ปลูกส้มโอ “นครชัยศรี” เน้นตลาดในประเทศ ขายได้ลูกละ 180-200 บาท

คุณทิม ไทยทวี อายุ 74 ปี เกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จจากการปลูกส้มโอมานานกว่า 47 ปี เป็นเจ้าของสวนส้มโอไทยทวี ที่อำเภอสามพราน จำนวน 10 ไร่ และที่อำเภอนครชัยศรีอีก 30 ไร่ ในจังหวัดนครปฐม ผู้ได้รับรางวัลและมีชื่อเสียงจากการปลูกส้มโอโดยอย่างแท้จริง

%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad1

มารู้จัก ส้มโอนครชัยศรี

คุณทิม ไทยทวี ได้บอกเล่าถึงที่มาที่ไปของชื่อ ส้มโอนครชัยศรี ว่า “ส้มโอนครชัยศรี จริงๆ แล้วหาที่มาที่ชัดเจนยังไม่ได้ ตนจำความได้ว่าส้มโอแรกเริ่มเดิมทีนั้น ปลูกกันที่ ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน ทำกันเรื่อยมา จนกระทั่ง ปี 2526 เริ่มเก็บผลผลิตเพื่อการส่งออก เกษตรกรที่อ้อมใหญ่เริ่มต้นปลูกส้มโอเป็นธุรกิจ คือพันธุ์ขาวพวง ทองดี นิยมส่งออกไปยังประเทศจีน ฮ่องกง และแคนาดา เป็นต้น เนื่องจากผลส้มโอพันธุ์ขาวพวงมีลักษณะคล้ายกับน้ำเต้า ซึ่งคนจีนมีความเชื่อว่าจะทำให้เงินทองพอกพูน จึงนิยมนำไปไหว้เจ้าในเทศกาลต่างๆ

ส่วนพันธุ์ขาวแป้น นิยมปลูกเพื่อขายผลผลิตในประเทศ นำไปสู่การขยายพื้นที่ปลูก จนมาถึงนครชัยศรี ทีนี้ คำว่า “ส้มโอนครชัยศรี” จากการสันนิษฐานน่าจะเกิดจากตอนที่ส้มโอเริ่มขยายมาปลูกในเขตนครชัยศรี ตอนนั้นยังเป็นมณฑลนครชัยศรี ส้มโอ จึงถูกเรียกตามชื่อมณฑล จึงกลายเป็นส้มโอมณฑลนครชัยศรีแต่นั้นมา เรียกกันจนเหลือแค่ ส้มโอนครชัยศรี ซึ่งในภายหลังได้มีการก่อตั้งเป็นจังหวัดนครปฐม มณฑลนครชัยศรีจึงกลายเป็นอำเภอไป

คุณทิม เป็นคนในพื้นที่อำเภอสามพราน เดิมประกอบอาชีพเป็นชาวนาปลูกข้าว ซึ่งเป็นอาชีพเก่าแก่ของบรรพบุรุษที่ทำสืบทอดกันมา แต่ด้วยความลำบากที่ตนได้พบเห็นจากพ่อแม่ และได้ประสบพบเจอกับตนเอง เนื่องจากทำนา ทำได้แค่ปีละครั้ง ได้ผลผลิตและรายได้เป็นรายปี อีกทั้งใช้เวลานานกว่าครึ่งปีจึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวได้ ซึ่งช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวจะตรงกับช่วงเดือน 12 เป็นฤดูที่น้ำมาก การเกี่ยวข้าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องแช่อยู่ในน้ำ ทำให้มือเท้าเปื่อยและเป็นแผล จึงเกิดความท้อ

คุณทิม คิดในใจเสมอว่า ในวันข้างหน้าหากมีอาชีพที่ดีกว่าและไม่ยากลำบาก จะเลิกทำนาทันที เพราะการทำนาแม้เวลาผ่านพ้นไป 5-10 ปี ภาพความลำบากก็ยังคงเหมือนเดิม อีกทั้งราคาข้าวที่ขึ้นลงไปตามตลาด ไม่มีความแน่นอน

ส้มโอคุณภาพ รสชาติอร่อย
ส้มโอคุณภาพ รสชาติอร่อย

จากชาวนาสู่อาชีพใหม่

เมื่อตั้งใจว่าจะเลิกทำอาชีพชาวนา ประกอบกับช่วงที่พ่อแม่อายุค่อนข้างมากทำนาไม่ไหว จึงได้ยกที่นาโดยแบ่งกับน้องคนละครึ่ง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ตอนนั้นคุณทิมอายุได้ 28 ปี ได้ตัดสินใจมาทำสวนส้มโอ ยกร่องสวน โดยใช้แรงงานคนทั้งหมด

“ที่เลือกทำสวนส้มโอ สาเหตุหนึ่งคือ ใจชอบ และจากการที่สังเกตระหว่างชาวนาและชาวสวนในพื้นที่นี้ พบว่าชาวสวนผิวขาวไม่เหมือนชาวนา มองว่าไม่ลำบากเหมือนชาวนาในอดีตที่ต้องทำทุกอย่างด้วยแรงงานคน และพบว่าชาวนามีที่นาเยอะก็จริง แต่เป็นหนี้กันเยอะ ส่วนชาวสวนแม้มีที่น้อย แต่สามารถหารายได้จากที่พื้นที่ตรงนั้นได้ตลอดปี ปลูกได้หลายอย่าง หมากก็เก็บขายได้ ไม่เหมือนการทำนาที่ทำได้เพียง 6 เดือน ต่อปี เท่านั้น หลังจากนั้นก็อยู่เฉยๆ ใช้เงินจากการขายข้าวไปอีกครึ่งปี” คุณทิม กล่าว

คุณทิม ยกเลิกการทำนา และหันมาทำสวนส้มโออย่างเต็มตัว ในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งเป็นการทดลอง เริ่มต้นมีถูกบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วผิด เพราะตอนนั้นไม่มีความรู้และข้อมูลที่มากพอ เริ่มจากความรู้ที่ตนมี ซึ่งส้มโอที่คุณทิมปลูกตอนนั้น ประกอบด้วย พันธุ์ขาวหอม ขาวน้ำผึ้ง และพันธุ์ทองดี จนกระทั่ง ในปี 2525 เริ่มมีผลผลิตออกมาให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน จนสามารถทำเป็นธุรกิจ ขายอย่างจริงจังได้ ซึ่งช่วงนั้นราคาส้มโอ ขายกันอยู่ที่ ลูกละ 10-20 บาท  ขายให้กับชาวบ้านและพ่อค้าที่นำไปขายในกรุงเทพฯ และเริ่มมีการนำผลผลิตจากสวนส่งเข้าประกวดในงานต่างๆ

ปัญหาที่ถาถม นำไปสู่ เส้นชัยแห่งความสำเร็จ

ปี 2527 เริ่มทำส่งออก และยังคงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งความรู้จากการปลูกส้มโอนี้ คุณทิมได้มาจากการศึกษาด้วยตนเอง จากการฟังวิทยุ อ่านจากเอกสารความรู้ต่างๆ พูดคุยกับนักวิชาการที่มีความรู้ และค้นพบด้วยตัวเองจากการแก้ไขปัญหาจากความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ยกตัวอย่าง สาเหตุที่คุณทิมเคยพบ จนนำมาสู่องค์ความรู้ที่ค้นพบด้วยตัวเองคือ เมื่อส้มโอประสบปัญหาโรคและศัตรูพืช จำพวกหนอน พบว่าเมื่อฉีดยาเข้าไป นานเข้าจะเกิดการดื้อยา ฉีดเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด ตอนนั้นคุณทิมได้มีการปรึกษาผู้รู้และนักวิชาการ ถึงการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่แล้วเมื่อนักวิชาการนำตัวยาที่แรงที่สุดมาฉีดให้ กลับแก้ไขปัญหาไม่ได้อยู่ดี คุณทิมได้คิดหาวิธีแก้ไขอยู่นาน กลับมาสังเกตส้มโอที่บ้าน เกิดความสงสัยว่า ทำไม บริเวณโคนต้นขึ้นไปฉีดยาจึงหาย ตัดสินใจปีนขึ้นไปบนยอดต้นส้มโอ พบว่าเราเองที่ฉีดยาไม่ถูกวิธี ฉีดไม่ทั่วถึง จึงทำให้โรคและศัตรูพืชไม่หายขาด

ถึงแม้ปัญหาบางเรื่องจะถูกแก้ไขได้สำเร็จ แต่การทำสวนส้มโอไม่ง่ายและสุขสบายอย่างที่คุณทิมคิดไว้แต่แรก 4 ปี หลังจากเริ่มทำสวน คุณทิมพบแต่ปัญหา จึงเกิดความท้อ และคิดว่าตนทำไม่สำเร็จแน่ จากนั้นได้มีเพื่อนมาชักชวนให้ไปทำแร่ดีบุกที่ภาคใต้ ตนจึงตัดสินใจไปทำ ทำไปทำมากลับแย่ลงอีก เกิดความเครียดอย่างมาก คิดโทษตัวเองว่าทำอะไร ลงทุนอะไร ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้มานั่งคิดทบทวนลำดับภาพว่า พลาดตรงไหน มองภาพแม่น้ำนครชัยศรี พบว่าไม่มีใครที่ทำสวนแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ดีมากดีน้อยแล้วแต่คนว่าขยันหรือไม่ คุณทิมสรุปความตอนนั้นได้ทันทีว่า “เพราะเราศึกษาข้อมูล รายละเอียดของสิ่งที่ทำไม่มากพอ”

คิดได้เช่นนั้น คุณทิมขึ้นฝั่งทันที และกลับมาสามพรานบ้านเกิดอีกครั้ง เริ่มเก็บข้อมูลการทำสวนส้มโออย่างจริงจัง ไปทุกสวน สอบถามทุกเรื่อง ประสบความสำเร็จหรือไม่สำเร็จ สอบถามหมด ทำแล้วไม่สำเร็จก็เป็นความรู้ ทำให้เราไม่ทำแบบนั้น ลุยหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ จนบรรลุข้อมูลตามที่ต้องการ

“ต้นไม้ที่เป็นโรคก็เหมือนคนที่ป่วยเรื้อรัง เราจะไม่อยากกินอะไร ก่อนหน้านี้เวลาต้นส้มโอเป็นโรค จะฉีดทั้งยาและให้ทั้งปุ๋ยไปด้วย แต่ก็พบว่าไม่ช่วยอะไร ใบไม่เขียวขึ้น จึงเกิดความคิดเปรียบเทียบกับคน เวลาที่คนป่วย แม้อาหารโต๊ะจีนก็กินไม่ลง เวลาหายป่วยน้ำพริกธรรมดาก็กินได้อร่อย จึงหยุดการให้ปุ๋ยในช่วงที่ต้นส้มโอเป็นโรค ลองปรับเปลี่ยนเป็นการฉีดยาและให้น้ำ เป็นเวลา 1 เดือน ผลปรากฏว่า ใบเขียวขึ้นผิดหูผิดตา จากนั้นค่อยให้ปุ๋ยตาม” คุณทิม กล่าว

พื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกส้มโอ

“ผมชิมส้มโอมาทั่วไทยแล้ว พบว่า ส้มโอที่ปลูกในที่ที่น้ำมากและอากาศหนาว รสชาติจะขมและซ่า เคยแก้ปัญหาด้วยการใช้ ปุ๋ย สูตร 0-0-60 และ 0-0-50 ลองใส่ไป 1 เดือนกว่าๆ ความหวานเพิ่มขึ้นจาก 9 บริกซ์ เป็น 11 บริกซ์ ก็จริง แต่พอได้ชิมรสชาติด้วยปาก พบว่าจืดชืดไม่มีรสชาติ ไม่มีรสขมซ่าก็จริงแต่จืดมาก เพราะความเปรี้ยวหายไปด้วย เหลือแต่รสหวาน ไม่มีรสที่จะมาช่วยชูรสชาติ”

แต่ถึงอย่างไร เกษตรกรที่สนใจและมีพื้นที่ปลูกส้มโอที่ไม่ค่อยเอื้อ เนื่องจากเป็นที่น้ำขังหรือมีอากาศหนาว คุณทิมยังคงแนะนำว่า ควรมีการใช้ปุ๋ยตัวท้ายสูง เพื่อช่วยทำให้ขมซ่าและความเปรี้ยวน้อยลง แต่อย่าให้รสชาติดังกล่าวหายไป เพราะถ้าหายรสชาติส้มโอจะจืดทันที และควรมีการเสริมด้วยขี้แดดนาเกลือ และกระดูกสัตว์บดละเอียด

ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม
ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม

“พื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกส้มโอคือ ทางภาคเหนือเรื่อยมา กาญจนบุรีก็ปลูกได้ ซึ่งปัจจุบันพบว่า การซื้อขายส้มโอเพิ่มขึ้นถึง 10% แต่การขยายตัวไม่ถึง แต่การขยายตัวของพื้นที่ปลูกกลับน้อยกว่า 1% เพราะคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ไม่ค่อยสนใจ ไม่อยากทำอาชีพเกษตรกรรม เกษตรกรส่วนมากกลับเป็นคนที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร จึงเลือกมาทำการเกษตร ซึ่งก็ทำไปโดยไม่ค่อยมีจุดหมาย ไม่จริงจัง คนที่เรียนมา พอเห็นการทำงานของเกษตรกร ที่ต้องมีความอดทนและต้องขยันอย่างมาก จึงไม่อยากทำ กลายเป็นว่าตลาดของส้มโอดี ราคาสูง ความต้องการเยอะขึ้น แต่คนปลูกน้อย” คุณทิม กล่าว

ภารกิจยกเลิกส้มแถม

ในปี 2527 คุณทิม ได้รวมกลุ่มกันรณรงค์เลิกส้มแถม ซึ่งก่อนหน้านี้การขายส้มโอ หากพ่อค้ามาซื้อส้มโอไป 100 กิโลกรัม เกษตรกรจะแถมส้มโอให้อีก 6 ลูก เพื่อสำรองเผื่อเสียเผื่อแตก มีการหารือแก้ไขปัญหา ทั้งการเพิ่มคุณภาพให้กับผลผลิตจนเกิดความมั่นใจว่าผลผลิตจะไม่แตก ไม่เสีย เพื่อต้องการยกเลิกส้มแถมให้สำเร็จ จากนั้นได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการแย่งซื้อ โดยให้ราคาเท่ากับพ่อค้า แต่ไม่รับส้มแถม จนในที่สุดส้มแถมก็ลดลงและหายไปในที่สุด ส่งผลไปยังผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ที่เคยมีการแถม เช่น กล้วย มะพร้าว ไข่ ก็ได้มีการถูกยกเลิกการแถมด้วยเช่นกัน

ลดต้นทุน แถมสุขภาพดี

ที่สวนส้มโอไทยทวี นอกจากจะเป็นพื้นที่ปลูกส้มโอคุณภาพที่ได้รับรองมาตรฐาน GAP แล้ว ยังเป็นศูนย์การศึกษาให้นักศึกษามาฝึกงาน โดยที่สวนส้มโอไทยทวีแห่งนี้มีการผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ เพื่อปรับสภาพโครงสร้างดิน ย่อยสลายธาตุอาหารในดิน ซึ่งทำให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ถึง 70% อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อผู้ปลูกและผู้บริโภค เมื่อไม่ใช้สารเคมีก็จะลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว ส่วนผู้บริโภคก็จะได้ส้มโอที่มีคุณภาพและปลอดภัย

“ปี 2554 น้ำท่วมใหญ่ ท่วมทั้งสวน ต้นไม้แช่น้ำนานถึง 2 เดือน แต่แปลกที่ต้นส้มโอไม่เป็นอะไรเลย แม้แต่ต้นขนุน ที่ไม่ทนน้ำ ถูกแช่สูงเกือบศอกก็ไม่ตาย ผมสังเกตด้วยตัวเองว่า เพราะการที่เราทำสวนแบบอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ ปล่อยตามธรรมชาติ ต้นไม้จึงแข็งแรงด้วยตัวของมัน” คุณทิม กล่าว

คุณธนกฤต ไทยทวี
คุณธนกฤต ไทยทวี

ตลาดในประเทศยังไปได้สวย

ด้านตลาด คุณทิมได้ให้ คุณธนกฤต ไทยทวี ซึ่งเป็นลูกชาย ได้เข้ามาดูแล โดยคุณธนกฤตบอกว่า “ปัจจุบัน เน้นที่ตลาดในประเทศ เพราะราคาใกล้เคียงกัน ส่งออกตอนนี้อยู่ที่ประมาณ ปีละ 100 ตัน สำหรับส้มโอจากสวนส้มโอไทยทวี มีจำหน่ายที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ดิเอ็มโพเรี่ยม และร้าน Tops (สาขาทองหล่อ) เป็นต้น นอกจากจะขายตามห้างสรรพสินค้าแล้ว ยังมีการออกร้านตามงานของส่วนราชการและภาคเอกชนต่างๆ จัดขึ้น โดยจะมีรถโมบายให้บริการ เป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมตส้มโอ โดยเป็นส้มโอจากสวนของคุณทิมเองและสวนของเกษตรกรในเครือข่ายอีก 3-4 ราย ปัจจุบัน พันธุ์ส้มโอที่ยังครองตลาด คือ พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ราคาเกรดปกติอยู่ที่ลูกละ 200 บาท”

ผลผลิตส้มโอของนครชัยศรี อยู่ที่ประมาณ 100 ลูก ต่อต้น ต่อปี ซื้อขายเป็นลูก ราคาจากสวนแตกต่างกันตามสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ราคาหน้าสวน อยู่ที่ลูกละ 120-150 บาท ราคาซื้อปลีก ลูกละ 180-200 บาท พันธุ์ทองดีส่งขายต่างประเทศ ราคาลูกละ 90-100 บาท ราคาในประเทศ ลูกละ 100 บาท

สำหรับพื้นที่ปลูกส้มโอทั้งจังหวัดนครปฐม ปัจจุบัน มีพื้นที่ประมาณ 5,000 ไร่  เน้นการทำตลาดในประเทศ เพราะให้ผลผลิตไม่เพียงพอ อีกทั้งราคาขายในประเทศมีแนวโน้มที่ดีกว่าส่งออกต่างประเทศ

จุดเด่นของส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ของอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม คือรสชาติหวานอมเปรี้ยว ที่เป็นเอกลักษณ์ สังเกตว่าเป็นของแท้หรือไม่ จากต่อมน้ำมันที่ผิว หากเป็นขาวน้ำผึ้งสามพรานแท้จะมีต่อมน้ำมันละเอียด แต่ถ้าขาวน้ำผึ้งจากที่อื่น ต่อมน้ำมันจะโตกว่า และมีเปลือกหนา

แผนตลาด

“อุปสรรคในการปลูกส้มโอ ที่ทำให้ชาวสวนหลายรายท้อและต้องเลิกทำสวนไปในที่สุดคือ ปัญหาเรื่องของดิน เวลาดินมีปัญหาจะส่งผลต่อการปลูกโดยตรง รากจะไม่ไป ไม่มีการแตกราก ต้นไม่เจริญเติบโต  ซึ่งได้มีการศึกษาหาวิธีมาอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตจะยังคงศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ณ ตอนนี้ ยังไม่พบวิธีที่สามารถช่วยได้เต็มที่ 100% แต่ก็จะทำการศึกษาต่อไป ต้องมีการใช้เชื้อรามาช่วยหลายๆ ตัว มาราดใต้ต้น” คุณทิม กล่าว

นอกจากนี้ คุณทิม ได้วางแผนว่าจะจัดตั้งศูนย์ส้มโอนครชัยศรีแท้ เนื่องจากปัจจุบันพบปัญหาการย้อมแมวส้มโอจากที่อื่นมาจำหน่ายเป็นส้มโอนครชัยศรี ส่งผลต่อชื่อเสียงจากรสชาติที่ไม่อร่อย และยังคงจะศึกษาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับส้มโออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของดิน โดยตั้งโจทย์ไว้ว่าจะปรับปรุงโครงสร้างดินอย่างไร ให้มีคุณภาพ

รางวัลการันตีความสำเร็จ

รางวัลมากมายที่คุณทิมได้รับ
รางวัลมากมายที่คุณทิมได้รับ
ความภาคภูมิใจของครอบครัว
ความภาคภูมิใจของครอบครัว

ความสำเร็จจากการเป็นเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอ และศึกษาคิดค้นจนเชี่ยวชาญ ทำให้คุณทิมได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ

– ปี 2526 ได้รับโล่การประกวดส้มโอ รางวัลที่ 1 จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน

– ได้รับพระราชทานรางวัลผลไม้ชนะเลิศ 5 ปีซ้อน จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี 2 ปี จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ 2 ปี และจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 1 ปี

– ปี 2532 ได้รับรางวัลจาก สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสวนดีเด่น ผลิตเพื่อการส่งออก

– ปี 2535 ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งภาคตะวันออก จากอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

– ปี 2541 ได้รับโล่จากสมาคมชาวนครปฐม เป็น “คนดีศรีนครปฐม”

– ปี 2548 ได้รับการเชิดชูเกียรติ เป็น “ครูภูมิปัญญาไทย รุ่น 4” ด้านเกษตรกรรม จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

และในปี 2559 นี้ คุณทิม ได้รับพระราชทานปริญญาบัตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เพียงคนเดียวเท่านั้น จากสาขาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ปัจจุบัน คุณทิมยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมส้มโอไทยอีกด้วย

“ซื่อสัตย์ ขยัน กตัญญู ขอให้ทุกคนยึด 3 สิ่งนี้เท่านั้น อดทน ไม่ต้อง เพราะคนที่ขยันคือคนที่อดทน คนขี้เกียจ เขาไม่ทนอยู่แล้ว” คุณทิม กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกส้มโอ สามารถติดต่อได้ที่ คุณทิม ไทยทวี เบอร์โทรศัพท์ (093) 596-5393

บทความก่อนหน้านี้เกษตรกรเรียกร้องภาครัฐ รับไม่ได้มติเลิก 3 สารพิษ พร้อมเรียกร้องเรียกร้องค่าแรง
บทความถัดไปสสส.หนุน สร้างเมืองสุขภาวะ ชู “บ้านสายรุ้ง” ของไต้หวันตัวอย่างปรับตัวให้อยู่รอด