จากกะหรี่ปั๊บ สู่ “พัฟย่าง” เมนูรักษ์ธรรมชาติ ตอบโจทย์สายสุขภาพ

ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมาดูแลและรักสุขภาพกันมากขึ้น จึงไม่แปลกที่จะมีพ่อค้าแม่ค้าหลายท่านหันมาขายสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ

เช่นเดียวกับร้าน “สวนดินคานาอัน” ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ที่ทำเมนูที่ชื่อว่า “พัฟย่าง” ต่อยอดมาจากกะหรี่ปั๊บที่หลายคนรู้จัก ที่นำมาดัดแปลงทั้งตัวเนื้อแป้งและไส้ด้านในให้มีความหลากหลายทางด้านรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นไส้ผักโขมอบชีส มันม่วง เป็นต้น

โดยมี คุณมะลิ เหลืองอร่าม หรือ พี่มะลิ เจ้าของร้านพัฟย่างแห่งแรกในประเทศไทย ที่เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเป็นหลัก จึงมีกรรมวิธีในการทำพัฟย่างที่ใส่ใจต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ทั้งวัตถุดิบในการทำ เปลี่ยนจากการทอดมาย่างแทน รวมถึงแพ็กเกจจิ้งใส่ใบตองพร้อมไม้กลัด ถูกใจสายรักสุขภาพเป็นที่สุด

คุณมะลิ เหลืองอร่าม หรือ พี่มะลิ

“ก่อนหน้าที่จะมาทำพัฟย่าง ก็ทำงานทั่วไปเหมือนคนส่วนใหญ่ค่ะ เรียนจบมาก็หางานทำ เป็นพนักงานออฟฟิศ พนักงานลูกจ้าง ชีวิตก็เป็นแบบนั้น เช้าก็ตื่นไปทำงาน ให้ทัน 08.00 น. กินข้าวตอน 12.00 น. ตอนเย็นก็กลับบ้านนอน เช้าก็ตื่นแบบนี้ค่ะ ก็มีวิถีชีวิตปกติแบบคนทั่วๆ ไป จนวันหนึ่งก็รู้สึกว่าตนเองเบื่อ เพราะใจจริงเป็นคนที่ชอบมีอิสระในการใช้ชีวิต ก็เลยลาออกมาขายของ ก็ขายตามที่เห็นว่าใครขายอะไรดี เราก็ขายตามเขา โดยที่ไม่ได้มองตัวเองว่าเราทำได้หรือถนัดไหม สุดท้ายก็ขาดทุน เราก็กลับไปทำงานใหม่ ก็วนเวียนแบบนี้ 2-3 ครั้งค่ะ จากนั้นทำงานประจำก็ประมาณ 1-2 ปี ก็เก็บเงินเป็นก้อน เพื่อออกมาทำอะไรของตนเอง กลับไปกลับมาแบบนี้ สุดท้ายก็มาเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านขายหัวเชื้อน้ำหอม ตอนแรกก็รู้สึกภูมิใจกับการได้เปิดร้านเป็นเรื่องเป็นราว มีเงินหมุนเวียน 6-7 หลักต่อเดือน ก็รู้สึกว่าน่าจะโอเค พอผ่านไปสักระยะหนึ่งทำไปรู้สึกไม่มั่นใจว่าตนเองเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทาสกันแน่ค่ะ เพราะว่าต้องหาเงินค่าเช่าให้เจ้าของตึก หาเงินผ่อนรถป้ายแดง หาเงินจ่ายค่านู่นนี่นั่นต่างๆ สุดท้ายก็เป็นการหาเงินเพื่อคนอื่น ต้องเปิดร้าน 6 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ 07.00-20.00 น. มันก็น่าเบื่อค่ะ ก็เริ่มรู้สึกว่าเราเป็นเหยื่อของวัตถุนิยม วัตถุสังคม จึงมีจุดเปลี่ยนความคิดในเรื่องการพึ่งพาตนเอง ก็เริ่มไปรู้จักกับกลุ่มที่เขาปลูกผักกินเอง ก็เลยผันตัวเองไปใช้ชีวิตกับการพึ่งพาตนเอง พึ่งพาภายนอกให้น้อยลง เพราะเราเริ่มเห็นแล้วว่าสิ่งที่กินอาหารข้างนอก เริ่มทำอันตรายและไม่ปลอดภัย ก็เลยทำอาหารกินเองมากขึ้น ซึ่งก็ปลอดภัยกว่า จึงขายกิจการนั้นให้คนอื่นต่อค่ะ”

พัฟย่างพร้อมกิน

พัฟย่าง ต่างจากกะหรี่ปั๊บอย่างไร

พี่มะลิ เล่าว่า หากถามว่าพัฟย่างกับกะหรี่ปั๊บแตกต่างกันอย่างไร สิ่งแรกที่ต่างก็คือเรื่องชื่อ เปลี่ยนกรรมวิธีการทอดเป็นการย่างแทน รวมถึงตัวแป้งของพัฟย่าง พี่มะลิจะใช้ข้าวกล้องอินทรีย์ของคนไทยที่ปลูกแบบอินทรีย์มาปั่นเป็นตัวแป้งพัฟย่าง รวมถึงตัวแป้งจะมีเพียงชั้นเดียว และอัดแน่นไส้ด้านในแบบทะลัก แตกต่างจากกะหรี่ปั๊บแบบเดิม ที่มีแป้งข้างนอกและข้างในนั่นเอง

“แตกต่างกันเรื่องชื่อ เราเป็นพัฟย่างที่ใช้การย่างแทนการทอด ไม่มีน้ำมันสำหรับคนรักสุขภาพ แป้งของเราเป็นแป้งข้าวกล้องอินทรีย์หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งโดยปกติกะหรี่ปั๊บทั่วไปจะเป็นแป้งสาลีเพียงอย่างเดียว หรือส่วนใหญ่เขาจะใช้แป้งจากร้านเบเกอรี่ แต่ของเราเป็นข้าวกล้องอินทรีย์ที่เราซื้อจากชาวนาไทย โดยคนไทยที่ปลูกเอง แล้วก็ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ด้วย และที่สำคัญเราปั่นแป้งเองค่ะ ปกติกะหรี่ปั๊บทั่วไปจะเป็นแป้งนอกและแป้งใน แต่ของเราจะเป็นแป้งแค่ชั้นเดียว เพราะว่าในปัจจุบันเรากินอะไรก็เจอแต่แป้ง เราก็เลยรู้สึกว่าจริงๆ แป้งไม่จำเป็นต้องเยอะก็ได้ ก็เลยทำแป้งแค่บางๆ ห่อไส้ข้างในเยอะๆ ซึ่งเป็นอะไรใหม่ๆ ที่เขาน่าจะได้ลองกินค่ะ”

อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์

ทำไมถึงต้องเป็นพัฟย่าง

หากถามถึงกะหรี่ปั๊บทั่วไป ใครๆ ก็รู้จัก แต่ถ้าหากพูดถึงพัฟย่าง ถือว่ายังเป็นสินค้าที่ใหม่และไม่มีใครลงมือทำขาย นี่จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้พี่มะลิต้องการพัฒนากะหรี่ปั๊ปแบบเดิมไม่ให้ซ้ำใครบนโลกใบนี้

“ถ้าถามว่ารู้จักกะหรี่ปั๊บไหม ก็ต้องบอกว่ารู้จัก เพราะหน้าตาของกะหรี่ปั๊บที่เราเคยเห็นมีรูปทรง ไส้ และก็ทอดแบบนั้น ซึ่งเรายังไม่เห็นกะหรี่ปั๊บอะไรบนโลกนี้ที่มันแตกต่างไป เกิดมาเราก็ไม่อยากตายไปกับกะหรี่ปั๊บแบบเดิมๆ ค่ะ ปัจจุบันนี้โลกเปลี่ยน สินค้าหรือการตลาดต่างๆ ถ้าคุณไม่พัฒนาหรือไม่เปลี่ยนแปลง สุดท้ายคุณก็ต้องตาย เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากได้สินค้าตัวใหม่ อยากสร้างแบรนด์สินค้าตัวใหม่ให้กับสินค้าของเราค่ะ ก็เลยออกมาเป็นพัฟย่างค่ะ”

เสิร์ฟจากเตาร้อนๆ

วัตถุดิบธรรมชาติ ใส่ใจผู้บริโภค

เมื่อสอบถามถึงเรื่องวัตถุดิบที่นำมาใช้ทำพัฟย่าง พี่มะลิจะคัดสรรวัตถุดิบที่มีประโยชน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับของที่ดีและมีประโยชน์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้าวกล้องจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์ รวมถึงปลูกวัตถุดิบอย่างในพื้นที่ข้างบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำไส้พัฟย่าง เช่น พริก กะเพรา มะเขือเทศ เป็นต้น

ปัจจุบันทางร้านของพี่มะลิมีไส้พัฟย่างมากกว่า 10 ไส้ ให้ลูกค้าเลือกสรรเพื่อกินตามใจชอบ เช่น เห็ดอบชีส กล้วยมะพร้าวอ่อน ผักโขมอบชีส มันม่วงมะพร้าวอ่อน สตูไก่ กะเพราไก่ มันบดอบชีส เผือกกล้วยอบ ผักห้าสีเห็ดหอม

“เราใช้ข้าวกล้องที่ปลูกจากแหล่งที่ปลอดภัย นี่คือเอกลักษณ์ของเราค่ะ เราใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรที่เรารู้จัก และปลูกแบบเกษตรอินทรีย์จริงๆ เราใช้ข้าวจากกลุ่มเครือข่ายชาวนาไทย-อีสานค่ะ เราก็สั่งข้าวของเขามาเพื่อมาทำแป้งพัฟย่างของเราค่ะ ข้าวที่ใช้ก็จะเป็นสายพันธุ์พื้นบ้าน ไม่ใช่สายพันธุ์ท้องตลาด ตอนนี้ไส้พัฟย่างของเรามี 10 กว่าไส้แล้วค่ะ ทำสลับไปสลับมา ซึ่งไส้ที่เราทำตอนนี้ก็จะมีเห็ดอบชีส กล้วยมะพร้าวอ่อน ผักโขมอบชีส มันม่วงมะพร้าวอ่อน สตูไก่ กะเพราไก่ มันบดอบชีส เผือกกล้วยอบ ผักห้าสีเห็ดหอม ประมาณนี้ค่ะ ซึ่งทำไส้ทั้งหมดเราก็ต้องมาดูว่าเราได้วัตถุดิบอะไรมาบ้างค่ะ แล้วก็จะมีวัตุดิบที่เราปลูกเองในพื้นที่ข้างบ้าน ก็จะมีพริก กะเพรา มะเขือเทศ กล้วยค่ะ นอกนั้นเราก็จะสั่งจากเกษตรกรค่ะ”

ไส้แน่นทะลัก

แพ็กเกจจิ้งที่ใส่พัฟย่าง ทำไมถึงใช้ใบตอง

เพราะใบตองและไม้กลัดเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับขนมไทยมาอย่างยาวนาน เมื่อเวลานำมาใส่พัฟย่าง จะทำให้มีกลิ่นหอม ชวนลิ้มลองแก่ผู้บริโภค ที่สำคัญมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องตามคอนเซ็ปต์ของพัฟย่างพี่มะลิตั้งใจลงมือทำ

“ใบตองเป็นสิ่งที่คู่กับขนมไทยมานานมากแล้วค่ะ ซึ่งตัวมะลิมองว่า หนึ่งขนมเราย่างร้อนๆ ลูกค้าได้สัมผัสความร้อน ซึ่งหมายถึงความสดใหม่ ใบตองที่เรานำมาใช้ เรากลัดด้วยไม้กลัดด้วย ไม่ได้กลัดด้วยลูกแม็กซ์ หลายๆ คนใช้ใบตองแต่ใช้ลูกแม็กซ์เย็บ ซึ่งอันตราย เพราะไม่รู้ว่าสารที่ออกมาเมื่อสัมผัสอาหาร อาจจะทำให้เกิดสารอะไรหรือเปล่า เราไม่รู้ค่ะ ไม้กลัดกับใบตอง เมื่อสัมผัสอาหารจะมีกลิ่นที่หอมและความปลอดภัยค่ะ สามารถย่อยสลายเป็นปุ๋ยให้กับแผ่นดินได้อีกด้วย”

อะไรคือความสุขของการทำพัฟย่าง

“ความสุขคือการได้รับคำขอบคุณ ความประทับใจจากลูกค้าค่ะ ไม่เคยเห็นลูกค้าที่รู้สึกว่าที่เขาซื้อเราเสร็จและยกมือขอบคุณเรา ก็เลยเป็นความรู้สึกที่แปลก เพราะเขาได้กินอะไรที่อร่อยจากธรรมชาติ ได้ความปลอดภัย หลายๆ ครั้งลูกค้าเลือกที่จะซื้อพัฟย่างของเราไปฝากคนที่เขารัก นั่นคือความสุขของเราค่ะ”

สำหรับท่านใดที่สนใจจะสั่งซื้อพัฟย่าง สามารถติดต่อพี่มะลิ สามารถสั่งซื้อได้ทางเฟซบุ๊ก “มะลิ สวนดินคานาอัน” พี่มะลิยินดีเป็นอย่างมากค่ะ