“VEGGIE CHIPS” ผักทอด ผลิตภัณฑ์แปรรูป ฝีมือคนรุ่นใหม่ ทำรายได้จากหลักหมื่นสู่หลักแสน ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน

“ตั้งเป้าและหวังไว้เล่นๆ ว่าอยากจะเป็นอายุน้อย 100 ล้าน” นี่คือคำพูดของคนรุ่นใหม่ที่มีแง่คิดและการตั้งเป้าหมายในการเริ่มต้นธุรกิจผักทอดกรอบ ซึ่งจากการที่ผู้เขียนได้สัมภาษณ์เธอคนนี้แล้วเชื่อว่าเป้าหมายของเธอสามารถเป็นไปได้อย่างแน่นอน ด้วยแนวคิดและทัศนคติที่ไม่หยุดนิ่ง มีการคิดพัฒนาอยู่ตลอด มาผนวกเข้ากับการใช้ประโยชน์จากคนรุ่นใหม่ สื่อสารการตลาดทางสื่อโซเชียลจนสามารถสร้างรายได้จากยอดขายหลักหมื่นสู่หลักแสนภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน

คุณนิศาชล สถาวระ หรือ คุณพลอย อายุ 26 ปี อยู่ที่ซอยรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร คนรุ่นใหม่ไฟแรง ใช้เวลาว่างจากงานประจำสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปผักทอด “VEGGIE CHIPS” ตีตลาดทุกกลุ่มเป้าหมาย ใช้เทคนิคการขายผ่านช่องทางโซเชียลขายหมดภายในเวลาไม่กี่วัน จนสามารถสร้างยอดขายแบบก้าวกระโดดจากหลักร้อยห่อเป็นหลักพันห่อต่อเดือน

คุณนิศาชล สถาวระ หรือ คุณพลอย เจ้าของผลิตภัณฑ์ “VEGGIE CHIPS”

คุณพลอย เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจแปรรูปผักทอดว่า ปัจจุบันตนเองทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นสายงานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจอะไรตรงนี้เลย แต่เพียงแค่อยากจะหาอาชีพเสริม จึงคิดอยากจะแปรรูปสินค้าอะไรก็ได้ที่จะทำให้คนกลับมาซื้อซ้ำได้ง่ายที่สุด ประกอบกับในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ก็แน่นอนแล้วว่าสิ่งที่จำเป็นที่สุดของการอยู่รอดคืออาหาร แต่จะทำอย่างไรให้อาหารของเราแตกต่างจากคนอื่น นี่คือสิ่งที่ต้องกลับมาคิดเพิ่ม โดยเริ่มต้นไอเดียจากลักษณะนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนชอบกิน แต่ยิ่งกินมากก็ยิ่งอ้วน แต่ถ้ามีอาหารที่กินแล้วไม่อ้วนก็น่าจะดี จึงได้นำแนวคิดนี้มาผนวกกับนิสัยของคนไทยที่ชอบกินขนมขบเคี้ยวอยู่แล้ว และมองต่อไปว่าวัตถุดิบของไทยมีดีไม่แพ้ชาติใดอยู่แล้ว จึงจับทางเลือกที่จะแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกับขนมกรุบกรอบอย่างมันฝรั่งทอดที่ติดตลาดอยู่ตอนนี้ จนได้ผลิตภัณฑ์แปรรูปผักทอด “VEGGIE CHIPS” ขึ้นมา

โดยมีหลักเกณฑ์การเลือกวัตถุดิบผักที่เหมาะสำหรับนำมาแปรรูปคือ ต้องนำมาหั่นให้อยู่ในรูปแบบแผ่นได้ดี เพราะฉะนั้น ผลิตภัณฑ์ “VEGGIE CHIPS” จึงมีวัตถุดิบหลักเป็นผักและผลไม้ที่สามารถนำมาหั่นเป็นแผ่นได้ เช่น ฟักทอง แครอต มันม่วง และบร็อกโคลี่ โดยมีความตั้งใจให้บร็อกโคลี่เป็นจุดขายสำหรับเด็กที่ไม่กินผัก เพราะบร็อกโคลี่เป็นผักที่ถือได้ว่าเป็นผักที่กินยากที่สุดสำหรับเด็ก จึงใช้ข้อด้อยตรงนี้มาเป็นจุดขาย ว่าความจริงแล้วผักที่มีรสชาติขม ก็สามารถทำให้กินได้ง่ายและมีประโยชน์เหมือนกัน บร็อกโคลี่จึงเหมือนชนิดผักที่แตกต่างอย่างลงตัว

ผักทอด “VEGGIE CHIPS” กินง่าย อุดมไปด้วยประโยชน์

มีตลาดกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงกลุ่มคนรักสุขภาพ และต้องการที่จะตีตลาดสำหรับคนที่ไม่ชอบกินผัก งั้นลองเปลี่ยนแนวจากผักสด ให้กลายมาเป็นขนมกรุบกรอบที่กินเล่นได้ตลอดเวลา ได้ทั้งประโยชน์จากผัก และความอร่อยจากความที่เป็นขนม

 

พิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิต
เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว

ที่มีคุณค่า “กินเพลิน ได้ประโยชน์”

เจ้าของบอกว่า ผลิตภัณฑ์ผักทอด “VEGGIE CHIPS” ค่อนข้างที่จะมีความพิถีพิถันทุกขั้นตอนการแปรรูป

  1. เริ่มจากการเลือกวัตถุดิบหลักคือ ผักที่คัดสรรนำมาแปรรูปรับตรงจากเกษตรกร ค่อนข้างที่จะมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว เช่น แครอต และฟักทอง แน่นอนว่าผัก 2 ชนิดนี้ หั่นง่าย และรสชาติของแครอตที่มีความหวาน แคลอรีน้อย ส่วนฟักทองจะมีความมันทำให้กินง่ายไม่ต้องปรุงรสเยอะ ถัดมาบร็อกโคลี่เมื่อนำมาทอดด้วยเครื่องทอดสุญญากาศจะทำให้มีความกรอบมากเมื่อนำมาปรุงรสนิดหน่อยก็อร่อยแล้ว และสุดท้ายมันม่วง เป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่รู้จักและชอบกินอยู่แล้ว และมันม่วงค่อนข้างจะมีรสชาติใกล้กับมันฝรั่ง ผู้บริโภคน่าจะชอบ จึงได้ข้อสรุปนำผักผลไม้ทั้ง 4 ชนิดนี้ มาอยู่ในห่อเดียวกันเพื่อเป็นการเพิ่มความหลากหลายในการกิน
  2. หลังจากขั้นตอนคัดเลือกคุณภาพและความเหมาะสมของผักที่จะนำมาแปรรูปแล้ว มาสู่ขั้นตอนการหั่น หั่นให้ออกมาในรูปแบบที่สะดวกกับผู้บริโภคมากที่สุด
  3. เข้าสู่ขั้นตอนการทอด มีจุดเด่นตรงที่จะเลือกใช้น้ำมันรำข้าวในการทอด ทอดด้วยเครื่องทอดสุญญากาศระบบปิด จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปนั้นมีอายุการเก็บรักษาไว้ได้นาน และรักษาคุณภาพด้านกลิ่น สี และรสชาติหวานของผลผลิต ให้มีคุณภาพใกล้เคียงธรรมชาติเดิมได้ค่อนข้างดีจึงทำให้ผลผลิตที่ผ่านการแปรรูปแล้วมีมูลค่าสูง
  4. ขั้นตอนปรุงรส ถือเป็นอีกขั้นตอนที่ทางแบรนด์พยายามคิดค้นสูตรอย่างเข้มข้นเพื่อที่จะให้ได้สูตรผงปรุงรสโซเดียมต่ำ ไม่ใส่ผงชูรส แต่ต้องให้รสชาติออกมาอร่อยที่สุด เพื่อให้คนทุกกลุ่มสามารถกินได้ โดยเฉพาะกับเด็กและผู้สูงอายุ และด้วยความใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอนสิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ผักทอดของแบรนด์เรา
รวมคุณประโยชน์เข้าไว้ในห่อเดียว

ศึกษาการตลาดจากเด็กรุ่นใหม่
ขายยังไงให้ยอดขายพุ่งแบบก้าวกระโดด

คุณพลอย บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นการตลาดว่า ตนเองเริ่มมาจากสื่อโซเชียล “Tik Tok” และถือเป็นจุดพีกในการเริ่มต้นของแบรนด์ ด้วยวิธีการโพสต์แบบเป็นวิดีโอแบบง่ายๆ แต่ได้ผลตอบรับที่ดีจนน่าตกใจ เพราะได้ลูกค้าจากตรงนี้กว่า 90 เปอร์เซ็นต์

“พลอยเริ่มต้นจากเงินลงทุนหลักหมื่น เริ่มจากการผลิตแค่ 100 ห่อ หาตลาดจากการบอกเล่าสตอรี่ของสินค้าผ่าน Tik ToK อัพเดตตั้งแต่สินค้ายังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ไปถึงขั้นตอนการผลิตต่างๆ เพื่อให้คนได้ดูรู้สึกผูกพันกับสินค้าของเรา แล้วทีนี้พอสินค้าของเราผลิตออกมาจริงๆ แล้ว เราก็เข้าไปตามตอบคนที่มาคอมเมนต์ว่าของมาแล้วนะคะ สามารถสั่งจองสินค้าได้ทางนี้เลย แล้วเชื่อไหมว่าสินค้าที่ผลิตออกมา 100 ห่อ ขายหมดภายในระยะเวลา 1 วัน ก็เพิ่มการผลิตจาก 100 เป็น 300 จนถึงหลักพันห่อ ขายหมดภายในเวลาเพียง 7 วัน ซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นี่แหละคืออิทธิพลของสื่อโซเชียลทำให้คนเกิดและดับได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เพราะฉะนั้นแล้ว ทุกคนต้องใช้โซเชียลอย่างชาญฉลาด ใช้ให้เกิดประโยชน์และมีสติ ให้คิดอยู่เสมอว่าการใช้โซเชียลก็เหมือนกับชีวิตของคนอยู่แล้วว่า ความดีของคนเห็นช้า แต่ถ้าความเลวปรากฏเมื่อไร ทุกอย่างจะวิ่งเร็วมากและทุกอย่างที่สร้างมาคือจบ ดังนั้น ในการที่จะใช้สื่อโฆษณาเรื่องคำพูด การโพสต์ การเขียนสำคัญมาก จำเป็นต้องพิจารณาดีๆ ก่อนที่จะเผยแพร่ข้อมูลออกไป”

ผลิตภัณฑ์น่าซื้อ

แนะนำคนรุ่นใหม่อยากสร้างตัว

สำหรับวัยรุ่นยุคใหม่ที่อยากสร้างตัวจากการทำธุรกิจส่วนตัว คุณพลอยแนะนำว่า อันดับแรกคือให้เริ่มจากสิ่งที่ตนเองชอบก่อน ยกตัวอย่างการเริ่มต้นธุรกิจของตนเองนั้นเริ่มจากการหาข้อมูลในกูเกิลก่อนว่า ณ ขณะนั้นเทรนด์อะไรกำลังมา แล้วจากนั้นมาดูว่าเทรนด์เหล่านี้เราชอบอะไร หรือว่าดูจากสิ่งที่เราชอบก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปดูว่าเทรนด์ที่เราชอบสามารถทำตลาดได้หรือเปล่าและสามารถนำมาประยุกต์ทำอะไรได้บ้างเพื่อให้เข้ากับเทรนด์ในปัจจุบัน หลังจากนั้น ก็มาดูงบในมือว่ามีเท่าไร เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นทำไหม หรือถ้าหากสำหรับคนมีงบน้อยก็ให้ทดลองเป็นตัวแทนจำหน่ายก่อนเพื่อเปิดตลาด นี่คือวิธีเซฟต้นทุน แต่ถ้าหากมั่นใจแล้วว่าธุรกิจนี้ใช่สำหรับเราทำแล้วเวิร์กก็ให้ลงมือทำเลย อย่างของตนเองใช้วิธีการโพสต์ Tik Tok ก่อนเพื่อดูกระแสตอบกลับมาว่าเป็นยังไง เพื่อที่ล้มจะได้ไม่เจ็บมาก เพราะก่อนที่จะมาได้ถึงทุกวันนี้ก็ผ่านธุรกิจมาหลายอย่างกว่าจะเจอทางที่ใช่ก็เจ็บมาเยอะ ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วเกิดจากความขาดสติไม่ได้เริ่มทดลองตลาด บุ่มบ่ามทำเลย แต่ครั้งนี้ลองเปลี่ยนแนวคิดใหม่คือทดลองทำตลาดก่อน ถึงลงมือทำผลตอบรับเลยดีมาถึงวันนี้

ราคาห่อละ 79 บาท

“เริ่มต้นจากเงินทำธุรกิจเพียงหลักหมื่นบาท ผลิตมา 100 ห่อ ขายในราคาห่อละ 79 บาท พัฒนาต่อยอดการขายมาเรื่อยๆ จนสามารถสร้างรายได้จากหลักหมื่นสู่หลักแสนได้ภายในเวลาเพียง 2 เดือน ถือเป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่ดี และเป็นการเริ่มต้นอย่างมีสติ และในอนาคตวางแผนไว้ว่าอยากจะเป็นอายุน้อย 100 ล้าน จะต้องมียอดขาย 900 ห่อ ต่อวัน โดยวางแผนการตลาดหลักอยู่ในกลุ่มออนไลน์ และการสร้างตัวแทนจำหน่ายอย่างจริงจัง ซึ่งความจริงแล้วขนมผักของพลอยไม่ได้เป็นเจ้าแรก แต่ที่เรามองเห็นคือสามารถทำขนมที่มีประโยชน์และคนสามารถเอื้อมถึงได้ง่าย แล้วบวกกับความแปลกใหม่จึงทำให้สินค้าของเรามียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” คุณพลอย กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อที่เบอร์โทร. (087) 484-7770

ออเดอร์เพียบ
บทความก่อนหน้านี้เรื่องเล่าว่าด้วยข้าวของโลก ตอน ข้าวเวียดนาม
บทความถัดไปชวนกิน “ขนุนสำปะลอ” ความอร่อยดั้งเดิม ของชาวสวนเมืองนนท์