เลี้ยงแกะเสริมรายได้ ทำตลาดเข้มแข็งด้วยการรวมกลุ่ม ของ อวิรุทธ์ กาละภักดี ที่บุรีรัมย์

หากมองว่าการทำปศุสัตว์เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ต้องมีการจัดการและเฝ้าดูสัตว์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแล้วละก็ ในยุคปัจจุบันนี้อาจไม่ใช่มุมมองเหมือนเช่นสมัยก่อน เพราะตอนนี้การเลี้ยงสัตว์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอาชีพเสริมของคนในยุคนี้มากขึ้น โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและช่วงวันหยุด มาดูแลสัตว์ที่เลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ สามารถทำไปพร้อมกับงานประจำได้อย่างไม่มีปัญหา มีรายได้ควบคู่กันไปทั้ง 2 ทาง

คุณอวิรุทธ์ กาละภักดี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 7 ตำบลกระสัง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ยึดการเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมรายได้ คือการนำแกะเข้ามาเลี้ยงบริเวณบ้าน เพื่อทำเป็นงานที่เขารักและได้อยู่กับสิ่งที่ชอบ ทำให้มีการจัดฟาร์มอย่างเป็นระบบ แกะที่เลี้ยงมีคุณภาพ และตลาดมีความต้องการ พร้อมทั้งรวมกลุ่มกันขาย ทำให้ไม่เกิดปัญหาเรื่องถูกกดราคา สร้างผลกำไรได้เป็นอย่างดีทีเดียว 

คุณอวิรุทธ์ กาละภักดี

รับราชการอาชีพหลัก

เลี้ยงแกะเป็นอาชีพเสริมรายได้

คุณอวิรุทธ์ เล่าให้ฟังว่า ได้นำแกะมาเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ โดยงานประจำหลักของเขารับราชการ แต่ด้วยมีความชอบในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ จึงได้นำแกะมาทดลองเลี้ยงอยู่ที่บ้าน ปรากฏว่าประสบผลสำเร็จสามารถขายมีรายได้ จากนั้นทำการขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนการเลี้ยงมากขึ้น ทำให้เป็นอาชีพเสริมทำเงินให้กับเขามาจนถึงทุกวันนี้

ตัดหญ้าให้แกะกินในวันหยุด

“งานหลักผมก็รับราชการ ก็พอมีเวลาช่วงเช้าและเย็นและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เลยมองว่าน่าจะหาอะไรทำ เพื่อเป็นการเสริมรายได้มากขึ้น จึงนำแกะมาเลี้ยงประมาณ 5 ตัว เลี้ยงไปมาก็ประสบผลสำเร็จ ผลิตลูกออกมาสามารถขายได้ ทีนี้ก็รู้สึกว่างานตรงนี้สามารถทำรายได้ค่อนข้างดี จึงตัดสินใจเลี้ยงเรื่อยๆ เป็นอาชีพเสริมที่ทำเงินมาจนถึงทุกวันนี้” คุณอวิรุทธ์ เล่าถึงที่มา

แกะที่เลี้ยงทั้งหมดเน้นเป็นแกะพันธุ์เนื้อ เพราะเวลาส่งขายตลาดนิยมแกะเนื้อไปบริโภค โดยการเลี้ยงจะทำการจัดโซนให้เป็นระบบ มีการทำโรงเรือนนอนเพื่อหลบแดดฝน และที่สำคัญขาดไม่ได้คือการทำพื้นที่ปลูกหญ้าจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตอาหารได้ดี

 

ปล่อยให้แกะหากินหญ้าในทุ่งหญ้า

แกะอายุ 7 เดือนขึ้นไป

เหมาะทำการผสมพันธุ์

การผลิตลูกแกะให้ได้คุณภาพที่ดีมีวิธีไม่ยุ่งยากต้องมีการจัดการและทำการเลี้ยงให้มีระบบ โดยในช่วงของวันจะมีการให้แกะได้เดินออกไปกินหญ้าในแปลงที่ปลูกไว้ และบางช่วงที่อากาศไม่เหมาะสมก็จะให้อยู่ภายในโรงเรือน ซึ่งแกะที่เลี้ยงถ้าต้องการนำมาผสมพันธุ์จะเลือกอายุที่เหมาะสมอยู่ที่ 7 เดือน

“แกะจริงๆ แล้ว การผสมพันธุ์อายุ 4 เดือนก็สามารถทำได้ แต่ว่าถ้ามองดีๆ ก็ยังอาจจะเด็ก โตไม่เต็มที่ ระบบสืบพันธุ์อาจจะยังไม่สมบูรณ์ ผมก็เลยใช้อายุที่ 7 เดือนขึ้นไป มาทำการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ โดยใช้พ่อพันธุ์ที่มีอยู่ในฟาร์มผสม ซึ่งหลักการผสมพันธุ์ต้องระวังในเรื่องของเลือดชิด อย่านำสายเลือดเดียวกันมาผสมกัน เมื่อผสมพันธุ์ติดแล้ว รอตั้งท้องประมาณ 150 วัน แม่แกะจะคลอดลูกออกมา จากนั้นดูแลจนกว่าจะได้ไซซ์ขนาดที่ขายได้” คุณอวิรุทธ์ บอก

พื้นที่โรงเรือน

ลูกแกะที่คลอดออกมาในช่วง 1 เดือนแรก คุณอวิรุทธ์ บอกว่า จะปล่อยให้อยู่กับแม่แกะในบริเวณคอกที่เตรียมไว้ หลังจากนั้น จะปล่อยทั้งแม่แกะและลูกออกมาเดินเล่นอยู่กับฝูง เพื่อหัดกินหญ้าและอยู่กับฝูงตามธรรมชาติ เมื่อลูกแกะได้อายุอยู่ที่ 2 เดือนครึ่ง ก็จะหย่านมและกินหญ้าเป็นหลัก

โดยแกะภายในฟาร์มแต่ละวันจะได้กินหญ้าที่ปลูกไว้เป็นหลัก และบางช่วงก็จะปล่อยให้ออกไปเดินกินหญ้าเองภายในแปลงที่ปลูกไว้ เป็นการช่วยให้แกะได้ออกกำลังกาย ซึ่งการมีแปลงหญ้าภายในฟาร์มเองช่วยในเรื่องของการประหยัดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี

“การป้องกันโรคในแกะหลักๆ ก็จะเน้นทำวัคซีนปากเท้าเปื่อย ทุก 6 เดือนครั้ง และที่ต้องทำอยู่เสมอคือการให้ยาถ่ายพยาธิทุก 2 เดือนครั้ง ให้ยาผสมไปกับอาหาร ก็จะช่วยให้แกะทุกตัวได้ยาถ่ายพยาธิทั่วถึง ส่วนในเรื่องของการจัดการคอกก็ดูแลทำความสะอาด โรงเรือนนอนให้มีแสงและลมผ่านอากาศถ่ายเทสะดวก ก็จะช่วยให้แกะมีสุขภาพที่ดี” คุณอวิรุทธ์ บอก

คอกภายในโรงเรือน

โดยลูกแกะที่เลี้ยงได้อายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปหลังหย่านมแล้ว จะมีลูกค้าเข้ามาติดต่อขอซื้ออยู่เป็นระยะ ทำให้กำลังผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดอยู่ในขณะนี้

พื้นที่ภายในฟาร์ม

ขายแกะแบบยกตัว

อยู่ที่ 115-120 บาท ต่อกิโลกรัม

ในเรื่องของการสร้างตลาดขายแกะนั้น เขาได้เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้เลี้ยงแกะ จึงทำให้มีช่องทางการขายที่กว้างขึ้น เพราะการเลี้ยงแกะควรมีการสร้างกลุ่มที่ดี เพื่อเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยให้การทำตลาดสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง

โดยแกะที่ส่งขายเน้นเป็นตัวผู้เป็นหลัก ส่วนตัวเมียใช้เป็นแม่พันธุ์ทดแทนหรือขายให้กับเกษตรกรรายอื่น เพื่อนำไปเป็นแม่พันธุ์ภายในฟาร์มต่อไป

หญ้าเนเปียร์ที่ปลูกไว้

คุณอวิรุทธ์ บอกว่า ตั้งแต่เลี้ยงแกะมาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ในพื้นที่นี้ ตลาดยังถือว่าส่งขายได้ตลอด ไม่มีการหยุดซื้อหรือช่องทางการทำตลาดตัน และที่สำคัญในเรื่องของราคาไม่ต่ำกว่า 100 บาท ต่อกิโลกรัม แถมแกะยังให้ผลผลิตที่ไวอีกด้วย

“แกะตัวผู้ที่ขายเพื่อไปชำแหละเนื้อ มีอายุอยู่ที่ 4 เดือนขึ้นไป น้ำหนักอยู่ที่ 10-15 กิโลกรัม ราคาขายก็อยู่ที่ 115 บาท ต่อกิโลกรัม เดือนหนึ่งจะขายอยู่ประมาณ 10-20 ตัว ก็ยังพอมีกำไร เมื่อหักต้นทุนการผลิต ส่วนมูลนอกจากนำมาใส่ในแปลงพืชเราเองแล้ว ยังสามารถขายเกิดเป็นรายได้อีกหนึ่งช่องทาง เพื่อให้เกษตรกรซื้อไปใส่พืชผลทางการเกษตรต่อไป” คุณอวิรุทธ์ บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะเลี้ยงแกะเป็นอาชีพทำเงิน คุณอวิรุทธ์ แนะนำจากประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า ถ้ามีใจรักที่จะทำ ความสำเร็จก็มีชัยไปกว่าครึ่ง แต่อยากเน้นย้ำให้มองเรื่องการรวมกลุ่ม เพราะการเลี้ยงแกะต้องมีกลุ่มเพื่อนในการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เพราะถ้าเลี้ยงเป็นแบบฟาร์มเดี่ยวๆ อาจทำให้ในเรื่องของการตลาดทำได้ไม่กว้าง และโดนกดราคา ส่วนในเรื่องรองลงมาคือการเตรียมพื้นที่ปลูกหญ้าให้มีความพร้อม ก็จะช่วยให้การเลี้ยงประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น สามารถสร้างผลกำไรจากอาชีพนี้อย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลการเลี้ยงแกะได้ที่ คุณอวิรุทธ์ กาละภักดี หมายเลขโทรศัพท์ (089) 050-1138

บทความก่อนหน้านี้เลี้ยงแพะในสวนยางพาราเสริมรายได้ มูลเป็นปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตสร้างกำไร
บทความถัดไปมะเขือแจ้ กับสรรพคุณที่ท้าทาย