“สมอไทย” สมุนไพร 2 พันปี ทางเลือกฆ่าเซลล์มะเร็ง!

สมอไทย เป็นสมุนไพรเก่าแก่ตัวหนึ่งของโลกทีเดียว ถือเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้แพร่หลายมากที่สุดมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว นับได้กว่า 2,500 ปี และเป็นผลไม้ที่หาง่าย มีอยู่ดกดื่นตามเขตป่าร้อนชื้น และป่าเบญจพรรณทั่วไปทั้งในอินเดียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย

สมอไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Terminalia chebula Retz. ชื่ออื่นๆ ว่า มาแน่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) สมออัพยา (ภาคกลาง) หมากแน่ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) สมอเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มีใบใหญ่ปลายใบแหลม มีดอกเล็กๆ เป็นฝอยเหมือนดอกหูกวาง ออกลูกเป็นพวง ลูกกลมมีเหลี่ยม ใช้กินเป็นผักจิ้มและผลไม้ได้

สมอไทย เป็นผลไม้ยอดนิยมของพระมาแต่ไหนแต่ไร เพราะมีพุทธานุญาตให้พระสงฆ์ฉันลูกสมอได้หลังเพล โดยทรงแนะให้ดองลูกสมอในน้ำมูตร (น้ำปัสสาวะ) เพื่อฉันเป็นยารักษาสุขภาพ โดยปกติสมอไทยเป็นยาระบายที่ดี ไม่เสาะท้อง ไม่เป็นอันตรายต่อลำไส้และช่วยรักษาโรคริดสีดวง คนเราถ้ากินได้ถ่ายสะดวก นอนหลับสบายก็ช่วยให้สุขภาพโดยรวมเป็นปกติสุข

มีผู้สังเกตว่าพระปฏิบัติที่ฉันสมอดองมักจะมีสุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณผ่องใสแม้ในวัยสูงอายุ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยไขรหัสลับของสมอไทยที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ นั่นคือ งานวิจัยศึกษาสารสกัดผลสมอไทย ในการออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ

พบว่าสมอไทย มีสารกลุ่มฟิโนลิกส์ (Phenolics) ได้แก่
กรดเคบูโลนิก (Chebulonic acid) ซึ่งสารกลุ่มนี้สามารถออกฤทธิ์อย่างแรงในการทำให้เซลล์มะเร็งหลายชนิดหยุดเติบโต (necrosis) และตาย พูดอย่างฟันธงก็คือมีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งได้นั่นเอง

เซลล์มะเร็งที่ใช้ในการทดลองคือ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งกระดูก นอกจากนี้ สารกลุ่มฟิโนลิกส์ยังมีฤทธิ์ชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่เรียกว่า lipid peroxidation หรือพูดง่ายๆ คือ ช่วยชะลอความชราได้ผลถึง ร้อยละ 89 ยิ่งไปกว่านั้นยังยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้ถึง ร้อยละ 92

มีคำถามว่า นอกจากลูกสมอไทยแล้วลูกสมอชนิดอื่นๆ ล่ะ สามารถต้านมะเร็งได้หรือไม่ จากการทดลองพบว่า ลูกสมอชนิดต่างๆ ที่อยู่ในสกุล Terminalia เช่น สมอเทศ สมอพิเภก สมองู สมอทะเล ก็มีสารกลุ่มฟิโนลิกส์ที่ใกล้เคียงกันกับของสมอไทย จึงสามารถออกฤทธิ์อย่างเดียวกันด้วย

ดังนั้น สมอไทย รวมทั้งสมออื่นๆ จึงเป็นสมุนไพรธรรมดาที่มีสรรพคุณไม่ธรรมดา จึงน่าจะชวนกันบริโภคสมุนไพรตัวนี้ในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำลูกสมอเข้มข้น สักวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 แก้ว เช้า-เย็น ก่อนอาหาร ก็จะได้สารสกัดมากพอที่จะยับยั้งและฆ่าเซลล์มะเร็งได้แล้ว หรืออาจจะรับประทานผงเนื้อลูกสมอไทยครั้งละ 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก่อนอาหารได้เช่นกัน แต่ถ้าต้องการรับประทานเพื่อเป็นยาระบายหรือเพื่อหวังผลต้านอนุมูลอิสระและชะลอความชรา ก็อาจจะลดปริมาณลงครึ่งหนึ่งก็ได้

และพิจารณาตามตำรายาไทยกล่าวไว้ว่า สมอไทยมีสรรพคุณเด่นด้านยาอายุวัฒนะ เพราะสมอไทยมีความพิเศษตรงที่ในลูกเดียวมีรสยาได้หลายรส รสยาหลักๆ ได้แก่ เปรี้ยว ฝาด หวาน ขม เผ็ด แต่ก็มีรสเค็ม และรสเมาแทรกด้วย ในทางยาไทยนั้นรสยาบ่งบอกถึงสรรพคุณของตัวยา การที่สมอไทยมีรสยาหลายรสจึงเท่ากับช่วยบำบัดรักษาโรคได้มากมาย และยังช่วยบำรุงร่างกายหรือช่วยให้ร่างกายมีความสมดุลที่ดีนั่นเอง ในตำรายาไทยจึงมักกล่าวว่า สมอไทยเป็นยาอันประเสริฐ และบันทึกไว้ว่า

“กินข้าวแล้วกินสมอไทยช่วยเจริญไฟธาตุ ช่วยกระเพาะอาหารเก่าให้บริสุทธิ์ ชำระมลทินในร่างกายให้บริสุทธิ์ เจริญอายุวรรณะ ทำให้เกิดปัญญา ให้เกิดกำลัง บำรุงสายตา แก้จักษุโรค ศีรษะโรค

กุฎฐโรค หฤทัยโรค ตระหนี่โรค แก้เสียงแหบเสียงแข็ง แก้บวมเดินเหินมิได้ แก้อาเจียน แก้หอบ แก้หวัด แก้ไข้ป่าท้องโร แก้ท้องขึ้นให้ขัดหนัก แล้วกลายเป็นคลุมโรคให้ขัดเบาแล้วให้กินอาหารไม่มีรส แก้โรคผอมเหลือง”

ในตำรายาอินเดียก็ถือว่า สมอไทย เป็นยาอายุวัฒนะขนานเอกไม่เป็นรองใคร มีตำนานเล่าขานกันว่า สมอไทยกำเนิดมาจาก พระอินทร์กำลังดื่มน้ำอมฤต บังเอิญน้ำอมฤตหยดหนึ่งหกลงมาพื้นโลก แล้วกลายมาเป็นต้นสมอไทย จึงมีผู้เรียกสมอไทยว่า โอสถทิพย์บ้าง ผู้ให้กำเนิดชีวิตบ้าง และชาวอินเดียต่างพยายามกินสมอไทยให้ได้วันละ 1 ลูก เป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

นอกจากวิธีที่แนะนำข้างต้น ลองวิธีโบราณนี้ดูก็ได้ โดยเอาลูกสมอไทย 1 ลูก แช่ในน้ำสะอาด 1 แก้ว แช่ไว้ 1 คืน ตื่นเช้ากินทั้งน้ำและเนื้อ เป็นยาบำรุงร่างกายขนานเอก โดยที่สมอไทยเป็นยาบำรุงที่พิเศษกว่ายาบำรุงอื่นๆ ที่มักจะบำรุงร่างกายแล้วก็ไปเพิ่มกำหนัดด้วย แต่สมอไทยไม่เป็นแบบนั้น ด้วยเหตุนี้กระมัง ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้สงฆ์สาวกฉันบำรุงร่างกาย แก้อ่อนเพลียได้

และยืนยันได้จาก มีพระพุทธรูปอยู่ปางหนึ่งชื่อ ปางทรงสมอ อันเป็นการย้ำว่าลูกสมอนั้นสำคัญขนาดไหน ขนาดพระบรมศาสดายังทรงเสวยเป็นยาสามัญประจำพระองค์ มาเดินตามรอยบาทพระพุทธเจ้าในการส่งเสริมสุขภาพด้วยการบริโภคสมอเป็นยาสามัญประจำตัวกันเถอะ.

บทความก่อนหน้านี้โรงเรียนบ้านหนองสะแก ท่าม่วง กาญจนบุรี ต่อยอดงบพัฒนาหมู่บ้าน ทำเกษตรในโรงเรียน
บทความถัดไป“ผักอินทรีย์” ตลาดโตไม่หยุด เลมอน ฟาร์ม ชวนปลูกผักป้อนตลาด “คนรักสุขภาพ”