หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 22 มกราคม 2561
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ


การปลูกมันเทศ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ถ้าทราบเทคนิค ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
คอลัมน์ประจำ
วันที่ 07 มกราคม 2559
อ่าน 23,664 ครั้ง
พิมพ์

มันเทศเนื้อสีม่วง สายพันธุ์จากเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เนื้อละเอียด สีม่วงเข้ม

การปลูกมันเทศ สายพันธุ์ต่างประเทศในประเทศไทย ที่สวนคุณลี จังหวัดพิจิตร ได้รวบรวบและทดลองปลูกมานานเกือบ 10 ปี ปลูกมาแล้วมากกว่า 20 สายพันธุ์ และคัดเลือกสายพันธุ์มันเทศที่รสชาติดี รสชาติหวาน รับประทานอร่อย สีเนื้อสวย และลงหัวให้ผลผลิตได้ดี เป็นต้น

การปลูกมันเทศสายพันธุ์จากต่างประเทศจริงแล้วดูแลและรักษาเช่นเดียวกับการปลูกมันเทศสายพันธุ์ไทยทุกประการ โดยผู้ปลูกถ้าทราบเทคนิคแล้วก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น

เกษตรกรผู้ปลูกมันเทศในเชิงการค้า จะต้องมีความรู้เบื้องต้น มีการวางแผนและการจัดการที่ดี รวมถึงมีเทคนิคและการดูแลเฉพาะในแต่ละฤดูปลูกอีกด้วย เพื่อให้การปลูกมันเทศบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ “ให้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด ได้หัวมันที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและมีต้นทุนในการผลิตต่ำ และยกระดับราคามันเทศให้สูงขึ้น”

สวนคุณลี ได้คลุกคลีกับการปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศมานานประมาณ 10 ปี โดยสายพันธุ์ที่นำมาปลูกล้วนแต่เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งสิ้น อาทิ

มันเทศจากประเทศญี่ปุ่น มีนำเข้าสายพันธุ์มามากที่สุด เพราะด้วยประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่า มันเทศมีความอร่อย รสชาติหวานมาก และมีสายพันธุ์มันเทศใหม่ๆ ออกสู่ตลาดทุกๆ ปี หรือบ้านเรามักคุ้นเคยเรียกมันเนื้อสีเหลือง เปลือกสีแดงม่วง ว่า “มันหวานญี่ปุ่น” ซึ่งจริงๆ แล้ว มันเทศเนื้อสีเหลืองมีหลากหลายสายพันธุ์มาก ตัวอย่าง เช่น

มันเทศเนื้อสีเหลือง เช่น สายพันธุ์ “เบนิฮารุกะ” ที่สวนคุณลีได้นำมาจากเมืองอุชุกิ จังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นมันเทศเนื้อสีเหลือง ที่มีรสชาติอร่อยที่สุดพันธุ์หนึ่ง หวานจัด เนื้อเนียน เปลือกบาง มีการนำเข้ามาขายที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในบ้านเรา ในราคากิโลกรัมละ 1,300 บาท

มันเทศเนื้อสีม่วง เช่น สายพันธุ์ “โอกินาวา” ที่สวนคุณลีได้นำสายพันธุ์จากเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น มาปลูกที่จังหวัดพิจิตร เพราะทราบข้อมูลว่าที่เกาะโอกินาวาขึ้นชื่อว่ามีรสชาติอร่อยระดับโลก ด้วยการปรับปรุงพันธุ์ให้มีเนื้อสีม่วงเข้ม และเนื้อมีความนุ่มนวล ในขณะที่มันเทศเนื้อสีม่วงของที่อื่นส่วนใหญ่จะพบเนื้อแข็งกว่านี้ และถูกนำไปแปรรูปทำไส้ขนมมากมายในญี่ปุ่น และเชื่อว่าสารแอนโทไซยานินในมันเทศเนื้อสีม่วงนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ ทำหน้าที่เป็นตัวล้างพิษและช่วยชะลอความแก่ชรา

มันเทศญี่ปุ่นเนื้อสีส้ม เป็นมันเทศสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่สวนคุณลีนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ลักษณะเด่นที่เนื้อละเอียดเนียน รสชาติหวาน ผิวเปลือกสีม่วง เปลือกบาง ซึ่งกำลังขยายพื้นที่ปลูกเผื่อผลิตหัวออกจำหน่าย

มันเทศจากประเทศเกาหลีใต้ สายพันธุ์ที่สวนคุณลีนำเข้ามาจากประเทศเกาหลีใต้ เช่น

มันเทศเนื้อสีเหลืองส้ม “พันธุ์เกาหลีใต้ เบอร์ 1” มีลักษณะเด่นตรงที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น คือเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้หลังจากที่ปลูกลงดินไปเพียง 90 วัน หรือ 3 เดือน เท่านั้น ผิวเปลือกมีสีชมพูอมแดง เนื้อมีสีเหลืองส้ม เนื้อละเอียดเนียนไม่มีเสี้ยน รสชาติหวานอร่อย

ในขณะที่อีกสายพันธุ์หนึ่งคือ เช่น มันเทศเนื้อสีเหลือง “พันธุ์เกาหลีใต้ เบอร์ 2” มีลักษณะคล้ายกับมันหวานญี่ปุ่น คือ ผิวเปลือกมีสีแดงเข้ม เนื้อมีสีเหลืองแต่เป็นพันธุ์ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวนานกว่า คือจะต้องปลูกอย่างน้อย 4 เดือน เนื้อมีความนุ่ม ไม่แข็ง และมีรสชาติหวานมาก เมื่อบริโภคแล้วเนื้อมีส่วนคล้ายกับเกาลัด

มันเทศจากไต้หวัน (มีเนื้อสีเหลืองและเนื้อสีส้ม) ไต้หวันเป็นอีกที่หนึ่งที่มีงานพัฒนาสายพันธุ์มันเทศอย่างต่อเนื่อง เพราะคนไต้หวันนิยมบริโภคมันเทศ มีการนำมันเทศมาหุงพร้อมกับข้าวสวย มันเทศถือเป็นพืชอาหารที่สำคัญ แน่นอนคุณภาพเนื้อมันเทศของไต้หวันจึงดี รสชาติหวาน เนื้อละเอียดเนียน ไม่แพ้มันเทศจากประเทศอื่นเช่นกัน

นอกจากนี้ ที่สวนคุณลียังมีมันเทศสายพันธุ์จากต่างประเทศอีกหลายชนิดที่รสชาติหวานจัด เนื้อละเอียดเนียน ที่จะนำมาเผยแพร่ต่อไปในอนาคต

จากการปลูกมันเทศสายพันธุ์จากต่างประเทศมาเป็นเวลานาน ก็ได้รวบรวมข้อมูลการปลูกและการบำรุงรักษาการปลูกมันเทศจากประสบการณ์ที่นำสายพันธุ์มาจากต่างประเทศดังกล่าว มาปลูกที่ “สวนคุณลี” จังหวัดพิจิตร สรุปได้ดังนี้

 

การเตรียมแปลงปลูก

ปลูกมันเทศให้ลงหัวได้ดีนั้น ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เรื่องโครงสร้างของดิน ถึงแม้ว่ามันเทศจะปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินร่วนปนทรายมีความเหมาะสมที่สุด สภาพดินที่ปลูกมีผลต่อการลงหัวของมันหรือรูปร่างของหัวมัน พื้นที่ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยคอก เช่น มูลวัว มูลไก่ ฯลฯ ในอัตรา 1-2 ตัน หรือใส่ปุ๋ยคอกหลังการเตรียมแปลงเสร็จแล้ว โดยหว่านบนสันร่องแปลง ยกตัวอย่าง พื้นที่แปลงปลูกมันเทศที่เคยเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดต่อเนื่องมาหลายปี ทางสวนคุณลีได้มีการหว่านเมล็ดปอเทืองลงไปในแปลงก่อนที่จะเตรียมแปลงปลูกมันเทศ หลังจากต้นปอเทืองเริ่มออกดอกจะไถกลบทันทีเป็นปุ๋ยพืชสด

ในการเตรียมแปลงปลูก ให้ไถดะก่อน 1 ครั้ง และทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน จากนั้นไถพรวนแปลง 1-2 รอบ หรือใช้โรตารี่ติดรถไถตีดินให้ดินมีความละเอียดยิ่งขึ้น หลังจากนั้น ให้ยกร่องแปลงปลูกขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยม กว้าง ประมาณ 70-100 เซนติเมตร สูง 30-50 เซนติเมตร (ความสูงของแปลงยิ่งมีความสูง ยิ่งส่งผลต่อการลงหัวมันดี) ส่วนความยาวของแปลงปลูกขึ้นกับสภาพพื้นที่ ถ้าจะให้เหมาะสมควรจะปลูกแบ่งเป็นแปลงเล็กๆ เพื่อสะดวกและง่ายต่อการจัดการ

 

การจัดระบบน้ำในแปลงปลูก

โดยปกติทั่วไปสำหรับเกษตรกรที่ปลูกมันเทศทั่วประเทศมักจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของระบบน้ำในแปลงปลูก ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนอาจจะพึ่งเพียงน้ำฝนจากธรรมชาติเท่านั้น ถ้าปลูกในฤดูแล้งอาจจะมีการให้น้ำแบบท่วมแปลง แต่การปลูกมันเทศสมัยใหม่ควรจะมีการจัดระบบน้ำที่ดี

ในแปลงปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศของสวนคุณลี จะมีการวางระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์ ซึ่งมีรัศมีกระจายน้ำได้ 3-4.5 เมตร ระบบน้ำดังกล่าวมีข้อดีตรงที่ต้นมันเทศได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง ส่งผลให้ต้นมันเทศตั้งตัวได้เร็ว พบเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูง แต่จะพบข้อเสียตรงวัชพืชจะขึ้นเร็ว ทำให้มีต้นทุนในการกำจัดวัชพืชเพิ่มขึ้น ดังนั้นเกษตรกรต้องวางแผนการใช้ยาคุมหญ้าให้ดี

สำหรับการให้น้ำแบบอื่นๆ อย่างกรณีของการให้น้ำแบบท่วมร่อง ถ้าสภาพดินปลูกเป็นดินเหนียว เมื่อดินแห้งดินจะแข็งและจับตัวกันแน่น มีผลต่อการลงหัวของมันเทศ ทำให้ผลผลิตลดลง ก็ต้องปรับปรุงโครงสร้างดินด้วยอินทรียวัตถุอย่างต่อเนื่อง

 

การเตรียมท่อนพันธุ์

ในการตัดท่อนพันธุ์ควรจะตัดให้มีความยาวราว 30 เซนติเมตร จะไม่ลิดใบทิ้งหรือลิดทิ้งก็ได้ เนื่องจากยอดมันเป็นพืชที่แตกยอดออกมาใหม่ได้ง่าย ถ้าลิดใบทิ้งก็จะทำให้เสียเวลาแต่ยอดมันเทศเมื่อลงปลูกจะตั้งตัวได้เร็วกว่าไม่ลิดใบ การตัดยอดใช้ส่วนที่เป็นปลายยอดจะดีที่สุด สำหรับท่อนที่ 2-3 ลงไป สามารถปลูกให้ได้ผลผลิตเช่นกัน แต่การให้หัวจะน้อยลงไปตามลำดับเล็กน้อย เมื่อตัดท่อนพันธุ์มาแล้วควรจะมัดรวมกันเป็นท่อนหรือเป็นกำ เอาใบตองหรือกระสอบปุ๋ยห่อมัดเอาไว้ ควรนำท่อนพันธุ์แช่น้ำยาฆ่าแมลง ในกลุ่ม “คาร์โบซัลแฟน” เช่น โกลไฟท์ จุ่มแช่ไว้นานราว 5-10 นาที จะช่วยลดเรื่องแมลงที่จะติดไปกับท่อนพันธุ์ได้เป็นอย่างดี

หลังจากนั้น ให้นำมัดท่อนพันธุ์วางไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 2-3 วัน ยอดท่อนพันธุ์ก็จะมีรากออกมา แสดงว่าท่อนพันธุ์พร้อมปลูกแล้ว ถ้าจะให้ดีท่อนพันธุ์มันเทศที่จะตัดควรจะตัดจากต้นที่มีอายุไม่เกิน 45 วัน หรือก่อนที่จะมีการฉีดพ่นปุ๋ยหรือสารเคมีเพื่อหยุดยอด

ในพื้นที่ปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศ 1 ไร่ จะใช้ท่อนมันเทศ ประมาณ 8,000-12,000 ยอด

 

การปลูกมันเทศ

ก่อนที่เกษตรกรจะลงมือปลูก ควรจะมีการให้น้ำในแปลงปลูกอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้ดินมีความชื้นจะปลูกได้ง่ายและรวดเร็ว

วิธีการเตรียมหลุมปลูก แบ่งได้ 3 วิธี คือ ปลูกแบบใช้จอบขุด ปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำไปก่อน หรือจะปลูกแบบนำท่อนพันธุ์เสียบลงแปลงปลูกเลย

จากการทดลองปลูกทั้ง 3 วิธี พบว่า วิธีปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำไปก่อนได้ผลดีกว่าวิธีการอื่น เพราะทำได้ง่าย รวดเร็ว ไม่เสียแรงในการขุดดิน และท่อนพันธุ์ไม่ช้ำ

ระยะปลูกระหว่างต้น ประมาณ 25-30 เซนติเมตร หากใช้จอบขุดปลูกบนสันร่อง หลุมที่ปลูกควรมีความลึก ประมาณ 10-15 เซนติเมตร ควรจะวางยอดท่อนพันธุ์ทำมุม 45 องศา ฝังลึกลงดิน 2-3 ข้อ ของท่อนพันธุ์มันเทศ และให้ข้อโผล่พ้นดินขึ้นมา ประมาณ 2-3 ข้อ หลังจากนั้น กลบดินให้แน่นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ท่อนพันธุ์โยกคลอน

แต่หากปลูกแบบใช้ไม้ปลายแหลมกระทุ้งนำ จะปลูกท่อนพันธุ์มันเทศให้เป็นคู่บนสันร่อง โดยใช้ไม้แหลมกระทุ้งนำไปก่อน ทำมุม 45 องศา จากนั้นเสียบท่อนพันธุ์ลงดิน 2-3 ข้อ ของท่อนมันเทศ

ในพื้นที่ปลูกมันเทศสายพันธุ์ต่างประเทศ 1 ไร่ ทาง “สวนคุณลี” จะใช้ท่อนพันธุ์มันเทศ ประมาณ 10,000-12,000 ยอด ซึ่งพบว่าเป็นจำนวนที่ให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างสูง

 

การให้น้ำมันเทศ

ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากที่ปลูกท่อนมันเทศลงดินไปแล้ว จะต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ 3 วันแรกจะต้องให้ทุกวัน เช้า-เย็น ให้ครั้งละประมาณ 1-2 ชั่วโมง (กรณีที่ให้ระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์) หลังจากนั้น จะให้น้ำวันเว้นวัน หรือ 3 วัน หรือ 5 วัน หรือ 7 วัน ต่อครั้ง

ข้อควรระวัง หลังจากที่ปลูกมันเทศไปแล้ว ประมาณ 7-10 วัน เกษตรกรจะต้องเดินสำรวจในแปลงปลูกว่ามีต้นใดตายบ้าง จะต้องปลูกซ่อมให้เสร็จทันที

 

ด้วงงวงมันเทศ ศัตรูที่สำคัญของการปลูกมันเทศ

แมลงศัตรูมันเทศที่มีความสำคัญที่สุด คือ “ด้วงงวงมันเทศ” หรือ “เสี้ยนดิน” ในพื้นที่การปลูกมันเทศทั่วประเทศและทั่วทุกแห่งในโลกจะพบการระบาดของแมลงชนิดนี้ ถ้าพบการระบาดมาก ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้มันเทศลงหัวได้น้อยลง หัวมีคุณภาพต่ำ มีกลิ่นเหม็น และรสชาติขม

มีคำแนะนำในการป้องกันและกำจัดด้วงงวงมันเทศ โดยไม่ควรปลูกมันเทศซ้ำที่เดิม หรือปลูกมันเทศติดต่อกันหลายปี ถ้ามีพื้นที่น้อยและจำเป็นจะต้องปลูกในพื้นที่เดิม ควรจะปลูกพืชตระกูลถั่วเป็นพืชหมุนเวียน กำจัดเก็บ “เศษหัวมันเทศ” ที่ทิ้งอยู่ในแปลงออกให้หมด เพราะจะเป็นแหล่งอาหารให้ด้วงงวงมันเทศอาศัย กำจัดวัชพืชอาหารรอบแปลงปลูกมันเทศ โดยเฉพาะ “ผักบุ้ง” ที่ด้วงงวงมันเทศสามารถที่จะแพร่และขยายพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี

สำหรับพื้นที่ปลูกอยู่ในเขตชลประทาน วิธีการปล่อยน้ำท่วมแปลงก่อนลงมือปลูกมีส่วนช่วยในการทำลายไข่ ตัวอ่อน และตัวแก่ของด้วงงวงมันเทศได้ส่วนหนึ่ง โดยไม่ต้องใช้สารเคมี

 

อายุการเก็บเกี่ยวมันเทศ

ความจริงแล้วอายุการเก็บเกี่ยวมันเทศเกือบทุกสายพันธุ์ จะเฉลี่ยอยู่ที่ 140-160 วัน หลังจากปลูกท่อนพันธุ์ลงไป

ในขณะเดียวกันมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เช่น ฤดูกาลปลูก ความสมบูรณ์ของต้น สายพันธุ์ที่ปลูก อย่างกรณีของพวกมันเทศเนื้อสีส้มที่สวนคุณลีนำเข้ามาปลูกจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 120 วัน ขึ้นไป อาจจะเป็นเพราะมันเทศที่มีเนื้อสีส้มส่วนใหญ่เจริญเติบโตเร็ว หัวมีขนาดใหญ่กว่ามันเทศเนื้อสีเหลืองและสีม่วง

วิธีการสังเกต ว่ามันเทศแก่และเก็บเกี่ยวได้ สังเกตที่สันร่องที่ปลูก ดินจะแตกออกอย่างชัดเจน สังเกตเถามันจะเหี่ยวและออกดอก เกษตรกรควรจะขุดสุ่มตัวอย่างและนำมาทดลองบริโภค หรืออาจจะใช้มีดปาดหัวดูว่ามียางไหลออกมามากหรือน้อย ถ้ายางออกมาน้อยแสดงว่าแก่แล้ว เตรียมขุดขายส่งตลาดได้

สนใจ ยอดพันธุ์มันเทศ สายพันธุ์ต่างประเทศ ติดต่อที่ สวนคุณลี โทร. (081) 901-3760

 

 

อ่าน 23,664 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง

มันเทศญี่ปุ่นพันธุ์เบนิฮารุกะ รสชาติหวาน เนื้อละเอียดเนียน


หัวมันเทศไต้หวันเนื้อสีเหลือง หัวใหญ่ ติดผลดก ผลผลิตต่อไร่สูง


มันเทศไต้หวันเนื้อสีส้มเผา เนื้อละเอียดแน่น รสชาติหวาน


แปลงปลูกมันเทศหลากหลายสายพันธุ์ ที่สวนคุณลี จังหวัดพิจิตร

ข่าวยอดนิยม
อดีตครูสกลนคร ไม่ท้อ ถูกยึดทรัพย์ แต่สู้...จึงกลับมาเป็นแบบอย่างได้
บันทึกไว้เป็นเกียรติ / ประสบการณ์ที่เรียนรู้ “ปลูกฟักทอง”
ปลูกดาวเรืองอาชีพเสริม 2 เดือน ตัดดอกขายรายได้ ไร่ละ 2-3 หมื่นบาท
บันทึกไว้เป็นเกียรติ/ "ยุภา กุญชร" ปลูกแตงโมเงินล้าน หลังการทำนา (ตอนที่ 1)
เทคนิคการปลูกพริก เชิงพาณิชย์//บันทึกไว้เป็นเกียรติ