หนุ่มศรีสะเกษ หัวใส รับซื้อกิ้งกือ กก.ละ 40-80 บาท เลี้ยงทำปุ๋ยอินทรีย์ขาย

ปกติแล้วกิ้งกือเป็นสัตว์ที่คนทั่วไปทั้งหญิงชาย ต่างพากันเกลียดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงจะเกลียดและขยะแขยงกิ้งกือเป็นอย่างมาก แต่ว่าที่บ้านเลขที่ 435/12 ถนนกลางเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายศิวาวุธ หรือ แมน ช่างเพชร อายุ 25ปี ได้มีการเพาะเลี้ยงกิ้งกือไว้จำนวนมากกว่า 400 ตัว โดยกิ้งกือขนาดต่าง ๆ ทั้งเล็กใหญ่พากันไต่ยั๊วะเยี๊ยะอยู่ในกะละมังสำหรับเลี้ยงกิ้งกือ ซึ่งนายศิวาวุธ ได้นำเอาเศษผักและใบไม้แห้งมาเป็นอาหารเลี้ยงกิ้งกืออย่างดี และกิ้งกือแต่ละตัวก็กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง

นายศิวาวุธ หรือ แมน ช่างเพชร อายุ 25ปี หนุ่มศรีสะเกษ ที่ประกอบอาชีพแปลกที่สุดในโลก กล่าวว่า ตนเพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดมีความคิดอยากทำอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้น จึงได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ โดยพบว่า มีการทำวิจัยในการเลี้ยงกิ้งกือเพื่อนำมูลกิ้งกือมาทำปุ๋ยอินทรีย์ ตนจึงได้เกิดแนวความคิดที่จะเลี้ยงกิ้งกือขึ้นมา โดยเริ่มแรกจะเลี้ยงกิ้งกือเพียงประมาณ 30 ตัวเท่านั้น เนื่องจากว่า หากิ้งกือได้ค่อนข้างยากมาก ตนจึงประกาศผ่านทางสื่อโซเซียล (เฟสบุ๊ค) เพื่อรับซื้อกิ้งกือทุกขนาดในราคากิโลกรัมละ 40-80บาท โดยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดของกิ้งกือว่าตัวเล็กหรือว่าตัวโตเพียงใด

201609271740144-20080804112417-768x432

นายศิวาวุธ เล่าต่อไปว่า ตนจะนำกิ้งกือมาเลี้ยงในกล่องพลาสติกขนาดกลางใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ จากนั้น ก็จะเก็บมูลกิ้งกือที่ถ่ายออกมานำเอาไปตากแดด เมื่อมูลกิ้งกือแห้งแล้วก็จะเก็บรวมไว้เป็นปุ๋ยนำมาใส่ต้นไม้ต่างๆ ภายในบ้านของตนเอง ซึ่งในการเพาะเลี้ยงกิ้งกือ ตนจะจับเอากิ้งกือเพศผู้และเพศเมียแยกออกมาไว้ในกล่องต่างหาก เพื่อให้มันผสมพันธุ์กัน เมื่อกิ้งกือฟักเป็นตัวอ่อนก็จะจับแยกตัวอ่อนมาเลี้ยงในกาละมัง ซึ่งเป็นกิ้งกือชั้นอนุบาล และเติบโตได้ประมาณ 1 เดือน ก็จะคัดแยกขนาดจากขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ อาหารที่ให้คือเศษผักต่างๆ และใบไม้แห้ง เมื่อกิ้งกือกินเข้าไปก็จะถ่ายมูลออกมาเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่ากับเม็ดปุ๋ย นำมาใส่ต้นไม้เจริญงอกงามไม่แพ้ปุ๋ยเคมี และยังเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ลดต้นทุนอีกด้วย

นายศิวาวุธ ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการขายมูลกิ้งกือในกลุ่มของพวกตน โดยขายในราคากิโลกรัมละ 50 บาท เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรู้จักเป็นอย่างมาก สร้างรายได้ให้ตนเดือนละประมาณ 3,000 – 5,000 บาท ซึ่งนอกจากเลี้ยงกิ้งกือแล้ว ตนยังได้ทดลองเลี้ยงไส้เดือน พร้อมทั้งรับซื้อตะขาบและแมงป่อง เพื่อนำมาศึกษาหาวิธีใช้ประโยชน์จากสัตว์เหล่านี้ เพราะเชื่อว่าต้องมีประโยชน์กับคนไม่มากก็น้อย อีกทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้Waste to Energy จากของเหลือใช้ สู่พลังงานทดแทน สร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร
บทความถัดไปพร้อมกันแล้วยัง กับ เทศกาล ผักแพง รับ งาน กินเจ