ผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยจากเมือกหอยทากสายพันธุ์อาช่า (Achatina fulica)

ปัจจุบันในวงการอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง มีการใช้ “เมือกหอยทาก” เป็นส่วนประกอบสำคัญ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก   และถือเป็นจุดขายสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด

เมือกหอยทาก” (Snail  Filtrate) เป็นสารคัดหลั่งของหอยทากที่ผลิตมาเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการปกป้องผิวของหอยทากทั้งในขณะเคลื่อนที่และพื้นผิวที่สัมผัสกับอากาศตลอดเวลา

หน้าที่สำคัญของเมือกหอยทากนี้   จะปกป้องส่วนที่สัมผัสพื้นดินในเวลาเคลื่อนที่ ลดแรงเสียดทานเหมือนเป็นการปูพรมขณะเดิน ที่สำคัญเมือกที่ผลิตออกมายังช่วยสมานแผลบนเนื้อเยื่อของมันเองที่เกิด การขูดขีดเสียดสีกับพื้นผิวขรุขระ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเปลือกของหอยทากได้รับความเสียหายแตกออก หอยทากจะใช้น้ำเมือกในส่วนของแมนเทิล (Mantle) ที่อยู่ในชั้นถัดจากฝากระดองหอย ซึ่งถือเป็นเมือกหอยทากส่วนที่ดีที่สุดมาช่วยซ่อมแซมและสร้างเปลือกใหม่ให้ตัวเอง แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการฟื้นฟูของเมือกหอยทากอย่างน่าอัศจรรย์

จากการวิจัยองค์ประกอบน้ำเมือกหอยทาก พบว่ามีทั้งส่วนที่ทำหน้าที่เป็นกาวเหนียวเพื่อให้ขาและตัวหอยได้ยึดเกาะแน่นเมื่อคลานหรือไต่ไปตามที่สูงชัน และองค์ประกอบอีกส่วนที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นกาว น้ำเมือกที่หลั่งจากส่วนหางจะประกอบด้วย น้ำ 95% มีคุณสมบัติเป็นสารหล่อลื่นและปกป้องโดยเคลือบตัวหอยทากเพื่อไม่ให้บาดเจ็บในทุกพื้นผิว องค์ประกอบส่วนที่เป็นกาวเหนียวเมื่อนำมาวิจัยพบว่าประกอบไปด้วยโปรตีนชนิด “glue proteins” ที่เข้มข้น ซึ่งโปรตีนชนิดนี้นับว่าสำคัญในการใช้ประโยชน์ทางการรักษาในปัจจุบัน (Bonnemain, 2005)

สารสำคัญในเมือกหอยทากประกอบไปด้วย  แอลลันโทอิน ทำหน้าที่สนับสนุนและเร่งการแบ่งเซลล์ และช่วยสมานแผลได้ดี  คอลลาเจน  อีลาสติน และสารปฏิชีวนะธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิด นอกจากนี้ยังพบ สารไกลโคลิกแอซิด เป็นสารสำคัญในเมือกหอยทากที่สามารถแทรกซึมเข้าชั้นผิวหนังได้ดี ตลอดจนเร่งการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

 

จุดเริ่มต้น…ความร่วมมือวิจัยและพัฒนา

หอยทากยักษ์สายพันธุ์อาช่า (Achatina fulica)  พบมากในพื้นที่ชุ่มชื้น เช่น จังหวัดนครนายก และเกิดการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลิตผลทางการเกษตร ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท   ดังนั้นเพื่อควบคุมการแพร่พันธุ์และจำนวนหอยทากและส่งเสริมอาชีพชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  จังหวัดนครนายกได้จัดตั้ง “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงหอยทากอาช่านครนายก” เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงหอยทากอาช่า

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร  ร่วมกับ บริษัทเอเดนไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พัฒนา “ผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยจากเมือกหอยทากสายพันธุ์อาช่า”  เพื่อเพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์จากหอยทากที่มีมากในเขตจังหวัดนครนายก สำหรับการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และส่งออกต่างประเทศ

 

เซรั่มจากเมือกหอยทาก…ฝีมือนักวิจัยไทย

กระบวนการผลิตเวชสำอางจากเมือกหอยทากเพื่อชะลอวัย ที่ วว. ได้ดำเนินงานพัฒนา ประกอบด้วย การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เมือกหอยทาก  การควบคุมคุณภาพทางกายภาพและทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์  การทดสอบประสิทธิภาพของสารกันเสียในผลิตภัณฑ์ทำการทดสอบตามวิธี USP (USP 2013)  การทดสอบฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสของผลิตภัณฑ์ใช้วิธี dopachrome    การทดสอบฤทธิ์กระตุ้นการเจริญของเซลล์ผิวหนังมนุษย์โดยวิธี SRB assay  การประเมินการระคายเคืองของผิวหนังในอาสาสมัคร (การทดสอบแบบ single patch test)

ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวหน้าจากเมือกหอยทากที่พัฒนาขึ้น มีลักษณะเป็นของเหลว มีสีเหลืองใส และมีความคงตัวที่ดี  หลังจากทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ภายใต้สภาวะที่เร่งโดยใช้การสลับร้อนและเย็น (45 oซ. เป็นเวลา 48 ชั่วโมง และที่ 4 oซ. เป็นเวลา 48 ชั่วโมง) เป็นเวลา 6 รอบ ผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.52 ± 0.09 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และกระตุ้นการเจริญของเซลล์ผิวหนังมนุษย์ โดยสามารถกระตุ้นการเจริญของเซลล์ผิวหนังมนุษย์ได้สูงที่สุด โดยมีการเจริญของเซลล์เท่ากับ 96.85 ± 1.62 % ในขณะที่วิตามินซีมีการเจริญของเซลล์ที่ความเข้มข้น 0.1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร เท่ากับ 65.33 ± 4.86 % และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังภายใน 24 ชั่วโมง

จากผลการทดลองสรุปได้ว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีประสิทธิภาพในการให้ความกระจ่างใสและชะลอวัยที่มีความคงตัวและปลอดภัยสูง นับว่าผลงานวิจัยที่พัฒนาขึ้น เป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และลดการทำลายพืชผลเกษตรในจังหวัดนครนายก อีกทั้งยังเป็นการสร้างนวัตกรรม สร้างชีวิตความกินดีอยู่ดี เพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์จากหอยทาก สู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และส่งออกต่างประเทศ

 

ประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์เซรั่มเมือกหอยทาก

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยก่อนถึงมือผู้บริโภคนั้น ต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากเมือกหอยทาก แพทย์ผิวหนังได้ให้คำแนะนำว่าผู้ที่จะทดลอง  ควรมีการทดสอบป้ายที่ท้องแขนเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพราะเป็นสารสกัดที่มีเอนไซม์จากสัตว์ อาจทำให้ผิวแพ้ง่ายและอาจเกิดอาการแพ้ได้ในบางราย

ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร วว. มีความพร้อมในการรับวิเคราะห์ ทดสอบ บริการวิจัย ด้านสมุนไพร เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำให้แก่ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทรศัพท์/โทรสาร : 0 2577 9111  E-mail : tistr@tistr.or.th www.tistr.or.th

 

บทความก่อนหน้านี้หลังคริสต์มาส วาฟเตือนระวังสุขภาพจาก ภาวะ ฝนควบหนาว เช้ากทม.ต่ำกว่า 20 องศาอีกรอบ
บทความถัดไปสนช.เตรียมดัน “ผาเปิดใจ” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของชุมพร