“ใบหม่อน” ใช้เลี้ยงหมู แก้หอบ ช็อกตายอากาศร้อนได้

นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยว่า ใบหม่อนนอกจากจะเป็นอาหารใช้เลี้ยงหนอนไหม แปรรูปทำเป็นชาเพื่อสุขภาพแล้ว วันนี้ใบหม่อนมีแนวโน้มสามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงสุกรได้ โดยกรมหม่อนไหม และกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันศึกษาวิจัย เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

          “ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ มีการนำหญ้าเนเปียร์ผสมกับอาหารข้น แต่การปลูกหญ้าเนเปียร์ ต้องใช้น้ำมาก ซึ่งช่วงหน้าแล้ง 2-3 ปี บ้านเราเจอวิกฤตแล้งขาดแคลนน้ำมาตลอด การทดลองเอาใบหม่อนที่ปลูก มาทดลองใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จะเป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน และลดต้นทุนอาหารสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง”

          ด้านนายวัชรพงษ์ แก้วหอม ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี เผยถึงวิธีทดสอบ ใช้วิธีแบ่งสุกรขุน 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ สุกรคอกที่ 1 ให้อาหารข้นล้วน สุกรคอกที่ 2 ใช้อาหารข้นผสมกับหญ้าเนเปียร์ และสุกรคอกที่ 3 เลี้ยงด้วยอาหารข้น ผสมใบหม่อนสับละเอียด 10 เปอร์เซ็นต์ ทำการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน

          ผลที่ได้ ณ ขณะนี้ นายวัชรพงษ์ บอกว่า แม้สภาพอากาศทั่วไปร้อนมากถึง 40 องศา แต่กลับพบว่าสุกรที่เลี้ยงด้วยใบหม่อนผสมอาหารข้น มีอาการเหนื่อยหอบน้อย ซึ่งสามารถสรุปได้ว่าการใช้ใบหม่อนผสมอาหารข้นเลี้ยง จะช่วยลดอัตราเสี่ยง สุกรช็อกจากสภาพอากาศร้อนได้ดีกว่าสุกรที่เลี้ยงด้วยอาหารข้นล้วน เพราะอุณหภูมิร่างกายจะร้อน สุกรเหนื่อยกอบง่าย ส่วนอัตราการเจริญเติบโต การสร้างเนื้อ และไขมันสันหลัง สุกรทั้ง 3 กลุ่มตัวอย่าง ให้ผลไม่แตกต่างกัน ส่วนคุณภาพซาก อัตราการแลกเนื้อจะศึกษาในขั้นตอนต่อไป

          อย่างไรก็ตามเพื่อเตรียมความพร้อมรับภัยแล้งปี 2560 กรมหม่อนไหมจะส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาทและลพบุรี ที่ประสบภัยแล้งไม่สามารถปลูกข้าวนาปรัง ให้ปรับพื้นที่เปลี่ยนมาปลูกหม่อนเก็บใบเลี้ยงไหม และใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเลี้ยงสุกรต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก จดหมายข่าวกรมหม่อนไหม

บทความก่อนหน้านี้เพิ่มมูลค่าสินค้า นำมันสำปะหลังสับเป็นเส้น ตากแดดข้างทาง ทำกำไรงาม 2 เท่า
บทความถัดไปผลไม้ใต้ผันผวน มังคุดร่วง กก.ละ 20 บาท พ่อค้าท้องถิ่นกระอักขาดทุนยับ