หน้าแรก | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเครือมติชน
วันที่ 15 ธันวาคม 2560
คอลัมน์ประจำ เทคโนฯ เกษตร ไม้ดอกไม้ประดับ เยาวชน-เทคโนโลยี เทคโนฯ ปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงสวยงาม เทคโนฯ ประมง การตลาด-แปรรูป ภูมิปัญญาไทย จิปาถะ


สัตว์เลี้ยงสวยงาม / เต่าซูคาต้า กิ้งก่าทะเลทราย อีกัวน่า งูบอล สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน
สัตว์เลี้ยงสวยงาม
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557
อ่าน 10,295 ครั้ง
พิมพ์


...เต่าซูคาต้า อายุยืน เชื่อง เลี้ยงง่าย พูดถึง เต่า หลายคนอาจจะนึกถึง เต่านา ที่มีอยู่ทั่วไปในบ้านเรา แต่วันนี้จะพาไปดูเต่าที่นำมาเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน นั่นคือเต่าซูคาต้า ซึ่งเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองมาจาก เต่ายักษ์กาลาปากอส และเต่าอัลดาบรา

 เต่าชนิดนี้ โตเต็มที่ยาวได้มากกว่า 36 นิ้ว หรือ 3 ฟุต น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม และก็เช่นเดียวกะเต่าทั่วไปคือ มีอายุยืนยาวกว่า 100 ปี

และหากพูดกันถึงอายุขัย ใครที่เลี้ยงเต่าไว้เป็นเพื่อน ดูแลดีๆ สุขภาพดีๆ เป็นไปได้มากว่า เจ้าของอาจจะเสียชีวิตก่อนเต่า  และส่งมอบสัตว์เลี้ยงตัวนี้เป็นมรดกไปสู่ลูกหลานได้

คุณพิริยะ ศุขพัฒน์ เจ้าของฟาร์มเรปไทล์ไฮโซ มีงานประจำเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ และเลี้ยงเต่าซูคาต้าเป็นงานอดิเรก จนกระทั่งขยายพันธุ์จำหน่ายได้

อาหารหลักของเต่าซูคาต้าก็คือ ผัก หญ้า เช่น กวางตุ้ง ผักบุ้ง ใบหม่อน ใบยอ หญ้ามาเลย์ แต่คุณพิริยะว่าไม่ควรให้กินผลไม้ เพราะอาจจะทำให้เกิดโปรโตซัวในร่างกายเต่า

หลักสำคัญของการเลี้ยงเต่าชนิดนี้ก็คือ ต้องได้รับแสงแดดสม่ำเสมอ ซึ่งควรเป็นแดดตอนเช้า และควรมีร่มเงาให้เต่าได้หลบด้วย

เนื่องจากเป็นเต่าทะเลทราย จึงอดอาหารได้เป็นเวลาหลายวัน อีกทั้งไม่ต้องการน้ำมาก

คุณพิริยะ เล่าว่า เลี้ยงมาประมาณ 4-5 ปีแล้ว เนื่องจากชอบสัตว์เลื้อยคลาน อีกทั้งเต่าซูคาต้าเลี้ยงง่าย หลังจากเลี้ยงเองเล่นๆ ต่อมาจึงเริ่มเพาะขยายพันธุ์ ซึ่งคุณพิริยะบอกว่าเต่าชนิดนี้มีช่วงผสมพันธุ์คือปลายฝนต้นหนาว ราวเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม

จากนั้นจะวางไข่ครั้งละประมาณ 20 ฟอง ซึ่งคุณพิริยะก็จะนำเข้าตู้อบ ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส ความชื้น 80-90 เปอร์เซ็นต์     

ไข่ ใช้เวลา 90 วัน และเลี้ยงต่อไปอีก 2-3 เดือน จนได้ขนาด 2-3 นิ้ว ก็นำออกจำหน่ายได้ เฉลี่ยเริ่มต้น ตัวละ 3,500  บาท

 

เต่าอัลดาบรา สีดำไข่มุก แห่งเกาะเซเชลส์

เต่าอีกชนิดหนึ่งที่คุณพิริยะเลี้ยงก็คือ เต่าอัลดาบรา เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเต่ายักษ์กาลาปากอส เป็นเต่าที่มีถิ่นกำเนิดที่หมู่เกาะเซเชลส์ ในมหาสมุทรอินเดีย

เต่าอัลดาบรา มีขนาดโตเต็มที่ได้ถึง 1 เมตร 50 เซนติเมตร เป็นเต่าที่มีลักษณะสวยงาม จนได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งหมู่เกาะเซเชลส์

และชื่อของเต่าตัวนี้ก็ตั้งขึ้นตามชื่อของเกาะที่เป็นถิ่นกำเนิด คือ เกาะอัลดาบรา

คุณพิริยะ นำเข้าเต่าตัวนี้มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากยังไม่มีการเพาะเลี้ยงในเมืองไทย และยังมีราคาแพงมาก

ถ้าเทียบกับเต่าซูคาต้า ที่เริ่มมีแพร่หลายแล้ว ราคาขึ้นกับขนาดตัว เฉลี่ยนิ้วละ 1,000 บาท แต่หากเป็นเต่าอัลดาบรา ขายกันถึงนิ้วละ 10,000 บาท

คุณพิริยะ บอกว่า เต่าอัลดาบรา เลี้ยงไม่ยาก กินผัก ใบไม้ทั่วไป เช่นเดียวกับเต่าซูคาต้า และที่สำคัญจะต้องได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเต่าจะสามารถดูดซึมแคลเซียมที่กินเข้าไปได้ ต่อเมื่อได้รับแสง ยูวี บี ที่มีอยู่ในแสงแดด เพื่อกระบวนการเผาผลาญแคลเซียม

และมีคำแนะนำอีกนิดหน่อยคือ ต้องพาไปอยู่ในน้ำตื้นๆ ทุก 2-3 วัน และอาจพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อถ่ายพยาธิทุกปี

การที่เต่าเป็นสัตว์เลี้ยง ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ไม่ส่งเสียงดัง เลี้ยงได้แม้กระทั่งอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อีกทั้งปัจจุบันมีลูกค้าให้ความสนใจทุกเพศทุกวัย

เต่าอัลดาบรา เป็นสัตว์ที่อยู่ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือไซเตส แต่อยู่ในบัญชีสองที่ให้ค้าขายได้ แต่ต้องอยู่ในความควบคุม ซึ่งผู้ที่จะนำเข้าหรือเพาะขยายพันธุ์จำหน่าย จะต้องได้รับการอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 

กิ้งก่าทะเลทราย เชื่อง ไปไหนไปกัน

สัตว์เลื้อยคลานอีกชนิดหนึ่งที่คุณพิริยะเลี้ยงก็คือ เบี้ยดดราก้อน หรือกิ้งก่าทะเลทราย เป็นสัตว์เลื้อยคลานอีกชนิดหนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น

กิ้งก่าทะเลทราย หรือเบี้ยดดราก้อน เป็นสัตว์ที่พบมากในประเทศออสเตรเลีย ในธรรมชาติจะอยู่บริเวณทะเลทรายและสภาพพื้นที่ปกคลุมด้วยไม้พุ่มเตี้ย

ชื่อของ เบี้ยดดราก้อน ก็ได้มาจากเวลาที่มันป้องกันตัว หรือขู่ หรือเวลาผสมพันธุ์ แผงที่คอจะขยายขึ้นคล้ายกับเคราของคน  ซึ่งก็มีอยู่ในทั้งตัวผู้และตัวเมีย

เบี้ยดดราก้อน เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ และแน่นอนว่าจะต้องชอบสัตว์เลื้อยคลานเป็นทุนเดิม ซึ่งคุณพิริยะบอกว่า ผู้ที่เลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เลี้ยงอยู่ชนิดเดียว แต่จะเลี้ยงหลากหลายชนิด

เบี้ยดดราก้อน จะมีลักษณะพิเศษที่ผู้เลี้ยงหลงใหลคือ เป็นสัตว์ที่เชื่องมาก จนกระทั่งผู้เลี้ยงสามารถให้เกาะบ่า พาไปเที่ยวได้เลย

เบี้ยดดราก้อน โตเต็มที่ได้ถึง 15 นิ้ว และสามารถออกไข่ได้หลายครั้งใน 1 ปี โดยออกไข่ครั้งละ 20-30 ฟอง

โดยใช้เวลาในการฟักไข่ 50-60 วัน ซึ่งอุณหภูมิการฟักไข่ที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง 27-29 องศาเซลเซียส

อาหารของเบี้ยดดราก้อนมีทั้งสัตว์และพืช สัตว์ก็อาจจะเป็นจิ้งหรีด หรือหนอนนก ส่วนพืชก็ได้แก่ผักเกือบทุกชนิด ผักบุ้ง กวางตุ้ง หรือหญ้าอะไรก็กินได้หมด

ส่วนพื้นที่เลี้ยง อาจเป็นขอนไม้ กิ่งไม้ ปูพื้นด้วยวัสดุที่ดูแลง่าย อย่าง หนังสือพิมพ์ หรือทราย แต่ไม่ควรใช้หญ้า หรือวัสดุที่อมความชื้น เนื่องจากจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย นอกจากนี้ ยังสามารถอยู่ได้ในกรงที่มีอากาศถ่ายเท

การเลี้ยงเบี้ยดดราก้อนสิ่งสำคัญประการหนึ่งคือ ต้องนำออกมาผึ่งแดดอ่อนๆ อย่างน้อย 15-20 นาที หรือถ้าเลี้ยงในบ้านก็อาจจะต้องใช้หลอดไฟ ยูวี ช่วย

สำหรับใครที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่ เลขที่ 208/10 ซอยรามอินทรา 19 แยก 21 ถนนรามอินทรา  บางเขน กรุงเทพฯ 10220 โทร. (082) 522-5556 และ (081) 432-0100 หรืออาจเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ www.reptilehiso.com  

ส่วนสัตว์เลื้อยคลานตัวอื่นๆ อย่าง เวล คาเมเลี่ยน อีกัวน่า และงูหลามบอล หรือบอลไพทอน ติดตามได้ในตอนที่ 2 ปักษ์หน้าค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

อ่าน 10,295 ครั้ง
พิมพ์

ภาพที่เกี่ยวข้อง










ข่าวยอดนิยม
ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ หมาใหญ่ หัวใจอ่อนโยน
อัพเกรดไก่แจ้ขึ้นฟาร์ม จากไก่วัดสู่ไก่สวยงาม
ปากขอ พันธุ์ใหญ่ ราคาดี ไม่มีตก
ไก่พม่าง่อน ส.ตรัยเพชร ฟาร์ม ราชบุรี ฟอร์มดี ไม่มีตก
สัตว์เลี้ยงสวยงาม/กิ๊บเก๋กับชื่อน้องหมา