โคนมไทย อาชีพพระราชทาน ทางออกของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างแท้จริง

เมื่อปี พ.ศ. 2512 เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมพื้นที่จังหวัดราชบุรี และจังหวัดนครปฐม ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับอาชีพการเลี้ยงโคนม

อันเป็นผลมาจาก เมื่อปี พ.ศ. 2511 ทางราชการได้สนับสนุนการเลี้ยงโคนมขึ้นในหลายพื้นที่ซึ่งได้รับความนิยมจากราษฎรมากขึ้น รวมทั้งในเขตจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครปฐมเพิ่มมากขึ้น และเริ่มประสบปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับสถานที่จำหน่ายน้ำนมดิบที่รีดได้จากแม่โคนมในแต่ละวัน

เมื่อความได้ทราบถึงพระเนตรพระกรรณ พระองค์ทรงช่วยเหลือ โดยให้สร้างโรงงานผลิตนมผงขึ้นที่ตำบลหนองโพ พร้อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อการก่อสร้างเพิ่มจากเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย 1,002,000 บาท และต่อมาเกษตรกรสมาชิกของศูนย์รวมนมหนองโพ จำนวน 185 คน ได้เข้าชื่อกันจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ในวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2514 โดยใช้ชื่อ “สหกรณ์โคนมราชบุรี จำกัด” เป็นสหกรณ์ประเภทบริการ

โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลงานด้านการสหกรณ์ ก็ได้ให้การส่งเสริมสนับสนุน กิจการสหกรณ์โคนมหนองโพ จำกัด ด้วยการน้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน

1

ด้วยการจัดทำโครงการหลายโครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนมและการลดต้นทุนของเกษตรกรเพื่อที่จะให้เกษตรกรสามารถที่จะเลี้ยงโคนมและมีรายได้มีผลกำไร สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ และสามารถจะขยายฟาร์มของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง

ดังเช่น จัดให้มีการลดต้นทุนการเลี้ยงลูกโคเพศเมีย ส่งเสริมการทำแปลงหญ้า ผลิตอาหารหยาบให้โคนม ในโครงการพัฒนาการเลี้ยงโคนมทดแทนฝูง พร้อมจัดให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการฟาร์ม การจัดการแปลงหญ้าและสูตรอาหารโคนมแต่ละช่วงอายุโคนม แก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ที่เลี้ยงโคนม ขณะเดียวกัน ทางสำนักบริหารเงินทุนกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังได้จัดสรรเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ในส่วนของโครงการพัฒนาธุรกิจโคนม ที่ได้รับอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา และดอกผลจาก กพส. มาสนับสนุนให้สหกรณ์โคนมกู้ยืมเพื่อการพัฒนาการผลิตโคนมของสหกรณ์ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1

3 2

ควบคู่กันนี้ยังได้มีการทำข้อตกลงการซื้อขายระหว่างศูนย์นมทั้งประเทศ ทั้งของสหกรณ์และเอกชนรวมกันกว่า 150 แห่ง เป็นโรงงานนม ยูเอชที และโรงงานนมพาสเจอไรซ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จัดให้มีการเจรจาซื้อขายกัน ซึ่งที่ผ่านมาสามารถดำเนินการได้ประมาณ 3,100 ตัน ต่อวัน ซึ่ง 70% เป็นน้ำนมที่ผลิตโดยสมาชิกสหกรณ์ ส่วนที่เหลือเป็นของเกษตรกรทั่วไป

ซึ่งการดำเนินงานในโครงการเหล่านี้จะอยู่ภายใต้แนวทางการวางแผนพัฒนาการเลี้ยงโคนมให้เกิดความยั่งยืน ตามพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพระราชประสงค์ ให้อาชีพการเลี้ยงโคนมอยู่คู่แผ่นดินไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้ำค่าอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถ พระวิริยอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อกิจการโคนมของไทย จนเกษตรกรชาวสหกรณ์โคนมไทยต่างเทิดไว้เหนือเกล้าฯ ว่า พระองค์ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการโคนมไทย”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางสหกรณ์โคนมหนองโพ จำกัด ได้ดำเนินกิจการมาตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตลอด สหกรณ์โคนมหนองโพ จำกัด ในปัจจุบัน สามารถผลิตผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์และผลิตภัณฑ์นม ยูเอชที จำหน่ายไปได้ทั่วประเทศโดยมีกําลังผลิตเพียงพอที่จะรองรับกับปริมาณน้ำนมดิบที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในเขตตำบลหนองโพและใกล้เคียงผลิตได้ ทำให้เกษตรกรไม่มีปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องสถานที่จำหน่ายน้ำนมดิบเมื่อประกอบกับการดำเนินงานในรูปสหกรณ์ที่ผลประโยชน์ต่างๆ ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับสมาชิกด้วย

นับได้ว่าสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) คือทางออกของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างแท้จริง สมดังพระราชประสงค์และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และชาวสหกรณ์โคนมหนองโพ จำกัด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ และขอตั้งปณิธานจะร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานสร้างประโยชน์ให้กับกิจการสหกรณ์โคนม อาชีพพระราชทานให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทยตลอดไป

 

บทความก่อนหน้านี้“ไวน์เม่า และผลิตภัณฑ์จากเม่า” สินค้าแบรนด์ไทยที่ไม่อายต่างชาติ
บทความถัดไปเกษตรกรแม่แตง เชียงใหม่ ปลูกข้าวขั้นเทพไม่ใช้สารเคมีสักหยด ไม่ใส่ปุ๋ยเคมีแม้แต่เม็ดเดียว เขาทำได้อย่างไร