“ผักปลัง” ผักสมุนไพรปลูกง่าย กินง่าย ลดพิษยาแผนปัจจุบันที่มีฤทธิ์ทำลายไต

“ผักปลัง” เป็นพืชผักที่หลายๆ คนรู้จัก แต่สมัยนี้ไม่แน่ใจนัก ว่าจะรู้จักกันมากหลายคน เป็นผักเก่าแก่ที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ คนเมื่อก่อนใช้ประโยชน์จากผักปลังหลายอย่าง นอกจากจะใช้เป็นอาหารแล้ว ยังใช้เป็นยา จะเรียกว่าสมุนไพร หรือยาพื้นบ้านก็คงได้ มีหลายครั้งที่ผักปลังเป็นที่รังเกียจกับผู้คน ถึงขั้นไม่ยอมแตะ ยิ่งให้กินนั้นอย่าพูดให้ได้ยินเลย เขามีเหตุผลและความเชื่อต่อกันมา…

โดยเฉพาะพี่น้องที่ “เล่นของ” หมายถึงไสยศาสตร์ ที่มีการใช้คาถาอาคม เครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าถ้าไปกินผักปลังแล้ว ของจะเสื่อม เป็นความเชื่อที่ปลูกฝังกันมา ในแวดวงคนเล่นของ สันนิษฐานพอได้ว่า เพราะผักปลังนั้น หมอไทยโบราณ ท่านใช้เป็นน้ำยาหล่อลื่น ทั้งกินทั้งทา สำหรับหญิงมีครรภ์ ตอนท้องก็ให้กินผักปลังเป็นอาหารกับข้าว ตอนจะคลอด ก็ตำคั้นเอาน้ำเมือกผักปลัง เป็นน้ำมัน น้ำยาทาช่องคลอด ให้คลอดเด็กออกมาง่ายๆ มันจะลื่นไหลคล่อง เพราะมีน้ำมันหล่อลื่น ไหลลื่นปรื๊ดๆๆ พวกเล่นของเขาถือว่า ผักปลังเป็นของไม่เป็นมงคล คงงั้นกระมัง

หลายคนที่รู้จัก ต้องนึกรักผักปลัง เพราะรู้ว่าผักปลัง เป็นผักที่มีประโยชน์ ปลูกง่าย มีดินอยู่ก้นกระถาง หรือข้างร่องปูนริมรั้ว ก็ปลูกขึ้นได้ มีรั้วให้เถาพันเลื้อย ออกยอด ออกดอก ให้ผล คนนำไปประกอบอาหารกินได้ ต้นหนึ่งเมื่อออกมาแล้ว จะแตกกิ่งก้านสาขามาก เลื้อยพันรั้ว หรือค้างขึ้น อยู่ได้นานหลายเดือน อาจเป็นปี ถ้ามีการหมั่นให้น้ำ ดูแล เพียงแต่อย่าให้ออกลูกออกผล จนแก่แห้งทั้งต้น คอยตัดคอยเด็ดเป็นประจำ ต้นแม่จะโตขึ้นเรื่อยๆ จะเจริญเติบโตให้ยอดให้ใบ ให้ดอก ทั้งปี รากผักปลังชอนไชหาอาหารตามร่องปูนที่แตกร้าวได้ด้วย

การขยายพันธุ์ที่นิยมกันมากคือ เพาะเมล็ด โดยเอาเมล็ดแก่ตากให้แห้ง เพาะกระบะทราย หรือหยอดลงถุงดินเล็ก รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อแตกต้นก็ย้ายปลูกตามที่ต้องการ หรือจะเอาเมล็ดไปหยอดที่ดินที่อยากให้ขึ้น ไม่กี่วันก็ได้ต้นผักปลัง หรือจะใช้วิธีตัดก้านกิ่งแก่ไปปักชำ ก็เป็นการขยายพันธุ์ผักปลังที่ทำกันได้ จะเป็นการต่ออายุต้นผักปลัง หรือขยับย้ายที่ให้ขึ้นใหม่ได้ ทำให้มีต้นผักปลังอยู่ข้างรั้ว กับเราตลอดไปตราบนานเท่านาน

ผักปลัง เป็นพืชในวงศ์ BASELLACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Basella alba Linn. หรือ Basella rubra Linn. เป็นพืชที่เจริญเติบโตในถิ่นเขตร้อน เอเชีย และแอฟริกา ในไทยมีอยู่ 2 ชนิด ชนิดต้นสีเขียว ใบเขียว ดอกขาว เรียก ผักปลังขาว

ชนิดต้น ใบ ดอก สีม่วงแดง เรียกผักปลังแดง ลักษณะต้นกลม อวบน้ำ ผิวเปลือกเกลี้ยง แผ่ใบหนาอวบน้ำรูปหัวใจ หรือรูปไข่ขอบขนาน ผิวใบมันเกลี้ยงเกลา ขนาดกว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 3-7 เซนติเมตร เมื่อบีบขยี้จะมีเมือกยางเหนียว สีใส ลื่นมือ

ส่วนดอกออกเป็นช่อ กลีบดอกสีขาว หรือขาวอมชมพู มีใบประดับเล็กๆ 2 ใบตามโคนช่อดอก กลีบดอกมีฐานดอกติดกัน ปลายกลีบคลี่แยกเป็น 5 กลีบ ผลหรือบางที่เรียกกันแบบชาวบ้านว่าเม็ดผักปลัง ออกเป็นช่อ เกิดจากการเจริญเติบโต ผสมพันธุ์ของดอก เป็นเม็ดกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 มิลลิเมตร สีเขียวสด เมื่อแก่เป็นสีเขียวเข้มแล้วกลายเป็นสีม่วงอมดำ ลักษณะเปลือกผลบาง นิ่ม เนื้อในมีเนื้อและน้ำสีม่วงอมดำ ดำแดง คล้ายน้ำหมึกปากกา แตกกระเด็นติดเสื้อผ้า เปื้อนได้สนิทใจคนรักซักผ้ามากนัก

สรรพคุณมากมาย ช่วยท้องผูก-ชูกำลัง

ในผักปลัง 100 กรัม หรือ 1 ขีด ให้พลังงาน 21 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม ฟอสฟอรัส 50 มิลลิกรัม แคลเซียม 4 มิลลิกรัม เหล็ก 1.5 มิลลิกรัม วิตามินเอ 9316 iu. วิตามินบีหนึ่ง 0.07 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.2 มิลลิกรัม วิตามินซี 26 มิลลิกรัม ไนอะซิน 1.1 มิลลิกรัม

ผักปลังเป็นสมุนไพรที่รู้จักกันมานาน ต้น กิ่ง ก้าน ใช้รักษาฝี แก้อาการปัสสาวะขัด แก้ท้องผูก ท้องอืด ลดไข้ ใบผักปลัง เป็นยาขับปัสสาวะ รักษาอาการอักเสบ รักษากลาก ดอกผักปลัง รักษาเกลื้อน รากแก้โรคมือเท้าด่าง แก้รังแค รักษาอาการพรรดึก หรืออุจจาระแข็ง ปวดแน่นท้อง ท้องเกร็ง ช่วยระบายท้องแบบอ่อนๆ ผลแก่ผักปลังแดง มีสารแอนโทไซยานิน ใช้เป็นสีผสมอาหาร แป้งทำขนมต่างๆ ได้หลายอย่าง

ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้าโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า “ผักปลัง” เป็นผักพื้นบ้านที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่มพรีไบโอติกส์ ช่วยเรื่องการขับถ่ายให้ดีขึ้น กำจัดสารพิษ เหมาะกับการล้างพิษทำดีท็อกซ์แบบธรรมชาติ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ปรับปฏิกิริยาภูมิแพ้ ลดคอเลสเทอรอล ช่วยบำรุงร่างกาย ลดความดันโลหิตสูง ทำให้เจริญอาหาร ช่วยรักษามะเร็งลำไส้ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เป็นสมุนไพรปกป้องกระเพาะอาหารตับและไตให้พลังหล่อลื่น เนื่องจากมีเมือกลื่นช่วยระบาย ทำให้มีการนำมาใช้รักษาโรคกระเพาะ มีฤทธิ์ต้านการเป็นพิษต่อไต ที่เกิดจากยาปฏิชีวนะกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ และยาเจนตาไมซิน ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วจากการตกตะกอนของแคลเซียมออกซาเลต

จากการทดลองในหนูที่เกิดพิษต่อไต จากการเหนี่ยวนำของยาเจนตามัยซิน โดยให้กิน “สารสกัดผักปลัง” ขนาด 250 และ 500 มิลลิกรัม (มก.) ต่อกิโลกรัม (กก.) ต่อวัน เป็นเวลา 14 วัน พบมีฤทธิ์ในการปกป้องไต

ในประเทศแคเมอรูน มีการศึกษาในหนูทดลองและมีการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมกำลังวังชาทำให้นักกีฬาออกกำลังกายได้นานขึ้น ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย เพิ่มปริมาณน้ำอสุจิในเพศชาย ช่วยในการหล่อลื่นอีกด้วย

สำรับกับข้าวมื้อนี้ไม่ควรพลาด เด็ดยอด ใบอ่อน ดอก และช่อผลอ่อน ที่ข้างรั้ว หรือถ้ายังไม่มี ก็หาซื้อตามตลาดผักพื้นบ้าน มาทำอาหาร ลวกจิ้มน้ำพริกก็สุดยอด เจียวใส่ไข่ก็อร่อย ผัดแหนม แกงผักปั๋ง (ผักปลัง) ใส่ปลาย่าง ภาษาเรียกของคนทางภาคเหนือ หรือต้มโปเด้งฉ่าย (ผักปลังที่คนจีนเรียก) ผักปลังแดง ที่โครงการหลวงผลิตได้ ถือว่าเป็นพันธุ์พืชผักที่ควรช่วยกันขยายผลกันมากๆ เป็นพันธุ์ที่ติดผลติดเม็ดเป็นช่อใหญ่ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด โตเร็วมาก และที่สำคัญสำหรับคนนิยมอาหารที่ประกอบด้วยสีสัน ที่มีคำแนะนำว่ามีประโยชน์ ต้านอนุมูลอิสระ เชื้อก่อมะเร็งได้

ปลูกไว้สักต้น เก็บมาทำกินได้ประโยชน์ทั้งทางสุขภาพ และมีผลทางใจด้วยสีสันผักปลังแดง ส่วนหลายท่านที่นิยมสีเขียวต้นแบบดั้งเดิม ออริจินัล เลือกผักปลังขาว ต้นใบเขียวดอกขาว มาทำกินก็อิ่มท้อง นำของดีสู่ร่างกาย อ้อ! ฝากไว้สักนิด “แกงผักปั๋ง” ใส่แหนม ใส่ปลาย่าง อย่าลืมใส่น้ำส้มมะกรูด เพิ่มรสชาติแบบที่ว่า จะอร่อยไม่รู้ลืม ปัง ปัง

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มกาฬสินธุ์ เพาะพันธุ์ไก่ชนขาย สร้างรายได้ส่งตัวเองเรียนจบปริญญาตรี
บทความถัดไปวิถีชาวพุทธ ตักบาตรพระด้วยหงส์เหินดอกไม้งาม ไม้ตัดดอกเศรษฐกิจท้องถิ่น