สาวไทยในเยอรมัน ปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง ประหยัดเงินค่ากับข้าวปีละหลายหมื่น

ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยในต่างประเทศ ปลูกผักไว้ทานกันเองบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินผักที่อยากกิน ผ่อนคลายการคิดถึงบ้าน ที่สำคัญเกิดความภูมิใจได้ทานผักที่ปลูกเอง เฉกเช่นคุณสุพรรณกรรณิการ์ หรือคุณนิกา วังสีราบิคชปัจจุบันอายุ 53 ปี สาวไทยที่ไปอาศัยอยู่รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมันนี

15239156_1654373848193392_1078356323_n

คุณนิกา ไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันนีนาน 16 ปีแล้ว โดยแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ทางภาคกลาง จังหวัด Schwalmstatd หมู่บ้าน ทรูทสไซน. เขตรัฐเฮสเซิน เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นจังหวัดที่ถูกสร้างใหม่เกิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่2

“ดิฉันแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน16 ปี เริ่มปลูกผักกินเองตั้งแต่แต่งงานปีแรก สามีก็มีความรู้เรื่องการปลูกผักท้องถิ่น และการเลี้ยงสัตว์พอสมควร สำหรับจุดเริ่มต้น เพราะบ้านอยู่นั้น ไกลจากตัวเมือง ของกินหายาก และมีราคาแพง เลยจำเป็นต้องปลูกผักทานเอง แต่ทว่าดินจังหวัดนี้ไม่ค่อยดี มีแต่เศษหิน เศษกระเบื้อ เวลาปลูกพืชจำเป็นต้องปรับปรุงดินก่อน”

15230692_1653210861643024_1573241985529239188_n

บริเวณบ้านที่คุณนิกาอาศัยอยู่มีพื้นที่ค่อนข้าง  เลยพอจะปลูกผักได้ เธออาศัยปรับปรุงดินใช้วิธีใส่ขี้ไก่ และปุ๋ยคอกที่หมักข้ามปีมาใส่ในดินเรื่อยๆ ปลูกพืชตระกลูถั่วร่วมด้วย ทิ้งไว้ข้ามปี พอหิมะตก พืชตระกูลถั่วจะอ่อนเปื่อยลงกลายเป็นปุ๋ยในที่สุด

15310208_1654382428192534_901453609_n

คุณนิกา บอกต่อว่า สภาพ “ดิน” บริเวณที่เธออยู่ หากเปียกน้ำฝน จะเหนียวติดมือติดเท้าช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน ดินจะดี ร่วนซุ่ย ซึ่งผักที่ปลูก มีพริก มะเขือเปราะ แมงลัก ใบกระเพรา ใบโหระพา ผักคะน้า ผักชีลาว ผักชีไทย ผักบุ้ง ต้นหอม กระเทียม มะระ แตงกวา แตงโม ถั่วแขก ถั่วลันเตา ผักบางนิดที่สามารถทนความหนาวได้ก็สามารถหว่านเมล็ดลงเดินได้เลย อาทิ ผักคะน้า ผักชีลาว ผักชีไทย เป็นต้น

15310463_1654382288192548_825680519_n

ส่วนผักที่ต้องเพาะต้นกล้าก่อน อาทิ พริก มะเขือเปราะ มะเขือเทศ แตงกวา มะระ ใบแมงลัก ใบโหระพา ใบกระเพรา ฝักทอง ซึ่งพริก ใบกระเพรา และมะระปลูกยากมาก

หญิงสาว ยกตัวอย่างว่า  ผักสลัดบางชนิด มะเขือเทศ แตงกวา จะใช้วิธีการเพาะเมล็ดไว้ในบ้านก่อนตั้งแต่ต้นปี พอถึงเดือนพฤษภาคมค่อยเอาลงดิน ส่วนมะระ แตงโม จะปลูกในบ้าน เพราะไม่ชอบอากาศหนาว ส่วนกระเทียมปลูกช่วงเดือนสิงหาคม ปลูกข้ามปี เก็บเกี่ยวเดือนตุลาคมปีหน้า ผักทุกอย่างเพาะเมล็ดก่อนเพื่อให้กล้าแข็งแรงค่อยลงดิน

15226475_1654383204859123_489270694_n

15240268_1654383178192459_225896224_n

คุณนิกา บอกต่อว่า พริก ใบกระเพรา มะระ ชะอม ปลูกยากมาก บางครั้งต้องซื้อทาน ซึ่งราคาค่อนข้างแพง มะเขือเทศขีดละ 2 ยูโร หรือเกือบ 80 บาท ภรรยาคนไทยส่วนมากที่อยู่ต่างแดน หากต้องใช้ผักทำกับข้าว สามีอาจมีบ่นบ้างเล็กน้อย

ปัจจุบันผักที่คุณนิกาปลูกหากทานไม่หมดเธอจะเเช่ตู่เย็น โดยการฟรีซไว้ เเละเเบ่งเพื่อนบ้านคนไทยด้วยกัน แต่ปีหน้าหญิงสาว บอกว่า อยากลองจำหน่าย แต่ต้องลงทุนเพิ่มเรื่องพื้นที่เพิ่ม

บทความก่อนหน้านี้ทิวลิปบานที่แรกในเชียงใหม่ ที่งานอุทยานหลวงราชพฤกษ์ (Royal Park Rajapruek)
บทความถัดไปมะขามเปรี้ยว ปลูกไม่ต้องใส่ปุ๋ยให้หวานก็ขายได้ ทุกวันนี้มีฝักยักษ์ใหญ่ให้เลือก 8 ฝักหนัก 1 กิโลกรัมก็มี