“FARMSOOK STATION” สถานีผักอินทรีย์ ชานกรุง ชูความสด สร้างความสุข ปลอดภัยต่อสุขภาพ

คุณวันชัย คงศักดิ์ศรีสกุล หรือ คุณเหยี่ยว ดีกรีปริญญาตรี คอมพิวเตอร์ธุรกิจ หากิจกรรมคลายเครียดจากการเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยการแปลงดาดฟ้าชั้น 5 ของบ้านพักมาเป็นสวนผักอินทรีย์ไว้รับประทานเอง โดยไม่ได้หวังผลเพื่อขายทำกำไร แต่กลับปลูกผักได้ดีมีคุณภาพที่เกิดจากการผลิตปุ๋ยทุกชนิดจากธรรมชาติใช้เอง ทำให้มีผู้คนสนใจที่ติดตามทางเฟซบุ๊กแห่ไปซื้อมากขึ้น จนผลิตไม่ทัน จำเป็นต้องขยายพื้นที่ปลูก วางระบบให้มีมาตรฐานหวังเป็นแหล่งผลิตผักคุณภาพ ปลอดภัยย่านชานกรุง ในชื่อ “FARMSOOK STATION”

ถุงนี้ราคากิโลกรัมละ 140 บาท เท่านั้น

พืชผักที่คุณเหยี่ยวปลูกมีทั้งผักสลัด ผักไทย พืชสมุนไพรสวนครัว หรือถั่วฝักยาว ถั่วพู มะเขือเทศ แตงกวา สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ปลูกพืชกับดินมาตลอด เพียงปรับแนวทางไปตามความเหมาะสมของสภาพ ไม่ว่าจะปลูกในบล็อกซีเมนต์ ปลูกใส่กระถาง และการสร้างโครงเหล็กในช่วงเริ่มต้น จนมาสู่การปลูกด้วยโต๊ะ แม้การปลูกด้วยดินจะเสี่ยงกับการสะสมของเชื้อโรคและศัตรูทางธรรมชาติ แต่สามารถจัดการได้ด้วยแนวทางอินทรีย์ที่ปลอดภัยเป็นหลักก่อน

คุณวันชัย คงศักดิ์ศรีสกุล หรือ คุณเหยี่ยว และแฟนสาว

คุณเหยี่ยว ชี้ว่า ในช่วงแรกการเผยแพร่ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์สู่สาธารณะมีน้อยมาก แล้วมีในวงจำกัด จึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากยูทูปเป็นหลัก จนดูเป็นเกษตรยูทูปไปเลย ด้วยเหตุนี้จึงแสวงหาความรู้ศึกษาการปลูกพืชอินทรีย์จากกูรูที่มีประสบการณ์หลายท่านเพื่อเข้าสู่กระบวนการเกษตรอินทรีย์ที่ถูกต้อง อย่างมีคุณภาพ

กรอบแนวทางการปลูกพืชผักอินทรีย์ของคุณเหยี่ยวประกอบด้วยการผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมัก และการผลิตดินปลูกจากธรรมชาติ ที่เรียนรู้มาจากผู้เชี่ยวชาญเกษตรอินทรีย์มีหลายชนิด อย่างสูตรน้ำหมักถั่วเหลือง น้ำหมักปลา น้ำหมักจาวปลวก น้ำหมักผัก น้ำหมักผลไม้ หรือแม้แต่น้ำหมักนม ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อให้สิ้นเปลือง สามารถนำวัตถุดิบแต่ละอย่างที่อยู่ใกล้ตัวมาดัดแปลงประยุกต์ตามความเหมาะสมเพื่อเป็นการลดต้นทุน

เพื่อนๆ เยี่ยมฟาร์มผักบนดาดฟ้า

ปุ๋ยหมักและดินเพาะจะถูกผลิตทุกสัปดาห์ จากเศษวัสดุตามธรรมชาติที่สามารถหาได้ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นแกลบดำ ขุยมะพร้าว มูลวัว เนื่องจากต้องใช้เวลาหมักไว้ไม่ต่ำกว่าเดือนก่อนนำมาใช้งาน พืชผักทุกชนิดใช้ปุ๋ยหมักเป็นหลัก ทั้งชนิดผงและหมักเอง โดยใส่ปุ๋ยหมักเพียงครั้งเดียวก่อนปลูกพืช พร้อมกับใช้ IMO ขยายเป็น OM เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยหมักที่เกิดจากแกลบดิบ แกลบดำ รำ มูลสัตว์ และใบไม้แห้ง ทั้งนี้ สูตรแต่ละชนิดจะเอื้อประโยชน์กับพืชผักในช่วงเวลาต่างๆ ให้มีการเจริญเติบโตแข็งแรงทนทานต่อโรค

“แช่มูลวัวไว้ไม่ต่ำกว่าเดือน โดยใช้สูตรมูลวัว 10 กระสอบ ใส่กากกาแฟกับถั่วเหลือง โดยคนที่เลี้ยงไส้เดือนมักชอบใช้ถั่วเหลืองเป็นอาหารเพราะช่วยให้ไส้เดือนโตเร็ว แข็งแรง ดังนั้น มูลไส้เดือนจึงมีส่วนผสมของถั่วเหลืองซึ่งเป็นโปรตีนชั้นยอดที่มีประโยชน์ต่อพืช

กระเจี๊ยบแดง

พืชผักที่ไม่ได้คุณภาพจะนำไปเป็นอาหารไก่ เลี้ยงไส้เดือน หรือผลิตเป็นปุ๋ย ขณะเดียวกัน วัตถุดิบในฟาร์มนำกลับมาใช้เพื่อผลิตเป็นน้ำหมักต่อไปได้อีก แล้วการปลูกผักแนวนี้สามารถเก็บผลผลิตได้เร็วกว่าปกติถึง 5 วัน (ปกติประมาณ 38-40 วัน) เพราะปุ๋ยหมักและน้ำหมักทุกชนิดเอื้อประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต ทำให้ต้นพืชมีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ ได้น้ำหนัก 8-10 ต้น ต่อกิโลกรัม”

คุณเหยี่ยว บอกว่า ทุกครั้งที่เก็บผลผลิตเสร็จแล้ว จะพรวนดินแล้วตากดินทั้งไว้ประมาณ 3-4 วัน ทั้งนี้ ระบบการปลูกบนโต๊ะมีการถ่ายเทอากาศทั้งด้านบนและล่าง ทำให้ดินไม่สะสมความชื้นไว้นานจนเกิดเชื้อรา แล้วเมื่อต้องการปลูกพืชรอบใหม่จะเติมดินใหม่เข้าไปเพียงเล็กน้อย พร้อมปุ๋ยหมักแล้วให้เกลี่ยผสมกัน แล้วคลุมด้วยขุยมะพร้าวเพื่อรักษาความชื้นก่อนที่จะรดด้วยน้ำหมักชนิดต่างๆ

ลูกค้าสองท่านนี้ขาประจำ

“FARMSOOK STATION” ตั้งอยู่เลขที่ 22 ซอยทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก 31 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ แบ่งพื้นที่ปลูกพืชผักออกเป็น 2 ส่วน คือผักกินใบ ผักสมุนไพร และพืชผักสวนครัว กับอีกส่วนเป็นพืชไร่ สถานที่แห่งนี้ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นสวนฟาร์มอินทรีย์ที่สมบูรณ์แบบ มีร้านอาหารและศูนย์เรียนรู้ขนาดย่อมเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจปลูกผักปลอดภัยได้ร่วมกิจกรรม

แม้พุทธมณฑลเป็นย่านที่มีโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง มีเรื่องของมลภาวะทางอากาศ ทางน้ำและทางดิน การปลูกพืชผักอาจไม่ปลอดภัยถ้าเจ้าของฟาร์มขาดความใส่ใจอย่างจริงจัง แต่สำหรับ FARMSOOK STATION ได้จัดระบบการป้องกันแบบอินทรีย์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยแมลงเพื่อกำจัดศัตรู หรือการจัดระบบน้ำสำหรับรดพืชผักที่ได้มาตรฐาน

ถั่วฝักยาว

สถานีฟาร์มผักแห่งนี้ไม่มีหน้าร้าน ขายผ่านช่องทางออนไลน์ fb : Farmsook Station เป็นหลัก ลูกค้าที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวได้ตลอด แล้วในวันหยุดจะเดินทางเข้ามาซื้อกันแบบสด ใหม่ได้ที่ฟาร์ม ซึ่งมักจะเข้ามาเยี่ยมฟาร์มแห่งนี้ด้วยความสุข สนุกสนาน แล้วยังได้สารประโยชน์จากกิจกรรมต่างๆ ของฟาร์ม ทำให้หลายคนเปลี่ยนทัศนคติกลับมารับประทานผักอย่างมีความสุข แต่บางรายไม่สะดวกเดินทางก็มักออเดอร์ ให้ไปส่งถึงหน้าบ้านได้ โทรศัพท์ (089) 018-1259, (092) 256-5346 แม้จะไม่มีการรับรองมาตรฐานอินทรีย์ใดๆ แต่ผลผลิตพืชผักของ FARMSOOK STATION ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรที่แวะเวียนมาในสวนฟาร์มแห่งนี้

สมาชิกร่วมกิจกรรมลงมือปลูก

สำหรับราคาขายผักที่คุณเหยี่ยวตั้งไว้ทุกชนิดเท่ากัน เป็นราคาเดียวทั้งปี ในราคากิโลกรัมละ 140 บาท ครึ่งกิโลกรัมราคา 90 บาท ในกรณีที่แบ่งขาย 3 ขีด 60 บาท และผักที่รับประทานไม่หมดหากเก็บไว้ในตู้เย็นอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์

บัตเตอร์เฮดขนาดใหญ่

การเจริญเติบโตด้วยความแข็งแรง รวมถึงคุณภาพของผักทุกชนิดเกิดจากการดูแลเอาใจใส่ บำรุงด้วยปุ๋ยและอาหารเสริมที่ล้วนผลิตจากธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้พืชผักทุกชนิดใน FARMSOOK STATION แห่งนี้จึงมีความอร่อย กรอบ สะอาด และที่สำคัญคือความปลอดภัยไร้กังวล

บทความก่อนหน้านี้สุโขทัยเมล่อนฟาร์ม เมล่อนยุคใหม่ในโรงเรือน ที่สุโขทัย
บทความถัดไปสยามคูโบต้า เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-หนองผักบุ้ง โมเดลชุมชนต้นแบบ ด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน