น้ำผลไม้ “ไร่ชาญลดา” สู่ร้านเซเว่นฯ ธุรกิจทำเงินยุคคนรักสุขภาพ สร้างรายได้ให้เกษตรกร

ไม่ง่ายนักสำหรับเด็กจบปริญญาตรีด้านภาษาญี่ปุ่น เอแบค ที่หันมาสนใจและเอาดีทางธุรกิจเกษตร จนประสบความสำเร็จกลายเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่น่าสนใจและน่าจับตาในวันนี้ แต่ก็ไม่ยากสำหรับ “อังศุมา ศิริคุม หรือ เหมียว” ลูกหลานเกษตรกร เจ้าของอาณาจักรสวนส้มเขียวหวานนับร้อยไร่ใน จ.กำแพงเพชร ที่มีแนวคิดต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้คุณภาพเพื่อคนรักสุขภาพ

เธอใช้เวลากว่า 6 ปีร่วมกับน้องชายในการปลุกปั้นธุรกิจน้ำผลไม้เล็ก ๆ ของครอบครัวเติบโตอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง โดยมีคุณพ่อเชี่ยวชาญและคุณแม่ลดาวัลย์ ศิริคุม คอยให้คำปรึกษาอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้วันนี้พ่อกับแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลไร่ส้มที่ จ.กำแพงเพชร ปล่อยให้สองพี่น้องดำเนินธุรกิจตามลำพัง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ ลูกหลานเกษตรกรสวนส้มโดยแท้

อังศุมา ถือเป็นทายาทรุ่น 3 นับจากรุ่นก๋ง เจ้าของอาณาจักรสวนส้มบางมดชื่อดังย่านฝั่งธน ก่อนอพยพย้ายหาแหล่งปลูกใหม่ใน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เช่นเดียวกันเกษตรกรสวนส้มรายอื่น ๆ เนื่องจากเจอปัญหาโรคระบาด เมื่อกว่า 30ปีก่อน จนเหลือเพียงตำนานส้มเขียวหวานบางมดอร่อยที่สุดในโลก

เมื่อแก้ปัญหาโรคระบาดไม่ได้ ครอบครัวศิริคุมก็จำเป็นต้องย้ายหาที่ปลูกส้มเขียวหวานใหม่อีกครั้ง โดยไปลงหลักปักฐานที่ อ.โกสัมพี จ.กำแพงเพชร บนเนื้อที่ 112 ไร่ ภายใต้ชื่อ “ไร่ส้มชาญลดา” โดยผลผลิตหลักส่งตลาดไท ตลาดในภาคอีสานและภาคใต้

“ชาญลดาเป็นชื่อป๊ากับแม่นำมาผสมกัน ป๊าชื่อเชี่ยวชาญ ส่วนแม่ชื่อลดาวัลย์ จึงนำมาผสมกันเป็นชื่อไร่และชื่อผลิตภัณฑ์” อังศุมาเผยที่มา พร้อมเปลี่ยนวิธีคิดจากขายผลผลิตแบบเดิม ๆ หันมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นน้ำผลไม้แทน แต่คงไว้ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการเหมือนได้รับประทานผลไม้สด ๆ จากสวน

จากนั้นเธอจึงร่วมกับน้องชายจัดตั้งบริษัทขึ้นมาชื่อว่า บริษัท ไร่ชาญลดา จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2556 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 37 ม.7 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานีเพื่อผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้ น้ำผักคุณภาพสู่ผู้บริโภค

กว่า 6 ปีที่ได้ผลิตน้ำผักและผลไม้เพื่อคนรักสุขภาพ เริ่มจากน้ำเสาวรส น้ำส้มเขียวหวาน น้ำอะโวกาโด้ น้ำฝรั่ง น้ำกีวีและอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ โดยใช้วัตถุดิบจากไร่ชาญลดาและสวนในเครือข่าย ทั้งไร่ส้มและผลไม้ชนิดอื่น ๆ โดยส้มเขียวหวานจากไร่ชาญลดาทั้งหมด ส่วนฝรั่ง อะโวกาโด้ จากสวนในเครือข่ายที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ขณะที่เสาวรสและบีทรูทจากสวนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยการรับซื้อเป็นไปตามกลไกของตลาด ซึ่งราคาจะไม่เท่ากันในแต่ละช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับปริมาณของผลผลิตในช่วงนั้น ๆ

“ลูกไร่ในเครือข่ายที่เรารับซื้ออยู่ตอนนี้ 3 ราย อยู่ที่เชียงใหม่ 1 ราย และตากอีก 2 ราย ปริมาณรับซื้อแต่ละเดือน โดยเฉลี่ยเสาวรสอยู่ที่ 800-1000 กิโลกรัม อะโวกาโด้ 500 กิโลกรัม บีทรูท 600 กิโลกรัม และฝรั่ง 500 กิโลกรัม ซึ่งแต่ละสวนเรามีคอนแทกกันอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาในเรื่องวัตถุดิบขาดตลาด ซึ่งเป็นการช่วยกระจายรายได้ไปสู่เกษตกรด้วย”

โดยผลผลิตที่รับจากเกษตรกรนั้นเป็นสวนได้รับรองมาตรฐานจีเอพี(GAP) จึงไม่มีปัญหาในเรื่องผลผลิตแต่อย่างใด หลังนำวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต จนได้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้น เธอและน้องชายจึงเริ่มทำการตลาดด้วยการออกบูธตามงานต่าง ๆ และได้รับโอกาสวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำและโรงแรมหรูใจกลางกรุง ตลอดจนได้รับโอกาสเข้าสู่ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น (7-11) ในเวลาต่อมา

“ดีใจมาก ๆ ที่ทางเซเว่นติดต่อมา ไม่เคยนึกฝันมาก่อน ตอนแรกคิดว่าน้องชายแกล้งพูดเล่น ๆ จากนั้นทางทีมงานเซเว่นก็ติดต่อมา เราก็ถามว่าเซเว่นรู้ได้อย่างไร เขาก็บอกว่าทางผู้บริหารได้ลองดื่มน้ำผลไม้ของเรา รสชาติอร่อย ถูกใจ สนใจอยากให้นำมาทดลองขายในเซเว่น ถือว่าทางเซเว่นให้โอกาสกับเรา” เธอกล่าวอย่างตื่นเต้น พร้อมเล่าต่อว่า

จากนั้นทางเซเว่น ส่งทีมงานลงมาดูกระบวนการผลิตที่โรงงาน พร้อมให้คำแนะนำด้านต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตลอดจนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ

กว่า 1 ขวบปีที่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับทางเซเว่น จนได้รับความไว้วางใจ ในที่สุดจึงได้นำผลิตภัณฑ์สองตัวคือน้ำเสาวรสผสมบีทรูทและเสาวรสผสมอะโวกาโด้ บรรจุขวด ๆ ละ 250 ซีซี วางจำหน่ายในเซเว่น เริ่มต้นจาก 3 สาขา หลังจากนั้น 3 เดือนเพิ่มเป็น 7 สาขา และขยายเป็น 300 สาขา ในกรุงเทพฯ

“ปกติจะส่งเซเว่น สาขาละ 15-20 ขวดต่อสองวัน ของเราใช้ผลไม้แท้ๆ ไม่มีส่วนผสมอย่างอื่น ทำให้ได้น้ำผลไม้เข้มข้น เวลาทานจะสดชื่นเหมือนได้ทานผลไม้สด ๆ ของเราเป็นผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมี่ยมราคาจึงค่อนข้างจะสูงกว่าตลาดทั่วไป ของเราจะอยู่ที่ 55 บาทในปริมาณที่เท่ากัน” อังศุมากล่าวถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์

ปัจจุบันบริษัท ไร่ชาญลดา จำกัด ผลิตและจำหน่ายน้ำผักและผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ น้ำส้มเขียวหวาน น้ำเสาวรสผสมบีทรูท น้ำเสาวรสผสมอะโวกาโด้ น้ำฝรั่ง น้ำลิ้นจี่ น้ำสตรอเบอรี่ และอีกหลายชนิด โดยผลิตตามออเดอร์เป็นหลักเฉลี่ยวันละ 800-1,000 ขวด

ผู้ประกอบการสาวรุ่นใหม่ยังวาดฝันในอนาคตว่า ตั้งเป้าในปี 2564 จะขยายสาขาในเซเว่น ให้ได้ 3,000 สาขา และขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปีต่อ ๆ ไปตามกำลังการผลิตหวังกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีแผนในการทำตลาดส่งออก ในอนาคตอีกด้วย โดยวางเป้าไว้ที่ตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากมองว่าประชาชนของเขาให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพ อีกทั้งยังมีโอกาสได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาภาษาญี่ปุ่นเป็นใบเบิกทางในการเปิดตลาดประเทศดังกล่าวด้วย

อังศุมา ศิริคุม นักธุรกิจสาววัย 30 เศษ เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ ตราไร่ชาญลดา นับเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SME) ที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผ่านร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” โดยจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี( SME) มีโอกาสส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด และมีการพัฒนา SME ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บทความก่อนหน้านี้ชป. เร่งระบายน้ำท่วมขัง นราธิวาส ยะลา และปัตตานี รับมือฝนใหม่
บทความถัดไปซีพี ออลล์ – เซเว่นฯ เร่งช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ มอบเจลแอลกอฮอล์ และเบเกอรี่ให้ รพ.วิชัยเวชฯ และ รพ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร