รับจ้างขุนวัว ธุรกิจวินวิน ทั้งคนจ้าง คนเลี้ยง

สวัสดีครับ ธุรกิจเกษตรมีมากมายหลากหลาย จะเป็นธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีให้เลือกอยู่เยอะแยะ ใครที่เข้ามาในแวดวงการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลุงมีเลี้ยงหอย ตาจ่อยขายกุ้ง ป้าหุ่งปลูกผัก ก็ล้วนอยู่ในแวดวงธุรกิจเกษตรทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้น คนทำเกษตรแบบเราท่านจะมาคิดแบบเดิม เลี้ยงไป ปลูกไป ขายไปนั้นไม่ได้แล้ว ต้องคิดในเรื่องธุรกิจ ขายที่ไหน ขายใคร ขายเท่าไร โฆษณาแบบใดเข้าไปด้วย เพราะเราไม่ใช่เกษตรกรอย่างเดียวแต่เราทำธุรกิจเกษตรกันอยู่นะพี่น้อง ฉบับนี้ขอพาท่านไปชมธุรกิจเกษตรที่เป็นธุรกิจกลางน้ำ อะแฮ่ม ไม่ใช่ธุรกิจเลี้ยงปลาจับกุ้งกลางแม่น้ำนะครับ แต่เป็นธุรกิจที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำและพ่อค้าแม่ขายในตลาดที่อยู่ตรงปลายน้ำ ธุรกิจนี้ทำกำไรให้ดีพอสมควรทั้งคนจ้างและคนถูกจ้าง เป็นอย่างไรตามไปชมกันครับ

 คนรักวัว

พาท่านไปพบกับ คุณวชิรา ทองแท้ หรือที่คนหนองขาวรู้จักกันในชื่อ เสี่ยเอ๋ ที่บ้านเลขที่ 198/4 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เสี่ยเอ๋ เล่าให้ฟังว่า

“ผมชอบวัว รักการเลี้ยงวัวมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกับเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน แต่วัวที่ผมเลี้ยงคือ วัวลาน ที่มีเลี้ยงมีเล่นกันเฉพาะในภาคตะวันตกเท่านั้น วัวลานมันเหมือนอยู่ในสายเลือดของคนภาคนี้ ผมก็เลี้ยงวัวมาตลอดในเวลาเดียวกันผมก็เป็นพ่อค้าขายวัวด้วย ทั้งวัวลาน วัวเนื้อ วัวโครง ผมก็มีขายแบบซื้อมาขายไปทำกำไรนิดหน่อย” เสี่ยเอ๋ เล่าให้ฟังพร้อมพาชมทุกคอกที่มีทั้งวัวลานหลากรุ่นอายุ วัวเนื้อลูกผสมอีกหลายพันธุ์ ในส่วนของการเลี้ยงวัวขุน เสี่ยเอ๋ เล่าว่า “วัวขุนที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นวัวที่ผมรับจ้างเลี้ยง มีพรรคพวกที่รู้จักกันมาจ้างให้เลี้ยงเพราะคนจ้างมีพื้นที่ไม่พอและคอกของเขาอยู่ไกลกรุงเทพฯ ออกไปอีกหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้เวลาจับวัวขายมีต้นทุนขนส่งสูง เขาจึงมาจ้างผมเลี้ยงเพื่อลดต้นทุนขนส่งเป็นหลัก” 

รับจ้างขุนวัว

สำหรับขั้นตอนในการรับจ้างขุนวัวนั้น เสี่ยเอ๋ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า “ผู้รับจ้างขุนจะต้องทำหน้าที่ทุกอย่างเหมือนกับเป็นเจ้าของเองเลย ตั้งแต่ไปเลือกซื้อวัว เอามาเข้าขุนก็ทำวัคซีน ทำหมัน ขุนกันไป 6-10 เดือน แล้วแต่อายุวัวที่เอาเข้ามาเพื่อให้ได้น้ำหนักตามที่กำหนด อาหารข้นอาหารหยาบเราเป็นคนหามาทั้งหมด เราเป็นคนตัดสินใจทั้งหมดว่าจะสต๊อกอาหารหยาบไว้เท่าไรจึงจะพอ แล้วจึงไปบอกคนจ้างเพื่อคิดราคาทั้งหมดและรับเงินมาลงทุน”

เรื่องการเลือกวัวมาเข้าขุนนั้น เสี่ยเอ๋ บอกว่า “ผมจะไปเลือกซื้อวัวเองที่ตลาดนัดในพื้นที่ นอกจากนั้น ก็หาจากฝูงวัวที่มีแถวบ้าน โดยจะเลือกเอาวัวลูกผสมบราห์มันกับลูกผสมชาร์โรเล่ส์เป็นหลัก เพราะวัวพวกนี้ขุนน้ำหนักขึ้นง่าย ส่วนใหญ่ผมจะเลือกซื้อวัวที่เพิ่งอดนม อายุประมาณ 6-8 เดือน มาเข้าขุน ราคาวัวเพิ่งหย่านมในช่วงนี้อยู่ที่ตัวละ 12,000-16,000 บาท ซึ่งราคาลดลงมานิดหน่อยเมื่อเทียบกับช่วงปีที่แล้ว วัวทุกตัวที่เราจะซื้อเข้าขุนผมจะไปซื้อเองแล้วถ่ายรูปวัวมาให้คนจ้างเราดู หากเขาตกลงเรื่องราคา เรื่องพันธุ์วัว ผมก็จะซื้อวัวตัวนั้นเข้ามาขุน”

 

ขุนหลายช่วงอายุ

เมื่อวัวมาถึงคอกขุน เสี่ยเอ๋ก็จะให้วัคซีน ถ่ายพยาธิ ฉีดยาบำรุง และเหน็บยาทำหมันก่อนปล่อยรวมกันในคอก ที่คอกขุนของเสี่ยเอ๋วันนี้มีวัวหลายช่วงอายุ หลายขนาดน้ำหนักที่แยกขังไว้คนละคอก

“ผมขุนวัวหลายช่วงอายุ คอกแรกเป็นวัวเล็กที่เพิ่งหย่านม จับมาน้ำหนัก 100 กว่าโล คอกถัดมาเป็นวัวที่ขุนมาระยะหนึ่งแล้วกำลังอัดอาหารเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ถัดมาอีกคอกเป็นวัวที่น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ใกล้จับขายได้แล้ว ผมจะขุนหลายช่วงอายุเพื่อสับเปลี่ยนกันไป คอกไหนจับขายได้ก็ขายไปแล้วเอารุ่นถัดไปขยับเข้ามาขุนแทนเป็นช่วงๆ ไป ทำอย่างนี้ก็จะไม่มีปัญหาที่ต้องไปแย่งซื้อวัวโครง วัวใหญ่มาเข้าขุน เพราะเราขุนตั้งแต่หย่านมขึ้นมาเรื่อยๆ” 

ลดความเสี่ยง ต้องตุนอาหารหยาบเอาไว้

การขุนวัวของเสี่ยเอ๋ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร เพราะขุนตั้งแต่วัวเพิ่งหย่านม จึงอาจจะต้องใช้เวลาขุน 8-10 เดือน เรื่องอาหารที่นำมาใช้ขุนวัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เสี่ยเอ๋ เล่าให้ฟังว่า “ในส่วนของอาหารข้นและอาหารหยาบ คนจ้างจะเป็นผู้ออกเงินทั้งหมด ผมจะทำหน้าที่ไปซื้อ ไปสั่งอาหารมา ในส่วนอาหารข้นผมใช้อาหารผสมที่มีขายในเขตนี้ อาหารยี่ห้อนี้มีโปรตีน 16-18% โดยผมจะให้อาหารข้นวันละ 2 มื้อ เช้าและเย็น โดยเฉลี่ยจะให้อาหารข้นปริมาณตัวละ 1.5 กิโลกรัม ต่อตัว ต่อวัน สำหรับวัวที่กำลังเร่งขุนให้ได้น้ำหนัก ส่วนอาหารหยาบผมให้ต้นข้าวโพดหมักวันละ 2 มื้อ เช้าและเย็น ที่ผมใช้ต้นข้าวโพดหมักมาเป็นอาหารหยาบเพราะในเขตนี้มีเยอะหาได้ง่าย ราคาต้นข้าวโพดหมักช่วงนี้อยู่ที่ตันละ 1,500 บาท ส่งให้ถึงคอก แต่จะมีปัญหาขาดแคลนต้นข้าวโพดหมักบ้างในช่วงต้นปี ผมจึงต้องตุนเอาไว้โดยซื้อต้นข้าวโพดหมักมาเก็บใส่ในถังที่ปิดฝาอย่างแน่นหนาป้องกันอากาศเข้า ก็จะสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน ไม่ต้องกังวลว่าอาหารหยาบจะขาดแคลน นอกจากนั้น ผมก็ยังมีฟางเสริมให้บ้างในบางช่วง”

 ตลาดในประเทศเป็นส่วนใหญ่ กำไรแบ่งกัน

วัวที่เสี่ยเอ๋ขุนนั้นต้องการให้มีน้ำหนัก 400 กิโลกรัมขึ้นไป แล้วจึงจับขาย เสี่ยเอ๋ อธิบายว่า “ผมจะขุนให้วัวได้น้ำหนัก 400 กิโลกรัมขึ้นไป ก่อนจับขายออกไปให้กับพ่อค้า ปลายทางของวัวขุนจากผมส่วนใหญ่จะเป็นตลาดในประเทศ ส่วนใหญ่จะเข้าโรงเชือดในเมืองไทย ไม่ได้ส่งออกไปไหน ส่วนกำไรที่ได้จากการขุนวัวนั้นเจ้าของวัวได้กำไรแน่นอนจากราคาวัวที่ขายไป ส่วนผมในฐานะคนรับจ้างเลี้ยงก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน อย่างคอกของผมขุนได้พร้อมกันไม่เกิน 22 ตัว ก็ตกลงราคาค่าจ้างเลี้ยงค่าจ้างขุนกันไว้ที่ระดับหนึ่งที่พอใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้จ้างและผม ถามว่ามีกำไรไหม ผมก็คิดว่าก็พออยู่ได้กันทั้ง 2 ฝ่าย เราช่วยเขาลดต้นทุนการขนส่งลงไปได้ ถ้าคิดระยะทางก็ 200 กว่ากิโลเมตร ส่วนผมก็มีรายได้ทุกเดือน คอก อาหารของผมก็มีพร้อม ก็วินวินกันทั้งคู่”

 

ฝากบอกมือใหม่

เสี่ยเอ๋ ฝากบอกสำหรับคนที่คิดจะรับจ้างขุนวัวแบบเสี่ยเอ๋ว่า “การรับจ้างขุนวัวแบบผม ใครที่คิดจะทำจะต้องมีความพร้อมพอสมควร อย่างคอกขุน อาหารหยาบ อาหารข้นที่มีในพื้นที่พอไหม ราคาเท่าไร แรงงานของเรามีไหมใครจะเป็นคนเลี้ยงต้องคิดให้ดี นอกจากนั้น การทำวัคซีน ถ่ายพยาธิ ฉีดยาใครจะเป็นคนทำ อย่างผมเองเป็นอาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการอบรมมาแล้ว ฉีดยาได้ รู้จักชนิดยาต่างๆ ตรงนี้ก็เป็นต้นทุนอีกเรื่องหนึ่ง หากเราทำเองไม่ได้ก็ต้องไปจ้างคนอื่นมาทำ เป็นต้นทุนอีกอย่างหนึ่ง อีกเรื่องคือจำนวนวัวที่รับจ้างขุนก็เป็นเรื่องสำคัญ หากรับจ้างขุนวัวจำนวนน้อยเกินไปก็มีความเสี่ยง จำนวนวัวมากเกินไปก็เป็นภาระ จึงต้องคิดให้ดี” เสี่ยเอ๋ ให้คำแนะนำ

บทความก่อนหน้านี้เกษตรหนึ่งงานก็สร้างเงิน
บทความถัดไป“รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” พลังความร่วมมือ ชุมชน ภาครัฐ และเอสซีจี ฝายชะลอน้ำ ต้นแบบการฟื้นฟูต้นน้ำให้ป่าอยู่รอด สัตว์ป่าอยู่ได้ ชุมชนเข้มแข็ง