เครย์ฟิช กุ้งไม่ธรรมดา ยังเลี้ยงได้ และยังขายดี

อีกชื่อของกุ้งเครย์ฟิช ที่คนเรียกติดปากกันคือ กุ้งโกสต์

กุ้งโกสต์ เป็นกุ้งสองสีหรือสามสี ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนนิ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Procambarus Clakii Ghost เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ย่อยของกุ้งเครย์ฟิช (Crayfish)

คุณพิศิษฐ์ เหล่าอิทธิพร

ตลาดซื้อขายกุ้งโกสต์ ก็ไม่ใช่ตลาดกลุ่มเล็กๆ อย่างที่เข้าใจ แต่เพราะตลาดซื้อขายไม่ได้โจ๋งครึ่มกันมาก มีการซื้อขายทางออนไลน์มากกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มที่ตั้งขึ้นผ่านเฟซบุ๊ก

คุณพิศิษฐ์ เหล่าอิทธิพร หรือ คุณบอย เป็นหนึ่งในผู้สนใจเพาะเลี้ยงกุ้งโกสต์ ซึ่งแม้จะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงได้ไม่นาน แต่ก็สามารถเพาะลูกกุ้งและขายผ่านตลาดออนไลน์ตามกระแสมาแล้ว

หม้อดิน สำหรับเพาะลูกกุ้ง

ช่วงที่กุ้งโกสต์เริ่มเป็นที่นิยม ประกอบกับคุณพิศิษฐ์เองไปเห็นกุ้งโกสต์ของญาติที่ต่างจังหวัด เพราะสีสันที่สะดุดตา ทำให้หลังจากนั้นคุณพิศิษฐ์เริ่มศึกษาจริงจังอย่างละเอียดทุกขั้นตอนของการเลี้ยง ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อตู้เลี้ยง ซื้อกุ้ง โดยเลือกจากสีที่ชอบ

“กุ้งโกสต์ขายได้ตั้งแต่ลงเดิน หมายถึงไซซ์ขนาด 1 เซนติเมตร (5-7 วัน หลังจากออกจากท้องแม่) ในราคา 200-400 บาท ทั้งที่ยังไม่เห็นสีของกุ้งชัดเจน แต่ผู้ขายก็สามารถการันตีจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผู้ขายซื่อสัตย์กับผู้ซื้อ”

ไซซ์นี้ ขายได้ 200-400 บาท ต่อตัว

ความสวยงามที่ดึงดูดให้คนสนใจเลี้ยงกุ้งโกสต์ ส่วนใหญ่เริ่มจากสีสันของกุ้งที่สดใส ซึ่งเรื่องนี้ คุณพิศิษฐ์ บอกว่า ขึ้นกับการให้อาหาร ถ้าต้องการให้สีกุ้งสด ก็ควรให้อาหารสด เช่น หนอนแดง เพรียงทะเล ไรทะเล หรือกุ้งฝอยต้ม แต่ถ้าเลี้ยงกุ้งด่าง อาจไม่ต้องการให้สีของกุ้งสดมาก ก็ควรให้เป็นอาหารเม็ด หรือสาหร่ายหางกระรอก สาหร่ายทะเล จะได้สีออกมาซีดๆ ด่างๆ ตามสีเดิมของกุ้ง ซึ่งกุ้งเป็นสัตว์กินน้อย ควรให้อาหารวันละครั้งก็เพียงพอ

แบ่งเลี้ยงช่องละ 1 ตัว ป้องกันการสูญเสีย เมื่อกุ้งลอกคราบ

การเลี้ยงกุ้งโกสต์ ควรแบ่งพื้นที่เลี้ยงช่องละ 1 ตัว เพื่อป้องกันการสูญเสีย กรณีที่กุ้งลอกคราบ

กุ้งลอกคราบ แสดงให้เห็นว่า กุ้งเจริญเติบโต เพิ่มขนาดขึ้น ขณะที่กุ้งลอกคราบ กุ้งจะอ่อนแอ เนื้อนิ่ม ไม่มีเกราะป้องกันอันตรายจากภายนอก หากมีกุ้งอีกตัวอยู่ด้วยกัน อาจเข้าไปกัดกินกุ้งที่กำลังลอกคราบตาย

ไซซ์นี้ สีออกชัดแล้ว

“กุ้งลอกคราบเป็นเรื่องดี เพราะกุ้งจะเพิ่มขนาดขึ้น แต่โอกาสสูญเสียก็มี เพราะหากกุ้งลอกคราบไม่สำเร็จ สะบัดคราบไม่หลุด อาจตายคาคราบที่กำลังลอก เรียกว่า ลอกคราบไม่ผ่าน หรือบางกรณีที่กุ้งลอกคราบ แต่อวัยวะมาไม่ครบ เช่น ก้ามไม่ลอกออกมาด้วย ก็จะกลายเป็นกุ้งโกสต์ก้ามเดียว แม้จะรอด แต่ก็ไม่สวย ก้ามที่ไม่ลอกคราบมาด้วยจะเริ่มงอกขึ้นมาใหม่ แต่จะไม่งอกออกมาให้เห็น จนกว่าจะมีการลอกคราบใหม่อีกครั้ง จึงจะโผล่ออกมา อย่างไรก็ตาม ก้ามที่งอกออกมาใหม่ก็จะมีขนาดเล็กกว่าก้ามเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งไม่มีผลอะไรต่อการขยายพันธุ์ ถ้าพิจารณาจากความสวยก็ถือว่ากุ้งไม่สวย อาจขายไม่ได้ราคา”

การลอกคราบของกุ้ง ตัวเล็กก็ลอกคราบถี่ และระยะเริ่มห่างออกไปตามอายุของกุ้ง

ใช้พื้นที่เลี้ยงไม่มาก

พื้นที่สำหรับเลี้ยงกุ้งโกสต์ คุณพิศิษฐ์ บอกว่า ถ้าให้ดีควรมีออกซิเจน หรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็ไม่เป็นอะไร เพราะกุ้งโกสต์ในต่างประเทศก็มีอยู่ตามธรรมชาติ เพียงแต่กุ้งโกสต์เป็นกุ้งที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศที่มีสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิน้ำไม่ควรเกิน 25 องศาเซลเซียส บางฟาร์มที่ดูแลดีจริงๆ อาจเลี้ยงในห้องปรับอากาศเพื่อรักษาอุณหภูมิ และควรพักน้ำไว้ 2-3 วัน ใส่เกลือในน้ำที่พักไว้ และวัดค่า pH ของน้ำให้มีค่าอยู่ระหว่าง 6.0-7.0

สถานที่เลี้ยงกุ้ง กรณีที่เลี้ยงใส่ตู้ ขนาดที่เหมาะสม ควรมีหน้ากว้าง 8 นิ้ว สูง 10 นิ้ว ลึก 10 นิ้ว เพื่อให้กุ้งมีพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย เดินไปมาได้ การทำที่เลี้ยงทรงสูง เพราะป้องกันไม่ให้สัตว์อื่นหรือกุ้งข้างเคียง เข้าไปกัดเมื่อกุ้งลอกคราบ

กุ้งที่สามารถผสมพันธุ์ได้ ต้องมีขนาด 2.5 นิ้วขึ้นไป

การผสม ผู้เลี้ยงต้องการลูกกุ้งสีใด ก็ให้เลือกจากสีของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ 1 ตัว สามารถผสมแม่พันธุ์ได้มาก ขึ้นกับดุลยพินิจของผู้เลี้ยง

ปล่อยให้พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไว้ด้วยกัน ประมาณ 30-60 นาที กุ้งจะผสมกันเอง เมื่อสังเกตเห็นกุ้งแยกออกจากกันก็จับพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์ออกไปไว้ตู้เลี้ยงอีกตู้ วันถัดไป ให้จับมาผสมกันได้อีก กี่วันก็ได้ตามต้องการ ซึ่งการผสมติดแล้วหรือไม่ สังเกตได้จากบริเวณปลายหางถึงท้องกุ้ง หากมีฝ้าขาวๆ ขึ้น แสดงว่าผสมติดแล้ว ซึ่งฝ้านี้อาจจะขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการผสม หรือเกิดขึ้นหลังจากผสมแล้วกี่วันก็ได้ ฝ้าที่ขึ้นให้เห็นหนามากเท่าไรแสดงว่าเปอร์เซ็นต์การผสมได้ผลดีมากเท่านั้น

สำหรับประเทศไทย ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม เป็นช่วงผสมที่เหมาะสม เพราะสภาพอากาศเย็น

คุณพิศิษฐ์ บอกว่า เมื่อมั่นใจว่าเปอร์เซ็นต์การติดหลังผสมมาก ให้นำแม่พันธุ์ที่ได้รับการผสมไปไว้ในอ่างดินเผา ใช้อ่างดินเผาเพราะเป็นวัสดุที่เก็บความเย็นได้ดี จากนั้นใส่ใบหูกวางหรือสาหร่ายหางกระรอกไว้ ควรหาฝาปิด ป้องกันการรบกวน และไม่ควรรบกวนกุ้ง ควรปล่อยให้กุ้งอยู่เงียบๆ อาจแง้มดูได้บ้าง เพราะเมื่อกุ้งถูกรบกวนจะสลัดไข่ทิ้ง หรือกินลูกกุ้ง

“ถ้าเราแง้มดู เห็นไข่กุ้งเมื่อไร นับไปอีกประมาณ 25 วัน ก็จะได้ลูกกุ้งลงเดินแล้ว”

กรณีแม่กุ้งสมบูรณ์มาก อาจได้ลูกกุ้ง 400-500 ตัว แต่ถ้าแม่กุ้งสลัดทิ้ง กินไข่ อาจไม่ได้เลยหรือได้ลูกกุ้งไม่ถึง 100 ตัว และในจำนวนที่รอด อาจเจริญเติบโตถึงวัยที่ขายได้ไม่ถึงร้อยละ 50

หลังกุ้งลงเดิน หรือไซซ์กุ้ง 1 เซนติเมตร จากนั้นกุ้งจะลอกคราบและเจริญเติบโตเร็วมาก เมื่อกุ้งลงเดิน ควรแยกกุ้งออกจากแม่ อาจจะเลี้ยงรวมกันก่อน เมื่อกุ้งเริ่มโตก็ควรแยกตู้เลี้ยง

ความสะอาดของตู้เลี้ยงก็จำเป็น ควรหมั่นสังเกตตัวกรอง นำออกมาล้างและดูดขี้กุ้งที่ก่อให้เกิดสิ่งสกปรกภายในตู้ออก หากปล่อยทิ้งไว้โอกาสเกิดโรคในตู้เลี้ยงมีสูง

คุณพิศิษฐ์ ทิ้งท้ายไว้ว่า กุ้งโกสต์ในปัจจุบันยังคงได้รับความนิยม แม้ว่าราคาซื้อขายจะตกลงมาบ้าง แต่ก็มีผู้เลี้ยงหน้าใหม่ที่สนใจเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งหากใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ คุณพิศิษฐ์ เหล่าอิทธิพร ซอยด่านสำโรง ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ โทรศัพท์ (089) 994-8484

บทความก่อนหน้านี้กล่มแปรรูปหวาย เมืองพิมาย สร้างงานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
บทความถัดไป“ไทบ้านฟาร์มเมอร์” กาฬสินธุ์ แนะเทคนิคปลูกผักต้นทุนต่ำ ทำกำไรสูง