ฮังแมว จากภูมิปัญญา สู่รายได้ผู้สูงอายุและผู้พิการ ที่ภูซาง พะเยา

กว่าที่จะเป็น “ฮังแมว” ที่โด่งดังอยู่ในขณะนี้นั้น มันเป็นรังไข่ รังไก่ มาก่อน ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นฮังแมวด้วยความบังเอิญที่เอามาตากแดดแล้วน้องแมวเหมียวเจ้ากรรมก็เข้าไปนอนหลับปุ๋ยอย่างสบายอุรา จึงเป็นที่มาของ “ฮังแมว” แต่ก่อนหน้าที่ ครูแป้ (ผู้สื่อข่าว) จะเอาเรื่องราวของฮังแมวไปเผยแพร่นั้น เราก็ต้องยอมรับว่ามีคนให้ความสนใจน้อย ผู้สูงอายุผู้พิการ ก๊อหลวงก๊อซาว ก็ทำขายกันเป็นใบเล็กบ้างใหญ่บ้างแล้วแต่ลูกค้าจะสั่งให้ทำก็พอขายได้ เมื่อออกสื่อ ก็กลายเป็นข่าวดังใหญ่โตไปทั่วประเทศ ถึงขนาดบางท่านนำไปเป็นของฝากให้กับเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งต้องขอบคุณครูแป้เป็นอย่างยิ่งที่มาจุดประกายให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนก๊อหลวงก๊อซาว เป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการอย่างแพร่หลาย

ผมชอบครับ

ปฐมบทสำหรับ “ฮังแมว” แล้ว กลุ่มผู้สูงอายุผู้พิการ ก๊อหลวงก๊อซาว ได้แบบมาจาก พ่อบุญย้าย วังแปง ซึ่งอยู่บ้านก๊อหลวง หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ซึ่งก็คือบิดาของ พระครูปุณณสถาพร รูปนี้ พ่อท่านเล่าว่า ได้พบฮังแมวนี้เป็นของพี่น้องชาวม้ง ซึ่งทิ้งไว้ที่กระท่อมทุ่งนา ซึ่งมันมีสภาพไม่สมบูรณ์เหมือนปัจจุบัน พ่อท่านเห็นว่าน่าสนใจจึงลองสานดู สานออกมา 4 ใบ ให้ พ่อยก อินนัน ซึ่งเป็นเขยพี่ไปใช้ที่บ้านร่องห้า ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย 2 ใบ แล้วก็เอาไว้ใช้เอง 2 ใบ ซึ่งก็ยังไม่ได้สวยงามน่าประทับใจเท่าใดนัก จนถึงใบที่ 5 มีผู้มาขอซื้อ นั่นคือ ร้อยตรี มานิตย์ ทำงาม บ้านก๊อหลวง เมื่อพ่อบุญย้ายเห็นดังนั้นก็เลยสานจำหน่ายเรื่อยมา แต่มันก็เป็นรังไก่สำหรับให้ไก่ได้ไข่และฟักไข่นั่นเอง

เมื่อการทำผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ที่วัดของชมรมผู้สูงอายุผู้พิการ ก๊อหลวงก๊อซาว เริ่มถึงทางตัน นั่นคือสุ่มไก่เริ่มจำหน่ายได้น้อยลง เตียงไม้ไผ่ก็เริ่มไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามา พ่อบุญย้ายจึงได้นำเอาตัวอย่างของรังไข่ รังไก่นี้มาให้ พ่ออุ้ยอาจ ใจเป็ง และ อ้ายบุญมี ศรีโสภา หรือ สล่าน้อยเปี้ย สานดู ซึ่งทั้งสองท่านเชี่ยวชาญงานไม้ไผ่อยู่แล้ว จึงไม่เป็นการยากเย็นอะไรนัก กลุ่มผู้สูงวัยผู้พิการ ก๊อหลวงก๊อซาว จึงได้บรรจุเอาผลิตภัณฑ์รังไข่ รังไก่นี้เป็นหนึ่งในสินค้าของกลุ่ม ทำจำหน่ายเรื่อยมา จนเมื่อเป็นข่าวใหญ่ดังกล่าวแล้วจึงมีคำสั่งซื้อจากทุกสารทิศ เมื่อเป็นดังนี้ชุมชนก๊อหลวงก๊อซาว จึงได้ระดมผู้สนใจมาฝึกสาน ตัดไม้ เหลาไม้ จักตอก ช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ทันกับความต้องการของผู้มีอุปการคุณ อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งก็คือค่าจัดส่งที่ค่อนข้างแพง เกือบเท่ากับราคาสินค้า ที่ซึ่งทางกลุ่มคงต้องหาทางให้ “ฮังแมว” ไปให้ถึง “คนรักแมว” ให้ได้ เช่น กล่องกระดาษที่ใช้บรรจุแทนที่จะใช้ของใหม่เลยก็ใช้กล่องมือสองที่ราคาถูกกว่ามาก การจัดทำเพจเพื่อประชาสัมพันธ์และรับคำสั่งซื้อการพิมพ์ชื่อที่อยู่เพื่อจัดส่ง และขณะนี้ทางไปรษณีย์อำเภอเชียงคำได้มารับของเพื่อจัดส่งถึงที่

คนเหลาตอก

เมื่อฮังแมวเป็นที่ต้องการของคนรักแมวจำนวนมาก ก็มีบุคคลทำเลียนแบบขึ้นมามากมายหลายเจ้า แต่หากท่านต้องการของจริงของแท้จากแหล่งผลิตแล้วต้องไปที่กลุ่มผู้สูงวัยผู้พิการ ก๊อหลวงก๊อซาว ซึ่งได้ตั้งกองบัญชาการ “ฮังแมว” ไว้ที่วัดก๊อหลวงก๊อซาว ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา โดยมีพระครูปุณณสถาพร ผู้เป็นเจ้าอาวาสและให้การสนับสนุนกลุ่มเรื่อยมา ซึ่งพระครูปุณณสถาพรบอกว่า คิดมานานแล้วว่าทำอย่างไรที่จะให้วัดของเราเป็นแหล่งแห่งการเรียนรู้ เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านมาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและสร้างอาชีพขึ้นในชุมชน วัดไม่ควรเป็นเพียงแค่สถานที่บำเพ็ญบุญแต่อย่างเดียว หากแต่ต้องเป็นได้หลายอย่างของชุมชน

สมาชิกกลุ่ม ท่านพระครูปุณณสถาพร และผู้เขียน

ซึ่งปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่สาธุชนผู้สนใจมารวมกลุ่มกันมากขึ้น ช่วยกันสานฮังแมว ท่านที่พอสานได้ก็สาน สานไม่ได้ก็ช่วยตัดไม้เหลาตอก ทำความสะอาดวัดวาอาราม ผู้มีกำลังช่วยตัดไม้ให้ ผู้นำก็เป็นกำลังใจให้แนวคิดช่วยเหลือทุกอย่าง องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกล้วย ก็เป็นพี่เลี้ยงชั้นดี เยาวชนหลายรายเข้ามาเรียนรู้เป็นผู้จัดทำเพจ ติดต่อขายมีการทำธุรกรรมทางการเงิน ส่งของตามคำสั่งซื้อที่ได้รับ แม้สิ่งเหล่านี้จะยังไม่บริบูรณ์เต็มร้อย แต่ทางกลุ่มก็ภาคภูมิใจกับสิ่งที่บังเกิดขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณทุกฝ่าย และขออภัยมา ณ ที่นี้สำหรับผู้ที่มาขอซื้อแต่เราไม่สามารถจัดให้ได้ในทันที เพราะกลุ่มต้องจัดให้ตามลำดับผู้สั่งก่อนหลัง ซึ่งก็คงเข้าใจและไม่ว่ากัน

ฮังแมวเล็กสินค้าปรับปรุงใหม่
เครื่องจักตอก รับการสนับสนุนจาก อบต.ทุ่งกล้วย

พระครูปุณณสถาพรกล่าวอีกว่า ที่สำคัญที่สุดอยากจะขอบคุณ “แมว” เมื่อก่อนหน้านั้นอาตมภาพยังเคยตำหนิมัน ยามที่มันเรียกร้องจะกินแต่อาหาร ซึ่งอาหารของแมวก็เป็นพวกเนื้อปลา ประเภทของคาว

มันไม่ค่อยกินข้าวเหมือนสัตว์ประเภทอื่น เว้นแต่มันหิวจริงๆ ถึงจะกิน ที่ตำหนิมันนั้นเวลาบิณฑบาตกลับมามันก็เรียกร้องจะกินอย่างเดียว จึงบอกกับมันไปว่า “รอก่อน รอให้พระเณรได้ฉันก่อนเถิดแล้วค่อยกิน กินแล้วก็ไม่เห็นทำอะไร จะสวดมนต์ไหว้พระ ปัดกวาดวัดวาอารามก็ไม่เห็นทำ ยิ่งไปกว่านั้นยังปล่อยให้หนูกัดหมอนทรัพย์สินของวัดเสียหาย เลี้ยงไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด เพราะฉะนั้น รอก่อน…”

คนสาน
ผลิตภัณฑ์ฮังแมว

แต่อาตมภาพลืมไปว่าคนเมืองเหนือล้านนาได้กล่าวไว้ว่า “แมวคือขี้ไคลของพระเจ้า (พระพุทธเจ้า)” พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุดในสามโลก เมื่อสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ได้เขียนธรรมไว้ปรากฏว่า ถูกหนูกัดทำลาย พระพุทธองค์จึงถูเอาขี้ไคลมาปั้นเป็นแมวให้ช่วยเฝ้าดู ดูแลพระธรรมไม่ให้หนูมาทำลายได้ ดังนั้น ขี้ไคลของพระพุทธองค์จึงเป็นมงคลนำมาซึ่งประโยชน์สุขแห่งมหาชนโดยแท้ และแน่นอนบัดนี้แมวหรือขี้ไคลของพระพุทธเจ้าได้สร้างอาชีพให้กับพี่น้องชาวบ้านแล้ว ไม่เพียงแต่ก๊อหลวงก๊อซาวเท่านั้น หากแต่ยังประโยชน์แก่คนโดยทั่วไป

“ฮังแมว ฮังแมว ฮังแมว ตึงดีแต๊แล้วน้อฮังแมวบ้านเฮา น้องแมวเหมียวบ่อมีโศกเศร้า มีความสุขแต๊เล่าเมื่อได้เข้าฮังแมว” พระครูปุณณสถาพร กล่าว

สนใจอยากได้ฮังแมวไปใช้ติดต่อได้ที่ กลุ่มผู้สูงอายุผู้พิการก๊อหลวงก๊อซาว หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา โทรศัพท์ (093) 196-1833

ป้ายประชาสัมพันธ์

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้ฟักทอง พืชสวนครัวยอดนิยม ปลูกง่าย ขายดีตลอดทั้งปี
บทความถัดไปธุรกิจห้าดาว ร่วมสร้างงานให้คนรุ่นใหม่ ฉลองเปิดร้านข้าวมันไก่ห้าดาว สาขาปั๊มบางจาก พัฒนาการ 25