อดีตราษฎรอาสาฯ ทำสวนเกษตรผสมผสานครบวงจร ปลูกพืช ผัก ผลไม้ เลี้ยงสัตว์ อยู่ในบริเวณเดียวกัน ให้ผสมกลมกลืน เกื้อกูลกันตามธรรมชาติ

คุณทองกาว กับขนุนพันธุ์ที่นำมาจากมาเลเซีย

การเกษตรแบบผสมผสาน เป็นระบบเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ด้วยการนำกิจกรรมทางด้านเกษตรทั้งพืช ผัก ผลไม้และสัตว์ มาอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อทำให้เกิดการผสมกลมกลืน เกื้อกูลกันตามธรรมชาติ ทั้งนี้เพราะชาวบ้านมองว่า เป็นการลดความเสี่ยงและประกันความแน่นอนในเรื่องรายได้

“สวนป่ายงพฤกษา” ตั้งอยู่เลขที่ 73 หมู่ 9 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ บริเวณภายในสวนแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 30 ไร่ ได้จัดแบ่งกลุ่มกิจกรรมทางการเกษตรไว้อย่างมีระเบียบ ทั้งไม้ป่าเศรษฐกิจ ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก ไม้ผล ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไก่พื้นบ้าน หมู และปลาในลักษณะการเกษตรแบบผสมผสาน

ลุงทองกาว ยงพฤกษา เจ้าของสวนป่ายงพฤกษา อดีตเคยเป็นราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่าหรือ รสทป.เผยว่าภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในฐานะเป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว ได้เริ่มต้นชีวิตเกษตรกรรมด้วยการปลูกพืชไร่อย่างข้าวโพด พริก หรือผักต่างๆ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมบนเขาค้อที่มีความสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้และป่ามีอากาศชื้น จึงไม่เอื้อต่อการปลูกพืชบางชนิด จากนั้นจึงเปลี่ยนมาทดลองปลูกไผ่ตงเป็นเวลา 3 ปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน

คุณทองกาว กับขนุนพันธุ์ที่นำมาจากมาเลเซีย
คุณทองกาว กับขนุนพันธุ์ที่นำมาจากมาเลเซีย

ขณะเดียวกัน เมื่อมีโครงการจากทางราชการเพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกไม้เศรษฐกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้สอยและห้ามขาย จึงทำให้คุณทองกาวตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ พร้อมกับได้รับมอบที่ดินจำนวน 15 ไร่ไว้เพื่อปลูกไม้เศรษฐกิจ อาทิ ต้นสัก ต้นมะค่า ต้นชิงชัน ต้นพยูง และต้นประดู่

ลุงทองกาวมองว่า การปลูกไม้เหล่านี้ถึงแม้จะขายไม่ได้ แต่กลับมีคุณค่ากับคนรุ่นหลังที่ควรนำมาเรียนรู้ศึกษาเพราะหลายคนไม่เคยเห็นของจริง เพียงแต่ได้ยินชื่อและเห็นในรูปภาพเท่านั้น พร้อมกับกล่าวแสดงความผิดหวังว่า มีพันธุ์ไม้หลายชนิดที่ทางราชการแจกจ่ายฟรีให้กับชาวบ้าน แต่หลายคนกลับไม่รู้คุณค่าของไม้เหล่านั้น จึงปล่อยทิ้งไว้ให้ตายไปโดยสูญเปล่า

ดอกดีปลากั้งที่ชาวบ้านเก็บขาย
ดอกดีปลากั้งที่ชาวบ้านเก็บขาย
ต้นดีปลากั้ง ปลูกแซมในสวนป่า
ต้นดีปลากั้ง ปลูกแซมในสวนป่า

ไม้เศรษฐกิจเหล่านั้นถูกปลูกอย่างเป็นระเบียบเต็มพื้นที่จำนวน 15 ไร่ อีกทั้งพื้นที่ว่างระหว่างต้น คุณทองกาวไม่ปล่อยให้เสียเปล่า เขาได้นำต้นดีปลากั้งซึ่งเป็นพืชสมุนไพรมาปลูกเพื่อเก็บดอกขายเป็นการสร้างรายได้ ขายกิโลกรัมละ 120 บาท

ทั้งนี้ ต้นดีปลากั้งเป็นไม้เมืองหนาวที่มักเกิดตามซอกหิน ในที่ชื้นในร่ม ชาวบ้านมักนำไปปรุงเป็นอาหาร และถ้าเมื่อใดมีจำนวนมาก ในท้องตลาดราคาจะอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม

ไม่เพียงเท่านั้น พื้นที่อีกจำนวน 15 ไร่ยังถูกจัดเพื่อใช้สำหรับปลูกพืช ไม้ผล และเลี้ยงสัตว์เช่นไก่พื้นบ้าน หมู เป็ด และปลา เพื่อใช้บริโภคและจำหน่าย

โรงเรือนสำหรับอนุบาลไก่พื้นบ้าน
โรงเรือนสำหรับอนุบาลไก่พื้นบ้าน

ไก่พื้นเมืองเป็นสัตว์เลี้ยงที่ลุงทองกาวชื่นชอบมาก เขาเลี้ยงไก่พื้นเมืองด้วยความเอาใจใส่ เลี้ยงอย่างมีระบบ ระยะแรกเลี้ยงจำนวนน้อยแล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้น จากความที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองอย่างมีคุณภาพจึงทำให้ทางปศุสัตว์ให้การส่งเสริมด้วยการจัดตั้งเป็นสถานที่เรียนรู้ นำมาสู่การจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ไก่พื้นเมืองในเวลาต่อมา

“จากนั้นได้ให้ชาวบ้านที่สนใจเข้ามาอบรม กระทั่งมีการขยายผลทำให้อีกหลายส่วนเข้ามาเพิ่มเติม ทั้งนี้เพราะเห็นว่าทางเราทำเป็นตัวอย่าง จนในที่สุดกลับกลายมาเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานจนทุกวันนี้”

ลุงทองกาวเลี้ยงไก่พื้นเมืองจำนวน 100 กว่าตัว โดยมีเหตุผลสองอย่างคือ ถ้าเป็นไก่ที่มีความสมบูรณ์ดีจะแยกขายเป็นไก่ชน แต่ถ้าตัวไหนไม่สมบูรณ์ก็จะขายให้ชาวโม้งไปใช้ในพิธีกรรม ซึ่งพวกเขานิยมใช้ไก่ที่มีขนาดตัวละประมาณไม่กี่กิโลกรัมเท่านั้น คนกลุ่มนี้ใช้ไก่ประกอบพิธีกรรมบ่อยมาก จะมาหาซื้อบ่อย ทั้งนี้เพราะหลายคนเห็นว่าเป็นไก่ที่เลี้ยงอย่างมีคุณภาพ

นอกจากการเลี้ยงไก่พื้นเมืองแล้ว คุณทองกาวยังเลี้ยงหมูเหมยซานด้วย และเป็นการเลี้ยงแม่เพื่อขายลูก ขณะนี้มีแม่พันธุ์อยู่จำนวน 4 ตัว และพ่อพันธุ์จำนวน 2 ตัว ส่วนลูกหมูก็ขายให้พวกชาวโม้งเช่นกัน

เป็นกลุ่มที่ปลูกไม้ผล
เป็นกลุ่มที่ปลูกไม้ผล

ไม้ผล คุณทองกาวบอกว่า ปลูกไว้หลายชนิด บางอย่างมีผล บางอย่างไม่มีผล หรือบางชนิดออกผลล่าช้ากว่าตามท้องตลาดเลยทำให้ราคาต่ำ และตรงกันข้ามมีไม้ผลบางอย่างถึงแม้จะออกล่าช้ากว่า แต่กลับทำให้ขายได้ราคาสูง

ถ้าถามถึงรสชาติ เจ้าของสวนรายนี้บอกได้เลยว่าเยี่ยม ทั้งนี้เป็นเพราะมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพทางธรรมชาติอย่างดิน น้ำ อากาศ หรือความสมบูรณ์ของพืชทุกชนิด ที่ผ่านการปลูกโดยการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักที่นำมาจากมูลไก่ มูลหมู สำหรับใส่ในพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ ทั้งนี้ถึงแม้จะได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นแต่อาจไม่เทียบเท่าการทุ่มเททั้งกายและใจลงไปกับทุกอย่าง

“กรณีที่ชัดเจน อย่างเงาะโรงเรียนที่ปลูกไว้จำนวนร้อยกว่าต้น มีรสชาติดีมาก มีความกรอบ แห้ง เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่เดินทางเข้ามาดูงาน หรือบางคนแวะเวียนมาซื้อจากต้น โดยขายในราคากิโลกรัมละ 20 บาท

“หรือแม้แต่มะไฟที่ปลูกไว้จำนวน 30 กว่าต้น เป็นมะไฟเหรียญทอง ให้ผลผลิตช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ผลมีขนาดใหญ่กว่าปกติมาก แม่ค้านิยมมาซื้อไปขายเพราะได้ราคาดี ในคราวที่แล้วขายได้เงินเป็นหมื่น นอกจากนั้นยังมีทุเรียนพันธุ์มาจากมาเลเซียและกล้วย รวมถึงกาแฟอราบิก้าที่ปลูกไว้ในพื้นที่ 2 ไร่ จำนวน 800 ต้น”

สวนป่ายงพฤกษา ถือเป็นสวนเกษตรแบบผสมผสานที่ประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่จัดไว้ได้อย่างลงตัว สอดคล้องกับการเกื้อกูลทางธรรมชาติอย่างเหมาะสม จนสามารถเติมเต็มการขาดหายไปของธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

หากท่านมีโอกาสเดินทางไปเขาค้อ อย่าลืมแวะไปเยี่ยมเยียนสวนเกษตรผสมผสานของลุงทองกาว เพราะที่นั่นเป็นแหล่งความรู้เกษตรที่ในตำราอาจไม่มี แล้วถ้าโชคดีท่านอาจได้ชิมไม้ผลหลายชนิดที่มีรสชาติอร่อยอีกด้วย แต่ก่อนแวะไปต้องโทรศัพท์นัดล่วงหน้าที่หมายเลขโทรศัพท์ 083-955-2096

 

 

บทความก่อนหน้านี้มจธ. โชว์วิจัยสกัดสาหร่าย ตรวจคุณภาพอาหารหมักดอง
บทความถัดไปผักลิ้นห่าน ตำนานผักพื้นบ้าน ต้มกะทิอร่อยหวานหอม ขยายพันธุ์ง่าย ได้ 3 วิธี เลือกเอาตามความสะดวก