ฟาร์มไก่ชนประเสริฐ ปั้นไก่ชนเลือดนักสู้ อาชีพเสริม หนุ่มสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง

จะว่าไป กีฬาชนไก่ ก็ยังไม่หมดไปจากความนิยมในกีฬาพื้นบ้านของประเทศไทยไป แม้ว่าสภาพแวดล้อมมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วก็ตาม ยังคงมีฟาร์มไก่ชนให้เห็นกันอยู่ทั่วทุกภูมิภาค

ที่อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เรียกได้ว่าเป็นจังหวัดในภาคกลางที่มีความอุดมสมบูรณ์ของวิถีเกษตรกรรมมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีความเจริญรุ่งเรืองของเมืองในอดีต และแน่นอนกีฬาชนไก่ย่อมไม่หมดไปจากจังหวัดนี้ ซึ่งปัจจุบัน ระบบการส่งน้ำโดยคลองชลประทานจังหวัดอ่างทอง จัดเป็นระบบชลประทานที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย

คุณสันติ จันทร์สถานนท์

คุณสันติ จันทร์สถานนท์ หนุ่มใหญ่ รับราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ผู้ดูแลการต่อยอดและส่งเสริมด้านการตลาดให้กับเกษตรกรหลายรายในพื้นที่ เมื่องานประจำว่างเว้น ก็ใช้เวลาในวันหยุด สร้างความสุขและหารายได้เสริมให้กับอาชีพข้าราชการ โดยหยิบยกความถนัดของตนเองมาเป็นที่ตั้ง

กีฬาชนไก่ ที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีต ยาวนานมาถึงปัจจุบัน จึงเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดมาถึงรุ่นของคุณสันติ ที่มีคุณตา เลี้ยงไก่ชน เพื่อกีฬาชนไก่

“30 กว่าปีที่แล้วได้ครับ ที่ผมเห็นคุณตาเลี้ยงไก่ชน ทำไก่ชน มีคนมาซื้อ ผมเองชอบตามประสาเด็ก ได้สัมผัสใกล้ชิด ได้จับ ได้เล่น รู้สึกชอบมาตั้งแต่เด็ก และช่วยคุณปู่จัดการในทุกๆ เรื่องของไก่ชนเท่าที่ทำได้ ความรู้และเทคนิคการดูแลไก่จึงซึมซับมาที่ผมมากพอสมควร”

คุณสันติ เล่าว่า จากรุ่นคุณตา ก็ถ่ายทอดมาถึงคุณพ่อ และมาถึงคุณสันติ ซึ่งทำงานประจำเป็นข้าราชการ และหากจะทิ้งไปก็ทำได้ เพราะความชอบส่วนตัวที่ฝังมาตั้งแต่วัยเยาว์ จึงคิดจะสานต่อธุรกิจที่ครอบครัวทำไว้

เดิมรุ่นคุณตา เลี้ยงเป็นไก่ชนพื้นบ้าน ขายไก่ชนพื้นบ้านของไทย ต่อเมื่อมีการพัฒนาสายพันธุ์ ไก่ชนก็เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาด้วย

“สมัยก่อนเราก็มีแค่ไก่ชน ที่เรียกกันว่า ไก่เชิง เอาไว้ใช้ในกีฬาชนไก่ เมื่อมีการพัฒนาสายพันธุ์ เราเองเห็นว่า ไก่เราเป็นไก่เชิงก็อยากพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นไก่ชนที่มีความเก่ง เหมาะสำหรับชนไก่ จึงนำเลือดป่าก๋อยเข้ามาผสม”

13 ปีแล้ว ที่คุณสันตินำสายพันธุ์ป่าก๋อยเพศผู้เข้ามาผสมกับไก่เชิงเพศเมีย เพื่อให้ได้ลูกไก่ที่มีความเข้มข้นในเชิงตีมากขึ้น โดยคุณสันติอธิบายว่า ไก่เชิงที่มีคุณลักษณะเด่นของไก่ไทยคือ มุด มัด เข้าปีก แต่สายพันธุ์ป่าก๋อยมีความโดดเด่นที่เราไม่มีเข้ามาเติม คือ กัด ทุบ และที่สำคัญมีเบอร์แข้งที่หนัก (ตีหนัก) มากขึ้น เมื่อผสมกัน จึงได้ลูกที่รวมไว้ซึ่งลักษณะเด่นของทั้งสองสายพันธุ์

การคัดเลือกแม่พันธุ์ คุณสันติจะคัดจากภายในฟาร์ม โดยเลือกแม่พันธุ์ที่ให้ลูกดก และมีเพศผู้ในคอกเดียวกัน มีลักษณะโครงสร้างและชั้นเชิงดี เป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่า แม่พันธุ์ตัวนี้จะให้ลูกที่มีลักษณะดีเหมือนเพศผู้ในคอกเดียวกัน เพื่อให้ลูกออกมาแล้วมีลักษณะการชนเก่งเหมือนเพศผู้ในคอกเดียวกันกับแม่พันธุ์ จากนั้นจึงคัดพ่อพันธุ์จากฟาร์มภายนอกที่มั่นใจนำเข้ามาผสม

การผสมก็ปล่อยให้ผสมตามธรรมชาติ เมื่อผสมแล้วแม่พันธุ์ออกไข่และฟักไข่เองตามธรรมชาติ ไม่นำเข้าตู้ฟัก โดยคุณสันติให้เหตุผลว่า การนำไข่เข้าตู้ฟัก โอกาสที่ได้ลูกไก่พิการมีสูง จึงปล่อยให้ธรรมชาติดูแล ซึ่งไก่ชนในธรรมชาติจะดูแลตัวเองได้ดี โดยไม่ต้องนำเทคโนโลยีใดเข้าไปช่วย

เมื่อแม่พันธุ์ฟักไข่ออกมาแล้ว การเลี้ยงลูกไก่ก็ปล่อยตามธรรมชาติเช่นกัน

การเลี้ยงในลักษณะนี้ คุณสันติ บอกว่า เป็นการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติ เพราะยังคงต้อนเข้าเล้า และมีโรงเรือนเป็นล็อกแยก ไม่ได้ปล่อยรวมทั้งหมดพร้อมกัน

ทุกคอกที่ได้มา ในไก่เพศเมียจะแยกเลี้ยงไว้ เมื่อได้ขนาดที่พอเหมาะ น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัมขึ้นไป จะขายแยกเป็นไก่แกง ได้ราคากิโลกรัมละ 120 บาท ส่วนเพศผู้ เลี้ยงไว้เพื่อจำหน่ายเป็นไก่ชนเท่านั้น

ในแต่ละวัน คุณสันติจะใช้เวลาในตอนเช้าสำหรับให้น้ำและอาหาร จากนั้นไปทำงาน กลับมาในตอนเย็นจะให้อาหารไก่อีกครั้ง แล้วจึงต้อนเข้าโรงเรือน โดยสิ่งสำคัญที่สุดของการดูแลไก่ชน คุณสันติบอกว่า อยู่ที่การดูแลสุขภาพไก่ให้แข็งแรง เพราะโดยพื้นฐานและสายเลือดที่พัฒนามา มีความแข็งแรงอยู่แล้ว แต่เพิ่มความแข็งแรงให้ด้วยการทำวัคซีนทุก 3 เดือน เป็นประจำ เป็นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมาการดูแลไก่แบบนี้ ไม่เคยสร้างปัญหาเรื่องโรคระบาดภายในฟาร์มเลย

“ความจริง ไก่ที่แข็งแรง ไม่ควรป่วย ซึ่งโอกาสป่วยของไก่ที่พบได้บ่อย เกิดจากการถูกยุงกัด เราจึงทำโรงเรือนที่มีมุ้งปิดรอบด้านไว้ พอเย็นถึงเวลาไก่เข้าโรงเรือน ก็นำมุ้งที่พับเก็บปล่อยมาปิดโรงเรือน ป้องกันไม่ให้ยุงกัดไก่ โอกาสไก่ป่วยจึงเกิดได้ยาก”

สำหรับอาหาร คุณสันติเลือกเป็นข้าวเปลือกผสมอาหารหมูอ่อน เพราะมีโปรตีนสูงมากพอสำหรับไก่ทุกไซซ์ ไม่จำเป็นต้องเลือกอาหารเสริมอื่นให้กับไก่อีก ยกเว้น เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจทำให้ไก่ป่วย ก็ให้นำวิตามินผสมน้ำให้ไก่กิน เป็นการป้องกันไว้ก่อน

ในการทำความสะอาดคอกหรือโรงเรือน คุณสันติเลือกทำสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากต้องทำงานประจำ จึงมีเวลาในวันหยุดสัปดาห์ละครั้ง แต่โรงเรือนก็ไม่สกปรกอะไร เนื่องจากเป็นการเลี้ยงไก่แบบปล่อยตามธรรมชาติ ไก่จะออกไปคุ้ยเขี่ยข้างนอกมากกว่าอยู่ในโรงเรือนอยู่แล้ว

ปัจจุบัน พ่อพันธุ์ของฟาร์ม มีเพียง 4 ตัว ซึ่งอาจเพิ่มจำนวนมากขึ้น ตามความเห็นของคุณสันติที่จะเพิ่มพ่อพันธุ์ โดยซื้อเข้าจากฟาร์มอื่น ส่วนแม่พันธุ์ คุณสันติคัดจากแม่ไก่ภายในฟาร์มของตนเอง เพื่อต้องการรักษาคุณลักษณะเด่นของฟาร์มไว้ ซึ่งตอนนี้มีแม่พันธุ์มากถึง 15 ตัว ส่วนลูกไก่ทุกวัยคละกัน เฉลี่ย 300-400 ตัว ต่อวัน

เมื่อถามถึงการขาย คุณสันติบอกเลยว่า ขายเป็นไก่ชนเท่านั้น และคัดไว้เฉพาะเพศผู้ ส่วนเพศเมียขายเป็นไก่แกงไปทั้งหมด

“ราคาขายของผม ไก่รุ่นอายุราว 7 เดือนขึ้นไป ราคาขายอยู่ที่ 2,000 บาท เท่ากันหมดทุกตัว ไม่ว่าโครงสร้าง ลักษณะ หรือการตีเป็นอย่างไร ราคาก็เท่ากัน อยู่ที่ลูกค้าว่าต้องการตัวไหน เลือกอย่างไร และก่อนซื้อไป จะตีไก่หรือเตะไก่ให้ดูก่อน เพื่อตัดสินใจว่ารับหรือไม่รับ และยังลองเชิงไก่ได้ตามต้องการจนกว่าจะพอใจ”

เหตุที่เป็นเช่นนี้ คุณสันติอธิบายว่า เพราะขายเป็นไก่ชน และไม่มีเวลานำไก่ออกมาเช็ดน้ำ กาดแดด วิ่งสุ่ม วิ่งลู่ ตามที่การเลี้ยงไก่ชนต้องทำ จึงใช้วิธีขายราคาเท่ากันหมด ขึ้นอยู่กับการเลือกของลูกค้า หากถูกใจก็รับไป ไม่ถูกใจก็เลือกใหม่จนกว่าจะพอใจ ส่วนไก่ที่มีอายุต่ำกว่า 7 เดือน คุณสันติจะขายออกไปคู่ (เพศผู้คู่) และราคาอยู่ที่ 2,000-4,000 บาท แล้วแต่อายุของไก่

ที่ผ่านมา ลูกค้ารู้จักฟาร์มไก่ชนประเสริฐ ผ่านปากต่อปาก และจากระยะเวลาที่ทำฟาร์มไก่ชนเพื่อขาย ก็ยาวนานเกือบ 30 ปี ทำให้ความน่าเชื่อถือของคุณภาพไก่ชนจากฟาร์มนี้เป็นที่ยอมรับ

ลูกค้าประจำของฟาร์มไก่ชนประเสริฐ มีอยู่ทั่วประเทศไทย การขนส่งไก่ใช้บริการรับจ้างรับส่งไก่ทั่วประเทศ ค่าใช้จ่ายการขนส่งลูกค้าเป็นผู้ออก หากลูกค้าเดินทางมาดูไก่ด้วยตนเอง แล้วรับไก่ไปเองได้ก็จะเป็นการดี อย่างไรก็ตาม ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจในลูกค้าที่บอกกันปากต่อปาก ทำให้ฟาร์มไก่ชนประเสริฐ ของคุณสันติเป็นที่รู้จัก ปัจจุบัน การติดต่อเพื่อชมไก่ชนของฟาร์มจึงมีเพียงการโทรศัพท์เพื่อนัดเข้าชมเท่านั้น ไม่ได้มีสื่อออนไลน์ชนิดอื่นช่วยในการจำหน่ายเลย

ท่านใดสนใจ ติดต่อได้ที่ คุณสันติ จันทร์สถานนท์ โทรศัพท์ 085-511-1315 ฟาร์มไก่ชนประเสิรฐ ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง

บทความก่อนหน้านี้“ต้นแค” ผักพื้นบ้านปลูกง่าย ต้านหนาว เป็นไข้หัวลม ต้องกินแกงส้มดอกแค