กรมส่งเสริมสหกรณ์ จับมือ จ.ลำพูน และพันธมิตรภาคเอกชน กระจายผลผลิตลำไยสหกรณ์ถึงมือผู้บริโภค

กรมส่งเสริมสหกรณ์ จับมือ จ.ลำพูน และพันธมิตรภาคเอกชน กระจายผลผลิตลำไยสหกรณ์ถึงมือผู้บริโภค ผ่านโมเดิร์นเทรด  ผู้ส่งออก ไปรษณีย์ไทย และเครือข่ายสหกรณ์
ภายใต้แนวคิด
“สดใหม่ทั่วไทย ลำไยสหกรณ์”

จากนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการ  ผสานพลังร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตลำไยและพันธมิตรคู่ค้าภาคเอกชน และเครือข่ายสหกรณ์ เพื่อแสดงถึงความพร้อมในปี 2560 ในการกระจายลำไยคุณภาพของสหกรณ์ผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค ผ่านทางพันธมิตรภาคเอกชน ประกอบด้วย ห้างโมเดิร์นเทรด ได้แก่ บริษัท เอก – ชัย ดิสทริบิวชั่น ซีสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  บริษัท เนเชอรัล เบฟ จำกัด เครือข่ายสหกรณ์ในภาคต่าง ๆ และศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์  ทั่วประเทศ

นายประยูร  อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากในปีนี้สภาพอากาศมีฝนตกชุก ส่งผลให้ลำไยแทงช่อดอกมีมากกว่าปกติ และผลผลิตลำไยจะออกสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งจะมากที่สุดในช่วงกลางกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม คาดว่าผลผลิตลำไยปีนี้ของ 8 จังหวัดภาคเหนือ จะมีปริมาณรวมทั้งสิ้น 609,770 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2559  ร้อยละ 44.60 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรในเรื่องของราคาผลผลิตลำไยตกต่ำ  กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงมีนโยบายให้ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์ให้ความสำคัญในเรื่องการผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน                  มีความปลอดภัย เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเน้นรวบรวมและจำหน่ายผลไม้คุณภาพให้กับห้างโมเดิร์นเทรด ผู้ส่งออก ผู้แปรรูป เครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ และศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) โดยมีสหกรณ์ในพื้นที่ภาคเหนือทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการกระจายผลผลิตของสมาชิกออกจากแหล่งผลิต โดยวางแผนการผลิตและการกระจายลำไยให้เกิดความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งสหกรณ์จะเน้นการทำตลาดล่วงหน้าและทำการตลาดโดยใช้ความต้องการของผู้ซื้อเป็นตัวนำหรือที่เรียกว่า Demand Driven โดยการมีตลาดที่แน่นอนนี้จะทำให้สหกรณ์และเกษตรกร มีการวางแผนการผลิตร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการลดความเสี่ยงของเกษตรกรในเรื่องราคาผลผลิตอีกด้วย”

“เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกัน  กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชน  จัดพิธี ลงนามความร่วมมือ โดยได้ตกลงซื้อขายและร่วมกระจายลำไยภาคเหนือออกนอกแหล่งผลิต โดยบริษัท เอก – ชัย ดิสทริบิวชั่น  ซีสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ ซื้อขายลำไยจากสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด  จำนวน 450 – 500 ตัน ส่วนบริษัทสยามแม็คโคร จำกัด  ลงนามซื้อขายลำไยกับสหกรณ์การเกษตรเสริมป่าซาง จำกัด จำนวน 350 ตัน เพื่อกระจายลำไยผ่านทุกสาขาของห้างเทสโก้ โลตัส และแม็คโคร  นอกจากนี้บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด  ยังได้ให้ความร่วมมือในการกระจายลำไยของสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด ผ่านทาง 4 ช่องทาง  ได้แก่  Call Center 1545 เว็ปไซค์ www.thailandpostmart.com  แอปพลิเคชั่น thailandpostmart.com และที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ  โดยสามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. – 16 ส.ค. 2560  อีกทั้งบริษัทเนเชอรัล เบฟ จำกัด  ซึ่งเป็นบริษัทแปรรูปผลผลิตลำไย ได้ตกลงซื้อลำไยร่วงเพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำลำไยเข้มข้นส่งออกไปยังประเทศจีน โดยได้ตกลงซื้อลำไยจากสหกรณ์การเกษตร ประตูป่า จำกัด จำนวน 450 ตัน  และในงานนี้สหกรณ์ผู้ผลิตลำไยในภาคเหนือ ยังได้เชื่อมโยงธุรกิจซื้อขายลำไยกับสหกรณ์เครือข่ายผู้ซื้อจากภาคกลาง ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงสหกรณ์ที่มีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC)     ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด  ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด สหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด ร่วมมือในการระบายผลผลิตออกนอกพื้นที่โดยใช้ขบวนการสหกรณ์เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพและสามารถส่งผลผลิตที่มีคุณภาพถึงมือผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้แนะเทคนิคปลูก “กล้วยไข่” ให้ได้ผลดี โตเร็ว ดูแลไม่ยาก
บทความถัดไปวว. ร่วมงานแถลงข่าว Smart SME Expo 2017