติดมือกลับมา หรือบางรายก็นำไปเลี้ยงเล่น ซึ่งมั่นใจได้ว่า ได้ไก่แจ้สวยตามตั้งใจแน่นอน

“ปกติไม่ได้เน้นขาย เพราะเลี้ยงมาก็รัก แต่ด้วยภาระค่าใช้จ่ายเรื่องของอาหาร จึงจำหน่ายออกไปเท่าที่ผสมมาได้ การเลือกผสมไม่ได้เน้นผลิตลูกเพื่อขายเท่านั้น แต่มองถึงความเหมาะสมของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และลูกไก่แจ้ที่จะได้จากพ่อแม่คู่นั้นๆ ทำให้มีลูกไก่แจ้ออกมาไม่มากนัก แต่ถ้ามีก็จะโพสต์ลงหน้าเฟซบุ๊ก ใครสนใจก็ติดต่อมาได้”

สนใจเข้าชมไก่แจ้ถึงฟาร์ม ขอให้ติดต่อล่วงหน้า เพราะคุณจรูญโรจน์และภรรยา ยังทำงานประจำ มีเวลาก็อยากต้อนรับคนเข้าชมฟาร์มด้วยตนเอง อีกทั้งฟาร์มตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ดูความเคลื่อนไหวได้ในเฟซบุ๊ก จรูญโรจน์ ไก่แจ้เมืองลิง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณจรูญโรจน์ สัตยารักษ์ โทรศัพท์ (084) 464-6466

บทความก่อนหน้านี้การใช้โปรแกรมหุ่นยนต์ในงานอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
บทความถัดไปถ่านชีวภาพ ‘ไบโอชาร์’ ตอบโจทย์เกษตรอินทรีย์-พืชสมุนไพร