ป่าไม้เกษตรภูสิงห์ฯ ชูงานวิจัยเห็ด นอกฤดู รายได้งาม แนะวิธีสังเกต “ระโงกพิษ”

นายกฤษชนะ นิสสะ หัวหน้าโครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ กรมป่าไม้ กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ศรีสะเกษ เป็นโครงการในสมเด็กพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชดำริเกี่ยวกับเรื่องการทำกินในพื้นที่ป่าไม้ของราษฎร “ให้กรมป่าไม้พิจารณาจัดหาพื้นที่ทดลองทำโครงการ โดยส่งเสริมอาชีพเพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้โดยไม่ทำลายป่า” โครงการฯ จึงนำแนวพระราชดำริ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน

โดยได้จัดทำแปลงสาธิตแนวพระราชดำริด้วยการใช้ระบบวนเกษตรมาเป็นต้นแบบในการส่งเสริมอาชีพให้มีการปลูกไม้วงศ์ยาง และศึกษาวิจัยการเพาะเห็ดป่ากินได้กับไม้วงศ์ยาง เช่น ยางนา เต็ง รัง ควบคู่กันไป เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ทั้งยังจะได้ไม้ไปใช้สอยในการก่อสร้าง ซึ่งระหว่างที่รอต้นไม้วงศ์ยางเติบโตจนสามารถใช้ประโยชน์ได้นั้น ต้องใช้เวลา 5- 30 ปี ในช่วงระหว่างนี้จึงได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านหาประโยชน์จากพื้นที่ ซึ่งประชาชนในภาคอีสาน มีวิถีชีวิตด้วยการเก็บของป่ามาทาน อย่าง หน่อไม้ ผักหวาน และเห็ดป่า

1468986992

หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า หนึ่งในโครงการฯ คือ การผลิตเห็ดระโงกมีจุดเริ่มต้นในปี 2550 เมื่อโครงการฯ ได้ปลูกไม้ยางนาขึ้นในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ต่อมาในปี 2552 ได้นำดอกเห็ดระโงก ที่พบได้ทั่วไปในภาคอีสานและเป็นที่นิยมบริโภค มาบดขยี้ในน้ำแล้วนำไปรดที่บริเวณรากไม้ยางนาในพื้นที่ หลังจากปี 2554 เป็นต้นมา ก็เริ่มพบทั้งเห็ดระโงกขาว ระโงกเหลือง และระโงกแดงเกิดขึ้น และในปีถัดมา โครงการฯ จึงได้พัฒนาพื้นที่นี้เป็นแปลงสาธิตสร้างองค์ความรู้เผยแพร่แก่เกษตรกร และได้แบ่งเป็นแปลงย่อย บันทึกข้อมูลปริมาณผลผลิตของเห็ดระโงก ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และยังได้ทดลองชักนำให้เห็ดระโงกออกดอกนอกฤดูกาลโดยการให้น้ำในแปลงย่อยที่เคยมีดอกเห็ดเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้

ซึ่งพบว่าสามารถทำให้เห็ดระโงกออกดอกก่อนฤดูกาลได้ 1-2 เดือน ซึ่งราคาเห็ดระโงกในฤดูกาลอยู่ที่ กก. ละ 200-300 บาท นอกฤดูกาลมีราคาสูงขึ้นถึง 400-500 บาทต่อ กก. แต่ละเดือนเก็บเห็ดได้มากถึง 60 กก. ซึ่งรายได้ไม่ตำกว่า 12,000 บาท และยังเป็นการสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องการปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่างอีกด้วย

“สำหรับการใส่หัวเชื้อราเห็ดระโงก ทางโครงการฯ ได้มีการใส่หัวเชื้อให้กับกล้าไม้ตั้งแต่กล้าอยู่ในถุงเพาะชำโดยการรดบริเวณโคนต้น และเมื่อนำรากของต้นไม้มาตรวจจะพบลักษณะปลายรากหาอาหารของต้นไม้วงศ์ยางมีลักษณะบวงพอง แตกกิ่งก้านมากมาย และพบเส้นใยราปกคลุมอยู่ชัดเจน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าเห็ดระโงกมีความสัมพันธ์กับไม้วงศ์ยางแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ซึ่งแตกต่างจากเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม ที่เป็นราย่อยสลาย เห็ดพวกนี้จะย่อยเซลลูโลสเพื่อใช้เป็นแหล่งอาหาร ซึ่งขั้นตอนการเพิ่มปริมาณเชื้อเห็ดระโงก ด้วยการนำเห็ดแก่จัดมาขยี้กับน้ำ นำน้ำสปอร์ที่ได้มาหยอดในกล้าไม้ขนาดเล็กหรือไม้วงศ์ยางที่มีอยู่ในแปลง เมื่อมีฝนตกลงมาเห็ดระโงกก็จะงอกขึ้นในพื้นที่ระหว่างแปลงของต้นยางนา

1468987001

เห็ดที่ควรระวังและเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระงากหรือเห็ดระโงกหิน ซึ่งเห็ดชนิดนี้มีถูกจัดอยู่ในความคล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาวที่สามารถกินได้ แต่มีจุดที่แตกต่างกันคือ เห็ดระโงกพิษจะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นเอียนและค่อนข้างแรง ช่วงที่อันตรายที่สุดคือ ช่วงดอกเห็ดตูม เพราะเห็ดสกุลนี้ขณะที่ยังเป็นดอกอ่อนจะมีลักษณะเหมือนกันหมด แยกได้ยากจากเห็ดที่กินได้ และเห็ดพิษชนิดนี้มีสารที่ทนต่อความร้อน” หัวหน้าโครงการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ กล่าว ผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมโครงการเพาะเห็ดระโงก สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานพัฒนาด้านป่าไม้ ได้ที่ www.rdpb.go.th หรือ 02-447-8500-6

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้“ผักหวานป่า” ไม้พื้นเมือง รสชาติดี กินอร่อย ดัดแปลงทำอาหารได้นานาชนิด
บทความถัดไป“ลิ้นจี่พันธุ์ป้าชิด 2” รสชาติอร่อย เนื้อแห้งหนา รสหวาน หอม เมล็ดลีบเล็ก