สับปะรดภูแล ผลไม้เปลี่ยนฐานะ บุกตลาดแปรรูปขายส่งต่างประเทศ

ม่อนแก้วภูแล เชียงราย บุกตลาดสับปะรดภูแล แปรรูปขายส่งต่างประเทศ

ใครที่ได้ชิมสับปะรดภูแลแล้วแทบไม่เชื่อเลยว่า ผลเล็กๆ เช่นนั้นจะมีความหวาน กรอบ ไม่แสบลิ้น จนเป็นที่โปรดปรานของหลายคน ถ้าได้ผ่าผลออกเป็นชิ้นเหลือก้านไว้เพื่อให้จับได้สะดวกแล้วแช่เย็นนำไปรับประทานเหมือนไอติมก็ยิ่งเป็นที่ถูกใจของทุกเพศทุกวัย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ภูแลเป็นสับปะรดของเชียงรายที่ได้รับความนิยมมาก นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่ส่งไปขายต่างประเทศ สร้างรายได้ เปลี่ยนฐานะความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่

แต่เดิมเชียงรายมีสับปะรดนางแลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าสับปะรดภูแลเป็นผลพวงของสับปะรดภูเก็ตกับนางแล ความจริงไม่เกี่ยวข้องกันเลย เพียงแต่เป็นการผสมชื่อระหว่าง ตำบลนางแล กับสับปะรดภูเก็ตเท่านั้น เนื่องจากผู้ที่เริ่มปลูกนำพันธุ์ภูเก็ตมาปลูกที่ตำบลนางแล จึงเกิดการกลายพันธุ์ขึ้น

ถึงแม้ภูแลจะเป็นสับปะรดน้องใหม่ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัด แต่ความอร่อยของพันธุ์นี้ก็ใช่ว่าจะปลูกได้ทุกแห่ง เนื่องจากลักษณะทางกายภาพพื้นที่ตลอดจนสภาพอากาศ ดิน น้ำ ดังนั้น จึงมีเพียง 3 ตำบล คือ นางแล ท่าสุด และบ้านดู่ ที่ปลูกสับปะรดภูแลได้อย่างมีศักยภาพ ทั้งนี้ ภาพรวมของอาชีพการทำสับปะรดภูแลมีทั้งผู้ปลูก ผู้แปรรูป อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง แล้วมีตลาดต่างประเทศเป็นเป้าใหญ่รองรับธุรกิจนี้

จนทำให้เกิดเป็นวงจรธุรกิจสร้างอาชีพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปลูก การแปรรูป อาชีพรับจ้างปอก รับจ้างตัด รับจ้างขน โรงงานน้ำแข็ง ฯลฯ ที่ล้วนสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบขึ้น จนชาวบ้านมีรายได้จับจ่ายใช้สอยกันอย่างมีความสุข ไม่ต้องเดือดร้อนอพยพหางานต่างถิ่นทำ

คุณอิ่นแก้ว จอมแสง แม่คุณกาย

นอกจากนั้นแล้ว สับปะรดภูแลยังได้รับจดสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (Geographycal Indication) กับมาตรฐานสินค้าโอท็อป 5 ดาว พ่วงมาอีก

“ม่อนแก้วภูแล” ธุรกิจแปรรูปสับปะรดภูแลภายใต้การบริหารงานโดยม่อนแก้วภูแล กรุ๊ป โดยมี คุณกาย ลูกชาย คุณอิ่นแก้ว จอมแสง รับผิดชอบดูแลงานด้านการตลาด

คุณกาย เล่าว่า เมื่อราว 6 ปีก่อนหลังจากที่ตัวเองกลับไปบ้านที่เชียงราย ซึ่งขณะนั้นพ่อ-แม่ทำอาชีพปลูกสับปะรดบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เพื่อส่งขายโรงงาน ก็พบว่าราคาสับปะรดลดลงอย่างมาก เนื่องจากทางโรงงานรับซื้อเพียงบางส่วน จึงสร้างความเสียหายกับผลผลิตที่เหลือ อีกทั้งยังมีผลผลิตสับปะรดออกมาพร้อมกันทุกสวนจนล้นตลาด และสวนของพ่อ-แม่ ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน จึงคิดหาทางแก้ไขแบบเร่งด่วนในระยะสั้น ด้วยการบรรทุกผลผลิตสับปะรดภูแลเข้ามาขายในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ เพื่อช่วยเร่งระบายจำนวนผลผลิตที่ทยอยมีออกมาเรื่อยๆ ไม่ให้เสียหาย

“การนำสับปะรดภูแลเข้ามาขายในกรุงเทพฯ ด้วยตัวเอง จะปอกแล้วแพ็กใส่ถุงพร้อมรับประทานเพื่อสะดวกแก่ลูกค้า โดยนำสับปะรดไปวางขายตามสถานที่หลายแห่ง ทั้งตลาดสด หน้าอาคารสำนักงานชื่อดัง หรือตลาดนัดขายสินค้า ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ขายดี โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นคนขายสนใจติดต่อให้นำสับปะรดมาส่ง จึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้นในเวลาต่อมา

คุณกาย มองว่าหากทำตัวเป็นเพียงพ่อค้าคนกลางเพื่อติดต่อซื้อ-ขายสับปะรดในลักษณะรับซื้อจากสวนของชาวบ้านเพื่อรวบรวมมาขายส่งอีกต่อหนึ่งอาจเกิดปัญหาหลายประการ ทั้งเรื่องการควบคุมปริมาณและการดูแลคุณภาพ ดังนั้น จึงตัดสินใจปลูกสับปะรดภูแลเอง จัดการแปรรูปเอง และหาตลาดขายเอง

พันธุ์สับปะรดภูแล เริ่มใช้จากสวนของครอบครัว พร้อมขยายพันธุ์ไปปลูกยังพื้นที่ปลูกทุกแห่ง ฤดูปลูกจะเริ่มประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เพราะเมื่อปลูกต้นกล้าเสร็จก็เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งจะช่วยให้ผลผลิตเจริญงอกงามสมบูรณ์ ก่อนเริ่มปลูกจะต้องจัดการปรับพื้นที่ กำจัดเศษวัชพืชต่างๆ ออกให้หมด ใช้รถไถพรวนดินให้ฟู พร้อมไปกับการตระเตรียมต้นกล้าที่สมบูรณ์รอไว้ ภายหลังปรับพื้นที่เรียบร้อยจึงเริ่มปลูกต้นกล้า โดยพื้นที่จำนวน 1 ไร่ ปลูกกล้าสับปะรดได้จำนวนกว่า 3,000 ต้น ใช้ระยะห่างระหว่างแถว 1.50 เมตร

สับปะรดภูแล

หลังจากปลูกได้เป็นเวลา 3 เดือน จะพบว่าเริ่มมีรากฝอยอ่อนแตกออกมา จากนั้นจะใส่ปุ๋ยยูเรีย สูตร 40-8-00 จำนวนต้นละกำมือ จะใส่เพียงครั้งเดียว แต่ระหว่างนั้นจะต้องหมั่นตรวจแปลงเพื่อกำจัดวัชพืชออกให้หมด เพื่อต้องการให้แสงแดดส่องลงมาได้เต็มที่ เนื่องจากแสงแดดมีผลโดยตรงต่อความสมบูรณ์ของสับปะรด และช่วยให้มีคุณภาพทั้งรสชาติและความสมบูรณ์ของผล

กระทั่งเมื่อปลูกได้เป็นเวลา 6 เดือน จึงเริ่มหยอดยากระตุ้น คุณอิ่นแก้ว บอกว่า พื้นที่ปลูกสับปะรดภูแลจำนวน 215 ไร่ ที่กระจัดกระจายไปตามตำบลต่างๆ ในตัวเมืองจะต้องแบ่งสับปะรดออกเป็นโซนจำนวน 24 โซน เพื่อแบ่งการหยอดยากระตุ้น โดยแต่ละโซนจะเว้นการหยอดยากระตุ้นห่างกัน 15 วัน พร้อมจดบันทึก ดังนั้น การบริหารจัดการเช่นนี้จะทำให้ผลผลิตพร้อมตัดเก็บพอดีในเวลาอีก 6 เดือน ต่อมา สามารถทยอยเก็บได้ครบรอบปีโดยไม่เกิดความเสียหาย จึงทำให้มีผลผลิตส่งลูกค้าได้เพียงพอตลอดทั้งปี แล้วทำให้มีรายได้ตลอดเช่นกัน

สวนต้องสะอาดเป็นระเบียบไม่มีวัชพืช

เหตุผลที่เชียงรายปลูกสับปะรดภูแลได้อร่อย โดยเฉพาะอำเภอนางแล ท่าสุด และตำบลบ้านดู่ เพราะดินไม่ชุ่มน้ำ เป็นดินดำ ลักษณะพื้นที่อยู่ในระดับสูง อากาศดี น้ำดี ดังนั้น จึงสร้างคุณภาพให้สับปะรดภูแลมีรสอร่อย หวานชื่นใจ มีผลเล็กตรงกับความชอบของลูกค้า มีความกรอบ ไม่กัดลิ้นและไม่มีเส้นใย ขณะเดียวกัน ในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดก็สามารถปลูกสับปะรดภูแลได้ แต่อาจได้คุณภาพต่างกัน

ทั้งนี้ ผลผลิตรุ่นแรกในแต่ละโซนจะมีขนาดใหญ่ แล้วค่อยๆ เล็กลง โดยผลผลิตที่เก็บรุ่นแรกมีขนาดน้ำหนักผลประมาณ 1 กิโลกรัม ขนาดผลรุ่นนี้ตลาดต่างประเทศไม่นิยมเพราะใหญ่เกินไปมักขายให้แก่ตลาดในประเทศตามจังหวัดใกล้เคียง แต่พอมาเก็บเป็น รุ่นที่ 2-3 จะได้ขนาดผลละประมาณ 3-4 ผล ต่อกิโลกรัม เป็นขนาดที่ตลาดต้องการ พอมาถึงผลผลิตรุ่นที่ 4 จะได้ขนาดผลประมาณ 4-5 ผล ต่อกิโลกรัม ดังนั้น จึงมีเพียงรุ่นที่ 2-3 เท่านั้นที่ทำเงินได้ดีที่สุด จึงกำหนดไว้ 3 ขนาด ได้แก่ 1. จัมโบ้ มีขนาดไม่ต่ำกว่า 7 ขีด-1 กิโลกรัม 2. ไซซ์ปอกมีขนาด 3-4 ผล ต่อกิโลกรัม และ 3. ไซซ์จิ๋วมีขนาด 7-9 ผล ต่อกิโลกรัม โดยไซซ์ปอกจะขายดีที่สุด

ตลาดจำหน่ายสับปะรดม่อนแก้วภูแล มีทั้งในและต่างประเทศ ขายทั้งผลสดและแปรรูปในจำนวนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด ตลาดหลักเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างกรุงเทพฯ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ฯลฯ สำหรับต่างประเทศมียอดสับปะรดแปรรูปส่งขายกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และจีน ที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุด

ทยอยตัดผลผลิตใส่รถ

ด้วยยอดขายส่งสับปะรดต่างประเทศที่มีจำนวนมากจึงทำให้ทางโรงงานต้องแปรรูปทุกวัน มีพนักงานทำงาน 2 กลุ่ม คือแบบประจำมีรายได้ตามกฎหมายแรงงาน ทำหน้าที่ล้าง แพ็ก และบรรจุใส่กล่องลำเลียงใส่รถตู้คอนเทนเนอร์ อีกกลุ่มเป็นพนักงานปอกทำหน้าที่ปอก เลาะตา พนักงานกลุ่มนี้มีรายได้แบบจ้างเหมา กิโลกรัมละ 10 บาท โดยแต่ละคนมีรายได้เฉลี่ยต่อวัน ประมาณ 500-800 บาท

ทั้งนี้ เมื่อได้รับออเดอร์ล่วงหน้าจากลูกค้าแล้วจะบรรจุผลสับปะรดแปรรูปใส่ถุงติดแบรนด์สินค้าของลูกค้ารายนั้นๆ แล้วบรรจุใส่กล่องโฟม ลำเลียงใส่ตู้คอนเทนเนอร์ โดยกล่องโฟมที่บรรจุสับปะรด 1 กล่อง จะใส่สับปะรดได้ 8 กิโลกรัม และใน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ สามารถบรรทุกกล่องโฟมได้จำนวน 1,200 กล่อง

คุณกาย ชี้ว่าความจริงแล้วราคาขายสับปะรดภูแลในประเทศดีกว่า เพียงแต่จำนวนการสั่งมีน้อยและไม่แน่นอน ตรงข้ามกับตลาดต่างประเทศที่มียอดการสั่งแบบไม่อั้น สั่งตลอด ยังมีอยู่อีกยาวนาน เนื่องจากตลาดต่างประเทศขยายวงกว้างมากขึ้น จนบางคราวมีออเดอร์สั่งเข้ามาติดกันจนทำให้ผลผลิตไม่พอก็จะต้องแก้ปัญหาด้วยการรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านในกลุ่มที่ปลูกสับปะรดแบบคุณภาพ ดังนั้น ผู้ผลิตจึงต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก

แม้สับปะรดภูแลได้กลายเป็นหนึ่งในผลไม้สำคัญของจังหวัดเชียงราย แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาพบว่ามีเพียง 3 ตำบล คือนางแล ท่าสุด และตำบลบ้านดู่ ที่มีผลผลิตคุณภาพดีได้มาตรฐานกว่าหลายแห่งอันมาจากลักษณะทางพื้นที่ ดิน น้ำ และอากาศ อีกทั้งตำบลบ้านดู่ยังนับเป็นแหล่งใหญ่ เพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลูก โรงงานแปรรูปที่มีกว่า 20 แห่ง มีรายได้เข้า-ออกสูง แล้วยังมีจำนวนประชากรทำงานอยู่ในพื้นที่หมุนเวียนมากด้วย

ปอกเปลือกแต่ยังไม่เลาะตา

นอกจากนั้นแล้ว สับปะรดภูแลยังสร้างชื่อเสียงไปยังหลายประเทศ จนมีกลุ่มแอบอ้างนำสับปะรดพันธุ์อื่นไปหลอกขายสร้างความเสื่อมเสียมายังผู้ผลิต ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการจดสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ “จีไอ” (GI:Geographycal Indication)

หรือกรณีมีพ่อค้าหัวใสหลายจังหวัดนำสับปะรดพันธุ์อื่นมาแอบอ้างว่าเป็นภูแล พอผู้ซื้อไปรับประทานแล้วไม่อร่อย เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี ปัญหานี้ คุณกาย บอกว่าวิธีสังเกตสับปะรดภูแลแท้คือ 1. ผลมีกลิ่นหอม 2. ก้านผลมีขนาดเล็ก 3. เนื้อเนียน ละมุน ไม่มีใย และ 4. รับประทานแล้วไม่กัดลิ้น

ทุกขั้นตอนต้องแช่น้ำแข็งหล่อเลี้ยงความเย็นอย่างเพียงพอ

การแปรรูปสับปะรดในโรงงานจะมีวัสดุบางประเภทไม่เกิดประโยชน์แล้วต้องทิ้งอย่างเปลือกหรือตา ที่เลาะออกมา คุณกาย บอกว่าวัสดุเหลือทิ้งเหล่านี้ไม่ได้ขายแต่จะให้ชาวบ้านนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ โดยไม่คิดเงิน อย่างเปลือกนำไปผลิตเป็นอาหารวัว หรือตาจะนำไปเป็นอาหารเป็ด/ไก่

เมื่อสังเกตจากปากทางถนนเข้าสู่ตำบลบ้านดู่จะพบว่า บ้านเรือนสองข้างทางล้วนมีชาวบ้านประกอบอาชีพทำสับปะรดภูแลกันแทบทุกหลังคาเรือน ทั้งปลูก แปรรูป รับจ้างเก็บ รับจ้างปอก ฉะนั้น สับปะรดภูแลถือเป็นไม้ผลที่สร้างอาชีพให้เกิดรายได้แก่ชุมชนโดยไม่ต้องออกไปตระเวนหางานต่างถิ่น ช่วยให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ช่วยให้ทุกครัวเรือนมีรายได้ที่ดีกว่าเดิม มีความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไป มีฐานะดีขึ้น

สอบถามรายละเอียดข้อมูลได้ที่ คุณกาย โทรศัพท์ 090-986-9610

สับปะรดผลสดส่งขายจังหวัดใกล้เคียง
ออเดอร์มาเพียบ ต้องทำล่วงเวลาด้วย
ขนย้ายจากรถปิกอัพเข้าตู้คอนเทนเนอร์
บทความก่อนหน้านี้วว./บริษัท ยูบีเอ็มฯ จัดสัมมนา “การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร” ฟรี!
บทความถัดไป“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พระราชทานพระราโชบายบริหารประเทศ ให้ ครม.นึกถึง ปชช. -ทำให้มีความสุข นำแนวทางจิตอาสา ช่วยเกษตรกร ลดความเหลื่อมล้ำ