เลี้ยงไก่ลูกผสมตะเภาทองสบเมย ที่แม่ฮ่องสอน โตเร็ว ตัวใหญ่ เนื้ออร่อย

ปศุสัตว์สบเมยนำไก่แม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นพันธุ์ไก่พื้นเมืองของจังหวัดที่มีคุณสมบัติเลี้ยงง่าย แข็งแรง หากินอาหารตามธรรมชาติ มาผสมกับไก่ตะเภาทองที่พัฒนาแล้วได้พันธุ์ที่แข็งแรง ทนโรคเช่นเดียวกับไก่พื้นเมืองของไทย สามารถเลี้ยงในที่ชื้นแฉะได้ มีเนื้อนุ่ม หวานกรอบ อันเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ จนได้พันธุ์ไก่ลูกผสมที่ตอบสนองการเลี้ยงในพื้นที่ได้อย่างดี กินอาหารง่าย แข็งแรง ขนาดตัวพอเหมาะ ให้ไข่เร็วและดก อัตราการให้เนื้อดี ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 3 เดือนขายได้แล้ว เหมาะแก่การส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงสร้างรายได้

คุณแซมโชว์ลูกผสมตะเภาทองกับไก่แจ้อายุประมาณ 7 เดือน ที่ตั้งใจเลี้ยงเป็นไก่สวยงาม

คุณสมชาย พรมละอองวัน สัตวบาลอำเภอสบเมย บอกว่า การเลี้ยงไก่ตะเภาทองในอำเภอสบเมย เกิดขึ้นจากโครงการของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้จากการเลี้ยงไก่ ทั้งนี้ จึงเป็นภาระหน้าที่ของทางปศุสัตว์สบเมยในการสรรหาพันธุ์ไก่ที่เหมาะสมกับพื้นที่ แล้วพบว่าไก่แม่ฮ่องสอนซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองน่าจะเหมาะกว่าเพราะขนาดตัวไม่ใหญ่มาก

ลูกไก่ตะเภาทองลูกผสม

แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของไก่พื้นเมืองคือใช้เวลาเลี้ยงนานเกินไป มีขนาดเล็ก ขณะเดียวกัน พบว่าไก่ตะเภาทองสามารถนำมาเลี้ยงในพื้นที่อำเภอสบเมยได้ จึงมองว่าหากนำไก่ทั้งสองพันธุ์มาผสมกันโดยใช้ไก่พื้นเมืองเป็นแม่พันธุ์ และใช้ตะเภาทองเป็นพ่อพันธุ์น่าจะได้พันธุ์ไก่ที่มีคุณลักษณะสมบูรณ์ แล้วผลที่ออกมาก็เป็นไปตามคาด ได้พันธุ์ไก่ลูกผสมที่เจริญเติบโตเร็ว ตอบสนองการเลี้ยงในพื้นที่ได้อย่างดี กินง่าย แข็งแรง ขนาดตัวพอเหมาะ ให้ไข่เร็วและดก อัตราการให้เนื้อดี ใช้เวลาเลี้ยงเพื่อขายเพียง 3 เดือน ราคาขายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 120 บาท ช่วยทำให้ชาวบ้านมีรายได้เร็วขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่เลี้ยงพร้อมกับตั้งชื่อว่า “ไก่ลูกผสมตะเภาทองสบเมย”

คุณวิเชียร ปินตา หรือคุณแซม อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 2 ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับการส่งเสริมเลี้ยงไก่ลูกผสมในครั้งนี้บอกว่าได้ไก่พันธุ์ลูกผสมตะเภาทองสบเมยมาจากปศุสัตว์สบเมยเป็นพ่อพันธุ์ 1 ตัว และแม่พันธุ์ 5 ตัว พร้อมกับลูกไก่อีก 100 กว่าตัว โดยได้จ่ายแจกลูกไก่ให้แก่สมาชิกกลุ่มไปเลี้ยงรายละ 4 ตัว

งานเกษตรกรรมหลักที่คุณแซมทำอยู่ได้แก่เลี้ยงปลาหลายชนิด อย่างปลานิล ยี่สก สวาย ปลาจีน ทับทิม และตะเพียน นอกจากนั้น ยังเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงวัว และปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวโพดสาลี นอกจากนั้น ยังปลูกไม้ผลไว้ขาย อย่างฝรั่ง กล้วย มะม่วง และมะขามหวาน ครอบครัวคุณแซมมีกันอยู่ 2 คน คุณแซมเป็นน้อง ส่วนพี่ไปทำงานที่เชียงใหม่ ตัวเขามีอายุ 27 ปี มีครอบครัวแล้ว มีลูก 1 คน ทุกวันนี้ทำเกษตรกรรมกับพ่อ แล้วมีรายได้จากเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยอาจมีงานพิเศษเข้ามาบ้างในบางคราว

แม่ไก่พื้นเมืองที่ยังต้องดูแลลูกไก่

วัวที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ผสม ซึ่งเดิมมีเลี้ยงอยู่ตัวผู้ 1 กับตัวเมีย 1 ต่อมาเมื่อทางราชการมีโครงการวัวแก้จนจึงได้รับวัวจากทางปศุสัตว์สบเมยเป็นเพศเมียเพิ่มขึ้นจำนวน 5 ตัว เลี้ยงปลาไว้หลายพันธุ์จำนวน 8,000 ตัว ตอนนี้คาดว่าในบ่อมีปลาอยู่หลายหมื่นตัวและมีหมูอยู่ 1 ตัวเป็นหมูดำ ตอนนี้มีจำนวน 18 ตัว

ส่วนไก่ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไก่ตะเภาทองจากปศุสัตว์ จึงนำมาผสมกับไก่พื้นเมือง ได้ไก่ลูกผสมที่มีคุณภาพดีมากทั้งขนาดและเนื้อ รวมถึงไข่ ขายกิโลกรัมละ 120 บาท ผลิตไม่ทันเพราะเมื่อก่อนใช้เวลาเลี้ยงไก่พื้นเมืองถึง 5 เดือนขายได้ราคา 120 บาท แต่พอเลี้ยงตะเภาทองลูกผสมใช้เวลาเลี้ยงเพียง 3 เดือนได้น้ำหนักตัวถึง 2 กิโลกรัม ขายได้ราคา 120 บาทเหมือนกัน

ฝูงไก่ลูกผสมตะเภาทองสบเมย

จุดเด่นของไก่ตะเภาทองลูกผสมคือเจริญเติบโตเร็ว เนื้อนุ่ม ไขมันน้อย ขนาดน้ำหนักถ้าเป็นตัวผู้ประมาณ 3 กิโลกรัม ตัวเมียประมาณ 2-3 กิโลกรัม อัตราการออกไข่ดีมาก แต่มีข้อเสียคือฟักไข่ไม่เก่ง ดังนั้น คุณแซมจึงแก้ปัญหาให้ไก่พื้นเมืองฟักแทน ตอนนี้คุณแซมเลี้ยงไก่ตะเภาทองลูกผสมไว้จำนวนกว่า 100 ตัว

คุณแซมบอกวิธีเลี้ยงไก่ตะเภาทองลูกผสมว่า เมื่อได้ลูกไก่แล้วพออายุประมาณ 10 วันจะแยกเลี้ยง เพื่อปล่อยให้แม่ไก่เตรียมไข่รุ่นต่อไป โดยแนวทางนี้เป็นการช่วยทำให้ประชากรไก่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยหมุนเวียนการผลิตไข่ได้ถึงปีละ 12 ครั้ง หรือเฉลี่ยเดือนละครั้ง แล้วพบว่าได้จำนวนลูกไก่ทันกับความต้องการของตลาด

ลูกไก่ที่แยกไปเลี้ยงในกรงอนุบาลใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจึงย้ายเข้ากรงขุน เพื่อเลี้ยงด้วยอาหารตามธรรมชาติแนวอินทรีย์ อย่างหยวกกล้วย กากน้ำตาล และเกลือ ซึ่งนำมาหมักไว้สัก 1 อาทิตย์ เมื่อต้องการนำไปใช้ให้ผสมกับแกลบและปลายข้าวในอัตรา 1:1 ซึ่งสูตรนี้จะได้โปรตีนสูงถึง 14-15 เปอร์เซ็นต์ แนวทางนี้ไม่เพียงเป็นการลดต้นทุนได้มาก แต่ไก่ยังได้คุณค่าอาหารสูงด้วยโดยลองคำนวณต้นทุนการเลี้ยงไก่ตะเภาทองลูกผสมแล้วพบว่าใช้เงินประมาณ 105-110 บาท ต่อตัว ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 3 เดือน

ลูกไก่ตะเภาทองลูกผสมเตรียมส่งขาย

รายได้จากการเลี้ยงไก่ของคุณแซมจะมาจากขายลูกไก่ ขายไก่เนื้อ และขายไข่ ทั้งนี้ ไก่ตะเภาทองลูกผสมให้ไข่ดกมากเฉลี่ยครั้งละ 18 ฟอง แล้วเคยให้มากถึงครั้งละ 30 ฟอง ขายไข่ไก่ทุกวันเฉลี่ยวันละ 300-400 บาท ลูกค้าเป็นร้านอาหารหลายแห่งแถวบ้าน ส่วนตลาดขายไก่เนื้อจะเป็นร้านอาหารในพื้นที่ หรือใช้ในพิธีกรรมของชนเผ่า ทางด้านการนำไปปรุงอาหารพบว่าไก่พันธุ์นี้มีเนื้อนุ่ม ไม่แฉะ ดังนั้น เมนูที่เหมาะมากคงหนีไม่พ้นข้าวมันไก่

ด้วยคุณลักษณะเด่นของไก่ลูกผสมตะเภาทองสบเมย ได้มีชาวบ้านลองนำไปผสมกับไก่พื้นเมืองอื่นๆ ก็ได้พันธุ์ที่ดีมีคุณภาพแตกต่างออกไป หรือแม้แต่คุณแซมยังลองผสมกับไก่แจ้ที่เลี้ยงไว้ก็ได้ไก่ที่มีลักษณะรูปร่างสวยงามแล้วตั้งใจว่าจะเลี้ยงเป็นไก่สวยงาม

เลี้ยงไก่ปล่อยตามธรรมชาติ

สอบถามรายละเอียดไก่ลูกผสมตะเภาทองสบเมยเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอสบเมย โทรศัพท์ (053) 618-211 หรือคุณสมชาย พรมละอองวัน สัตวบาลอำเภอสบเมย โทรศัพท์ (081) 681-3851

บทความก่อนหน้านี้การผลิตต้นพันธุ์กุหลาบจิ๋ว ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
บทความถัดไปบรรจง จงพิทักษ์พงศ์ จอมยุทธ์มะม่วงอาวุโส ถ่ายทอดวิชาการดูแลรักษามะม่วงเพื่อการส่งออก