อ.ส.ค. พัฒนานวัตกรรมน้ำเชื้อคัดเพศ เพิ่มโอกาสได้ลูกโคนมตัวเมียกว่า 70%

เนื่องจากการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งผสมเทียมโคนมในช่วงที่ผ่านมา เกษตรกรจะมีโอกาสได้ลูกโคเพศเมียมีเพียง 50% เท่านั้น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เร่งขยายผลต่อยอดน้ำเชื้อแช่แข็ง ที่ อ.ส.ค. ผลิตได้นำเข้าสู่กระบวนการคัดเพศเมีย (Sexing Semen) ด้วยปฏิกิริยาไซโตทอกซิคซิตี้ แล้วนำไปผสมเทียมในแม่โคนมของเกษตรกรทุกภาคทั่วประเทศ ทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะได้ลูกโคเพศเมียเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ถือเป็นความต้องการของผู้เลี้ยงโคนมที่จะเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ภายในฟาร์ม และเป็นโอกาสในการสร้างกำไร

ปัจจุบัน พ่อพันธุ์โคนมของ อ.ส.ค. ถือว่ามีศักยภาพสูงและมีชื่อเสียงมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเซีย และพม่า เป็นต้น  อ.ส.ค. ได้ประเมินความสามารถทางพันธุกรรมโคนม โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูล 3 แหล่ง  ได้แก่ ข้อมูลสมรรถภาพการผลิต พันธุ์ประวัติ และจีโนไทป์ เพื่อประเมินค่าการผสมพันธุ์จีโนมขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย

ซึ่งผลการประเมินพบว่า พ่อพันธุ์โคนมที่มีความสามารถทางพันธุกรรมเป็นเลิศลำดับที่หนึ่งในกลุ่มที่มีความแม่นยำสูงกว่า 50% เป็นพ่อพันธุ์โคนมพันธุ์แท้โฮลสไตน์ ชื่อ แพดดี้ (Paddy; 7HO10315; 100%HF) ซึ่งมีค่าการผสมพันธุ์จีโนม +711 กิโลกรัม และแม่พันธุ์โคนมลูกผสมหมายเลข ADW5351 มีค่าการผสมพันธุ์จีโนม +946 กิโลกรัม เป็นเทคนิคที่ใช้ประเมินความสามารถการถ่ายทอดทางพันธุกรรมโคนมได้รวดเร็วขึ้น

ที่ผ่านมา อ.ส.ค. ได้ผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งจากพ่อพันธุ์โคนมของ อ.ส.ค. จำหน่ายให้กับสหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมนำไปใช้ผสมเทียม ราคาเฉลี่ย 80-120 บาท/โด๊ส ซึ่งถูกกว่าน้ำเชื้อที่นำเข้าจากต่างประเทศ ขณะเดียวกัน อ.ส.ค. ได้ขยายโรงเรือนและสร้างคอกพ่อพันธุ์โคนมเพิ่มอีกไม่กว่า 20 ตัว เพื่อเพิ่มกำลังผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งได้ถึง 2 เท่า สำหรับ ปี 2562  อ.ส.ค. คาดว่าจะสามารถผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งไม่ต่ำกว่า 250,000 โด๊ส เพื่อรองรับความต้องการของผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศที่ต้องการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งของ อ.ส.ค. เพิ่มสูงขึ้น และรองรับการส่งออกน้ำเชื้อแช่แข็งไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย

บทความก่อนหน้านี้แนะวิธีป้องกัน ปัญหาภัยแล้งในภาคเกษตร
บทความถัดไปสศก. แนะปลูกทุเรียนคุณภาพ ฟันราคาสูงกว่าต้นทุน 5 เท่า