อควาโปนิกส์ เทคโนโลยีใหม่ของ ระบบของการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์น้ำ

เนื่องจากการปลูกพืชและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในสมัยก่อนนั้นเป็นการทำเกษตรเพื่อการดำรงชีวิต ภายในครัวเรือน ต่อมาเมื่อโลกมีการพัฒนามากขึ้นการปลูกพืชและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเข้ามามีบทบาทสำคัญ  กลายเป็นการประกอบอาชีพเพื่อการค้าและการทำกำไร จากสาเหตุดังกล่าวทำให้เกิดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการเพาะปลูกเป็นอาชีพมีปริมาณมากขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค จากกิจกรรมดังกล่าวส่งผลให้สิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบจากน้ำเสียที่ระบายออกมาสู่สิ่งแวดล้อม

จากปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการคิดค้นระบบบริหารจัดการและการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อแก้ปัญหา เช่น การปลูกพืชไร้ดิน หรือ ไฮโดรโปรนิกส์ (Hydroponic) และแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ว่าด้วยการบริหารจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเน้นการผสมผสานระหว่างเกษตรอินทรีย์กับเทคโนโลยี จากแนวคิดข้างต้นจึงเกิดเป็นระบบอควาโปนิกส์ (Aquaponic)

จึงเป็นที่มาของการเลี้ยงปลาแบบอควาโปนิกส์ คุณดุสิต เอื้ออำนวย อาจารย์ภาควิชาผลิตสัตว์และประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า เราอาจคุ้นเคยกับระบบปลูกพืชแบบไร้ดินที่เรียกว่า ไฮโดรโปรนิกส์ แต่ถ้าพูดถึงอควาโปนิกส์ หลายคนยังไม่รู้จัก อันที่จริงแล้วทั้งไฮโดรโปรนิกส์ และอควาโปนิกส์ เป็นรูปแบบการปลูกพืชที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งอควาโปนิกส์ มาจาก คำว่า Aquaculture แปลว่า การปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์น้ำ ดังนั้น อควาโปนิกส์ จึงหมายถึง การรวมระบบของการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์น้ำเข้าด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันทำได้โดยการเลี้ยงปลาแบบน้ำไหลเวียนร่วมกับการปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปรนิกส์

วิธีนี้เองจะทำให้พืชที่ได้รับสารอาหารที่เป็นของเสียจากบ่อปลา จำพวกธาตุอาหารหลัก เช่น ไนโตรเจน (N) ฟอสโฟรัส (P) โพแทสเซียม (K) โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย เพื่อบำรุงพืชตลอดระยะการเพาะปลูก ซึ่งวิธีอควาโปนิกส์นี้แตกต่างกันตรงที่ระบบไฮโดโปนิกส์ต้องใส่ปุ๋ยให้แก่พืช หลักการทำงานของวิธีอควาโปนิกส์ คือ เวลาเราเลี้ยงปลา จะมีของเสียจากปลา (เมื่อเลี้ยงไปนานๆ ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ) ดังนั้น เราก็จะเอาน้ำเลี้ยงจากบ่อปลามาวนรดผัก พืชผักจะดูดของเสียเป็นปุ๋ย เป็นการช่วยบำบัดน้ำเสียให้ปลา ปลาก็จะปล่อยของเสียจำพวกแอมโมเนีย (NH3) รวมทั้งของเสียที่ตกค้างในระบบ จะถูกย่อยสลายกลายเป็นสารอาหารสำหรับพืช

กระบวนการในการบำบัดน้ำเสีย

ของระบบอควาโปนิกส์

น้ำที่เกิดจากการเลี้ยงปลาเต็มไปด้วยของเสีย และสิ่งปฏิกูลจากการขับถ่ายของปลาที่อยู่ในรูปของแอมโมเนีย อาทิ แอมโมเนีย ( NH3) ไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (F) เป็นต้น โดยสิ่งปฏิกูลของปลา จะถูกนำมาใช้เป็นปุ๋ยให้กับระบบการปลูกพืชแบบ Hydroponic ซึ่งเป็นการหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายน้ำ โดยรากพืชและจุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณรากพืช จะใช้ธาตุอาหารเหล่านี้จากสิ่งปฏิกูลของปลามาเป็นธาตุอาหาร โดยบริเวณรากพืชจะมีแบคทีเรียบางชนิด เช่น Nitrifryting bacteria ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้จะอาศัยอยู่ตามบริเวณกรวดหินและรากพืช จะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนสารประกอบแอมโมเนีย (NH3) ให้กลายเป็นสารประกอบพวกไนไตร์ต (NO-2) ไนเตรต (No-3) ตามลำดับ โดยพวกไนไตร์ต (NO-2) และไนเตรต (No-3) พืชสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ จึงทำให้น้ำในบ่อเลี้ยงปลามีปริมาณแอมโมเนียลดลง (NH3) สามารถนำน้ำมาใช้ได้อีก

ด้าน คุณนิพนธ์ จิตตำนาน นักวิทยาศาสตร์ ประจำภาควิชาเทคโนโลยีผลิตสัตว์และประมง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า การปลูกพืชและเลี้ยงปลาระบบอคาโปนิกส์ ระบบประกอบด้วยสองส่วนหลัก คือ บ่อปลากับแปลงปลูกผักแบบไฮโดรโปรนิกส์ เหมาะสำหรับการทำเกษตรซิติ้หรือเกษตรในเมือง หรือบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดสามารถทำได้ง่ายที่สวนหลังบ้าน ยังไม่เหมาะสำหรับการลงทุนในระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูง และการปลูกผักกับเลี้ยงปลาต้องสัมพันธ์กัน แต่ในต่างประเทศสามารถทำได้เพราะเป็นเขตเมืองหนาวผักที่ปลูกจะมีราคาแพง เช่น ผักสลัด แต่เราก็สามารถทำเองได้สำหรับปลูกกินเองในครัวเรือน โดยผักที่ปลูกเป็นผักสวนครัว หรือผักกินใบเพราะมีไนเตรตสูง

หลักการทำงาน คือ เวลาเลี้ยงปลา จะมีของเสียจากปลา (เมื่อเลี้ยงไปนานๆ ต้องเปลี่ยนน้ำ) ดังนั้น เราก็จะเอาน้ำเสียของปลามาวนรดผัก พืชผักจะดูดของเสียเป็นปุ๋ย เป็นการช่วยบำบัดน้ำเสียให้ปลา และไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ ซึ่งในวันนี้จะมาแนะนำการทำอควาโปนิกส์แบบ  Grow Bed (GB) ให้บ่อปลาอยู่ต่ำสุด

อุปกรณ์  

1.ท่อ พีวีซี 13.5 นิ้ว

2.ปัีมน้ำ 600 วัตต์

3.อ่างน้ำ ขนาดบรรจุ 2,500 ลบ.ม.

4.กระบะปลูกพืช 2 กระบะ

5.หินกรวด, ถ่าน

6.ซาแรน

ขั้นตอนในการทำ

1.เตรียมกระบะเพาะ โดยนำซาแรนวางล่างสุดของกระบะเพาะ จากนั้นนำหินกรวด ถ่านไม้ วางลงไป

2.นำท่อ ขนาด 13.5 นิ้ว ยาว 1 เมตร และท่อรูปตัว L นำมาต่อกัน

3.นำปั๊มน้ำเสียบ ต่อเข้ากับท่อทางน้ำเข้า

4.เจาะท่อพ่นน้ำเป็นไซเลน ไว้รดน้ำต้นไม้

5.นำไบโอบอลไว้อ่างน้ำล่างสุด ไว้สำหรับกรองน้ำ

6.นำเมล็ดมาหว่านลงกระบะเพาะ นำปลามาปล่อย

ข้อดีของระบบอควาโปนิกส์

อควาโปนิกส์ คือ ศาสตร์ใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของการเลี้ยงปลาและการเพาะปลูกพืชผักแบบไม่ใช้ดิน ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะทำการเกษตรหรือเพาะปลูกพืชผักขนาดเล็กเพื่อไว้กินเองในครอบครัว จึงอาจกล่าวโดยสรุปข้อดีจากระบบอควาโปนิกส์ ได้ดังนี้

– ใช้น้ำน้อยลง เมื่อเทียบกับการเพาะปลูกพืชจากระบบปกติน้อยลงถึง 90%

-หมดปัญหาวัชพืช และปัญหาแมลงน้อยลง

– ไม่ต้องรดน้ำ

– ไม่ต้องใส่ปุ๋ย

– ไม่ต้องปักชำ ขุดดิน

– ลดต้นทุนจากการเพาะปลูกโดยเฉพาะค่าปุ๋ยสำหรับพืช เมื่อเทียบการซื้อปุ๋ยสำหรับปลูกพืชในระบบไฮโดรโปนิกส์ 1 กิโลกรัม ซึ่งมีราคาแพงกว่าการซื้ออาหารปลา 1 กิโลกรัม สำหรับใช้ในระบบอควาโปนิกส์

– ความคุ้มค่าในการทำเกษตรในระบบอควาโปนิกส์ คุณจะได้ทั้งปลาและพืชผักเพื่อการบริโภคในเวลาเดียวกัน

– ระบบอควาโปนิกส์จะช่วยให้เรื่องของการเลี้ยงปลาควบคู่ปลูกผัก (ผักสวนครัว, ผักออร์แกนิกส์, ผักสลัด และผักสมุนไพร)

หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงที่ คุณนิพนธ์ จิตตำนาน ภาควิชาผลิตสัตว์และประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โทรศัพท์ 02-329-8504, 02-329-8507 และ 02-329-8517

บทความก่อนหน้านี้พัทลุงทำนาข้าวในทะเลสาบ ผลผลิตดี ไม่ต้องใช้ปุ๋ย
บทความถัดไปแรบบิทสเนล กระต่ายน้อยในตู้ปลา