ไข่เค็มใบเตยดินสอพอง วัตถุดิบท้องถิ่น สู่สินค้าเลื่องชื่อ

วิสาหกิจชุมชนหมู่ที่ 2 บ้านโคกพุทรา จังหวัดลพบุรี รวมกลุ่มนำวัตถุดิบท้องถิ่น ทำ “ไข่เค็มใบเตยดินสอพอง” ชูจุดขายเรื่องความหอม นุ่ม ไม่คาว ยกระดับเตรียมขายบนออนไลน์
“ความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบท้องถิ่น ผสมกับประสบการณ์รุ่นสู่รุ่นของสมาชิกในชุมชน เกิดเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปจังหวัดขึ้นชื่อ การันตรีด้วยรางวัลชนะเลิศศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร”

กรรณาภรณ์ คำดี

คุณกรรณาภรณ์ คำดี แกนนำสมาชิกวิสาหกิจชุมชนหมู่ที่ 2 บ้านโคกพุทรา จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า การรวมตัวของสมาชิกชุมชนกว่า 32 คน ทำไข่เค็มใบเตยดินสอพองออกจำหน่าย ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 500 ฟอง ต่อวัน ที่ผู้ซื้อและนักท่องเที่ยวเอ่ยปากต่อปากในรสชาติที่กลมกล่อม หอมใบเตย ไม่คาว ซึ่งต่างจากไข่เค็มทั่วไปที่พอกด้วยแกลบดำ

จุดเริ่มต้นการรวมกลุ่มคือการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็ง จึงนำเอาวัตถุดิบท้องถิ่นภายในจังหวัดลพบุรี มาทำไข่เค็ม โดยไข่เป็ดได้มาจากเป็ดไล่ทุ่งที่เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติในระบบเปิดตามทุ่งนา ที่ย้ำถึงความสดใหม่ ส่วนใบเตยก็ปลูกเองตามพื้นที่ที่เหลือจากการใช้สอย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้รสชาติดี คือดินขาวหรือดินสอพอง จะช่วยทำให้ไข่ขาวนุ่มนวล ไม่แข็งกระด้าง “หัวใจหลักของไข่เค็มใบเตยดินสอพองคือ เราใช้วัตถุท้องถิ่นทั้งหมด คัดเลือกอย่างดี โดยไม่รับจากแหล่งอื่น คุณภาพความอร่อยจึงคงที่และได้มาตรฐาน”

ไข่เค็มใบเตยดินสอพอง

กรรมวิธีไม่ยุ่งยาก คุณกรรณาภรณ์ เล่าโดยสรุปว่า เริ่มต้นจากการเลือกไข่เป็ดจากเล้าธรรมชาติไม่เกิน 2 วัน มาล้างทำความสะอาดอย่างหมดจด นำไปดองในน้ำส้มสายชูประมาณ 10-15 นาทีแล้วพักไว้ จากนั้นหั่นใบเตยเป็นฝอยแล้วปั่นกับน้ำจนได้น้ำใบเตยเข้มข้น ขั้นตอนสำคัญก็คือนำใบเตยที่ได้ ผสมกับเกลือและดินสอพองที่ผ่านการฆ่าเชื้อ แล้วใส่ไข่เป็ดลงไป พอกให้ทั่วทั้งใบ เก็บให้มิดชิดตามระยะเวลาที่สมควร จนดินสอพองแห้ง เกิดกลิ่นหอม เพียงเท่านี้จะได้ไข่เค็มใบเตยที่พร้อมจัดจำหน่าย

สมาชิกวิสาหกิจชุมชนจะเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้ร่วมกันจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้องค์ความรู้ยังคงอยู่ แต่ในบางขั้นตอนอาจมีการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพให้เพิ่มมากขึ้น โดยจับตลาดนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจซื้อกลับบ้านเป็นของขวัญของฝากและกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานจนถึงผู้สูงวัย รวมถึงบรรดากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่เลือกสรรเสริมจุดขายในขนมหวานประเภทบัวลอยไข่หวานใส่ไข่เค็ม นอกจากนี้ ยังสามารถทำเป็นยำไข่เค็ม ส้มตำไข่เค็ม ไข่เค็มตุ๋น ผัดสมุนไพรไข่เค็ม และรังสรรค์ได้อีกหลายรายการทั้งหวานและคาว

ผลิตภัณฑ์น่าซื้อ

ปัญหาสำคัญในยุคปัจจุบันของกลุ่มคือ ช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะช่องทางบนตลาดออนไลน์ จึงเข้าร่วมโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเอสเอ็มอี ปีงบประมาณ 2562 หรือเอสเอ็มอี ออนไลน์ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ที่จัดอบรมแก่ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ให้มีความรู้ด้านออนไลน์ในยุค 4.0

“สิ่งที่คาดหวังต่อจากนี้ คือการพัฒนาไข่เค็มให้เป็นสินค้าพรีเมี่ยม และวางแผนเพื่อทำการตลาดบนออนไลน์ต่อไป ขอบคุณ สสว. และ มทร.ธัญบุรี ที่ตั้งใจมาบริการความรู้ ตอบข้อสงสัยและขยายวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจถึงในพื้นที่”

ทั้งนี้ คุณกรรณาภรณ์ มองว่าการตลาดออนไลน์มีอิทธิพลและมีความสำคัญอย่างมาก ที่จะเชื่อมระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าด้วยกัน เพราะตลาดออนไลน์สามารถเข้าถึงง่าย ไม่มีข้อจำกัด ในโครงการเอสเอ็มอี ออนไลน์ดังกล่าวยังช่วยการถ่ายภาพสินค้า ช่วยเขียนคอนเทนต์ และให้ความรู้เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อขายบนออนไลน์อีกด้วย

“ผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องเติมเต็มความรู้ พัฒนาตนเองควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจ ถึงจะประสบความสำเร็จ และเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคง”

มทร.ธัญบุรี ร่วมกับสสว.จัดอบรม

ด้วยสีเขียวและความหอมจากใบเตย รวมถึงความแตกต่าง ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจ สนนราคาขายปลีกอยู่ที่ ใบละ 10 บาท จัดเป็นแพ็กและใส่ชะลอมเหมาะกับการเป็นของฝากขึ้นชื่อ ทั้งนี้ ไข่เค็มใบเตยดินสอพองยังได้รับเครื่องหมายมาตรฐานสินค้า จังหวัดลพบุรี และได้รับการเทียบเชิญออกร้านในงานสำคัญระดับจังหวัดและระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง

“ทรัพยากรหรือวัตถุดิบในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย ถือว่าอุดมสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับความคิดและความตั้งใจที่จะพัฒนา ต่อยอดหรือเลือกนำเสนอจุดขาย อยากเห็นสินค้า ผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยได้รับการสนับสนุน เพื่อให้เกิดรายได้หมุนเวียน กระตุ้นเศรษฐกิจ และคนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป” คุณกรรณาภรณ์ สรุปทิ้งท้าย

ผู้สนใจในผลิตภัณฑ์สามารถติดต่อเพิ่มเติม โทร. (065) 681-9586 หรือผู้ประกอบการที่สนใจร่วมกิจกรรมในโครงการสามารถดูรายละเอียดได้ที่ Facebook : SMEONLINE BY OSMEP หรือ www.smeonline.rmutt.ac.th โทร. (02) 549-4004

บทความก่อนหน้านี้เกษตรกรนครศรีธรรมราช สร้างกลุ่มผลิตทุเรียนคุณภาพ ประหยัดต้นทุน และทำตลาดมีผลกำไรงาม
บทความถัดไป“รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรพร้อมมอบบัตรดินดี”