โสม สมุนไพรบำรุงสุขภาพ

คิดว่าทุกท่านแฟนๆ “คอลัมน์ครัวชาวบ้าน” คงเคยได้ยินชื่อ โสม กันมาบ้างแล้วนะคะ และสำหรับโสมที่มีชื่อเสียงก็ต้องยกให้ โสมเกาหลี เขาล่ะ ซึ่งโสมก็ยังถือว่าเป็นพืชสมุนไพรบำรุงร่างกายชั้นยอดของคนทั้งโลกชนิดหนึ่งนั่นเอง

โสมจีน

โสม เป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบประเทศจีนและเกาหลี มีหลากหลายชนิด และแต่ละชนิดก็ให้คุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป หากแบ่งตามขั้นตอนและวิธีการเก็บรักษา

โสมอาจแบ่งได้ 3 ชนิด คือ โสมสด มักจะเก็บเกี่ยวโสมที่มีอายุไม่เกิน 4 ปี โสมขาว คือโสมที่มีอายุตั้งแต่ 4-6 ปี ปอกเปลือกแล้วนำไปอบแห้ง โสมแดง คือโสมที่มีอายุ 6 ปี นำไปนึ่งด้วยไอน้ำแล้วนำไปทำให้แห้ง โสมถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยาวนาน กว่า 2,000 ปี

โสม เป็นพืชสมุนไพรที่ขึ้นชื่อด้านสรรพคุณทางยา โดย โสม สามารถแบ่งออกเป็นหลายสายพันธุ์ ดังนี้

1. โสมเกาหลี ชื่อท้องถิ่น โสมคน หรือ หยิ่งเซียม

2. โสมจีน ชื่อท้องถิ่น ชั่งชิก

3. โสมอเมริกัน ชื่อท้องถิ่น เอี่ยเซียม

โสมชนิดต่างๆ กับสรรพคุณทางยาตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

โสมจีน

โสมจีน หรือ ชั่งชิก แพทย์แผนจีนกล่าวว่า ใช้บำบัดอาการอาเจียนมีเลือดปน มีประจำเดือนไม่หยุด มีเลือดออกหลังคลอดบุตร ขยายหลอดเลือด ลดความดันโลหิต

วิธีรับประทาน นำเครื่องยาสมุนไพรแบบแห้งบดเป็นผงรับประทานครั้งละ 1-1.5 กรัม ละลายน้ำต้มสุกดื่ม กรณีใช้ห้ามเลือด ให้บดเป็นผงโรยบริเวณที่มีเลือดออกหรือที่มีบาดแผล

โสมเกาหลี

โสมเกาหลี หรือ โสมคน หรือ หยิ่งเซียม มีต้นกำเนิดที่เกาหลี แต่ก็นำมาใช้แพร่หลายในประเทศจีน แพทย์แผนจีนกล่าวว่า

โสมเกาหลีมีรสหวานอมขมเล็กน้อย ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของปอดและม้าม จัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรบำรุงกำลัง ช่วยแก้ไขเรื่องระบบย่อยอาหาร แก้เบื่ออาหาร บำรุงปอด ช่วยแก้อาการหอบ บำรุงหัวใจ บำรุงไต และบรรเทาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

วิธีรับประทาน นำเครื่องยาสมุนไพรแบบแห้งมาบดเป็นผงรับประทานครั้งละ 1-1.5 กรัม ละลายน้ำต้มสุกดื่ม หากรับประทานแบบสด ให้นำไปต้มให้สุกก่อน รับประทานครั้งละ 1-9 กรัม

โสมอเมริกัน
โสมอเมริกัน

โสมอเมริกัน หรือ เอี่ยเซียม แม้จะมีต้นกำเนิดอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ก็มีนำเข้าไปยังประเทศจีน แพทย์แผนจีนนิยมใช้ในผู้ป่วยที่ร่างกายมีความร้อนมากเกินไป จึงมีอาการปาก คอ และลิ้นแห้งแดง กระหายน้ำ เสียงแหบ เหงือกอักเสบ นอกจากนี้ ยังสามารถรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไอแห้งมีเลือดปน ไอเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นไข้

วิธีรับประทาน อมครั้งละ 1-2 แผ่น หรือชงด้วยน้ำร้อน ครั้งละ 2-3 แผ่น ดื่ม

สำหรับฉบับนี้เราจะไม่นำเอาเรื่องของ โสมเกาหลี มาเล่าให้ฟังนะคะ แต่จะนำเรื่องราวของ โสมจีน มาบอกเล่าให้ฟังแทน เพื่อยืนยันว่า โสม นั้นไม่ได้มีดีแต่ที่ประเทศเกาหลีเท่านั้น เพราะโสมจีนก็มีคุณภาพไม่แพ้โสมเกาหลีเช่นกัน

เรื่องราวความเป็นมาของโสม

โสม จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณในทางบำรุงร่างกายและเสริมพลังทางเพศที่ได้มีการยอมรับและยกย่องมานานนับศตวรรษ จนถึงปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมยังไม่เสื่อมคลาย ซ้ำกับยังมีค่าเกินหน้าทองคำด้วยซ้ำไป

ชาวนาในภาคเหนือของเมืองจี้หลิน บอกว่า การหาโสมนั้นยากพอๆ กับการงมเข็มในมหาสมุทรก็ว่าได้ และนี่ก็น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โสมนั้นมีราคาสูงลิบลิ่วนั้นเอง!

โสมเกาหลี

ที่ว่าหาโสมยาก นั้น อาจเป็นเพราะต้นโสมอยู่ในป่าลึก และซ่อนต้นอยู่ในพงหญ้าหนาทึบ และภายใต้ต้นสนเกาหลี และการบุกป่าฝ่าดงเข้าไปหาโสม ถ้าไม่มีผู้ชำนาญทางพอ อาจจะหลงป่าหลงทาง หรืออาจตกเป็นเหยื่อของสัตว์ร้ายได้

การหาต้นโสมให้พบเป็นสิ่งที่ยากเย็นยิ่งนัก และการเข้าป่าหาโสมทุกครั้งต้องระมัดระวังเป็นที่สุด เพราะเกรงกลัวจะประสบโชคร้ายต่างๆ นานา ได้ ดังนั้น ก่อนที่จะเดินทางเข้าป่าไปหาโสมในป่าลึกนั้น จำเป็นต้องมีการเซ่นไหว้ บวงสรวงเจ้าที่เจ้าป่า ที่เชื่อกันว่า โสม มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายคอยปกป้องคุ้มครองรักษาอยู่

ในตำนานจีนโบราณกล่าวว่า โสม นั้น ชอบแปลงร่างเป็นเด็กผู้ชาย อ้วนจ้ำม่ำน่ารัก สวมเอี้ยมสีแดง ไปปรากฏตัวตามหมู่บ้านเพื่อเล่นกับเด็กๆ หรือมาซื้อขนมหรือผลไม้ในตลาด ถ้าใครรู้ว่าเด็กชายคนนั้นเป็นโสมแปลงร่างมา ให้รีบเอาด้ายหรือเชือกสีอะไรก็ได้มัดหรือผูกร่างเด็กคนนั้นไว้ แล้วปล่อยให้เดินไป โดยคนมัดเดินข้างหลังตามไป จนกระทั่งเด็กนั้นหายไป ซึ่งที่ตรงนั้นก็คือบริเวณที่ต้นโสมอยู่นั่นเอง และหลังจากนั้นก็ลงมือขุดได้โดยไม่ผิดหวัง

โสมเกาหลี

ยังมีบางเรื่องเล่าว่า โสมแปลงร่างเป็นเด็กหญิงน่ารักใส่กระโปรงสีเขียว สวมรองเท้าถักสีเหลือง เสียบผมด้วยดอกไม้สีแดง แสวงหาชายหนุ่มที่มาขุดโสมที่ซื่อสัตย์และขยันมาเป็นคนรัก

หรือบ้างก็ว่า อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของโสมนั้นมีมากมาย หากเอาใส่ในถังข้าวสารปริมาณข้าวสารจะคงอยู่ตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด และสามารถเปลี่ยนถั่วเหลืองให้เป็นทองคำได้ หรือเงินได้

ซึ่งยังมีตำนานอีกเรื่องหนึ่งที่เล่าว่า มีต้นสนเกาหลี กับต้นโสมต้นหนึ่งอยู่ที่ภูเขายี่เหม็ง ในเมืองฉานตง มีความผูกพันต่อกันอย่างลึกซึ้ง วันหนึ่งมีมหาเศรษฐีคนหนึ่ง จะให้คนไปตัดต้นสนเกาหลีมาปลูกที่คฤหาสน์ ต้นไม้ทั้งคู่จึงพากันหนีเข้าไปซ่อนในป่าลึกบริเวณภูเขาฉางไป่ และต้นเกาหลีบอกว่า หากใครทำลายต้นโสมก็จะปกป้องด้วยเปลือกลำต้น (ซึ่งความจริงแล้วต้นโสมเจริญเติบโตโดยอาศัยร่มเงาและความชื้นใต้ต้นสนเกาหลีนั่นเอง) เมื่อค้นพบต้นไม้ 2 ต้นนี้อยู่ด้วยกัน ก็เลยอุปโลกน์ว่า ต้นไม้ 2 ชนิดนี้มีความสัมพันธ์ต่อกันนั่นเอง
จากการที่โสมสามารถสืบเผ่าพันธุ์มาเป็นเวลายาวนาน ก็ยังมีเรื่องเล่าว่า…เมื่อผลโสมสุกมีสีแดงให้เห็นแต่ไกลจะมีนก 2 ตัว บินโฉบลงมาจิกเอาเป็นอาหาร เมื่อกินเนื้อแล้วก็คายเมล็ดลงทั่วภูเขา เป็นการขยายพืชพันธุ์โสมให้แพร่หลายสืบต่อมาจนทุกวันนี้

และยังมีเรื่องเล่ากันอีกว่า นก 2 ตัว นั้น เดิมเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นพี่ชายกับน้องสาว ได้ขึ้นไปอยู่บนภูเขาเพื่อขุดหาโสมแล้วเกิดพลัดหลงกันจนหิวตายไปทั้งคู่ และได้ไปเกิดใหม่เป็นนก 2 ตัว ทำหน้าที่พาคนที่ไปเที่ยวหาขุดโสม ไปยังแหล่งที่มีโสมอยู่
ขั้นตอนและวิธีการขุดหาโสม

สำหรับขั้นตอนและวิธีการขุดหาโสมในป่านั้น จำเป็นจะต้องไปเป็นหมู่หลายๆ คน ต้องเตรียมอาหาร ยา และเครื่องมือในการขุดไปให้พร้อม บางทีต้องเตรียมเต๊นท์สำหรับไปกางนอนในป่า หากต้องไปหลายๆ วัน

โสมจีน

เวลาเดินหาต้นโสม ทุกคนจะต้องเดินอยู่ในเส้นทางเดียวกัน เว้นระยะห่างกันประมาณ 3 เมตร เดินไปช้าๆ แหวกหญ้าหนาทึบเพื่อค้นหาต้นโสม หาต้นไม้ที่เคยทำเครื่องหมายไว้เมื่อตอนพบครั้งก่อน และเมื่อจะติดต่อกันแทนการตะโกน (เพราะในหุบเขาเสียงจะก้องจนฟังไม่ถนัด) พวกเขาจึงใช้ไม้ตีต้นไม้เป็นสัญญาณแทน ยกเว้นว่าหากคนใดคนหนึ่งพบต้นโสม ก็จะตะโกนว่า แพงชุ่ย หมายถึงพบมันเข้าแล้ว

จากนั้นเขาก็จะเอาด้ายสีแดงร้อยเหรียญบรอนซ์ ผูกกับต้นโสม แสดงถึงการจับจอง จากนั้นก็ถางหญ้ารอบๆ ออกให้หมด จากนั้นเอาผ้ายางกันน้ำเปียกปูกับพื้น นั่งคุกเข่าลงบนผ้า เอาที่ขุดที่ทำด้วยไม้ไผ่ ขุดจนถอนรากขึ้นมาได้ แล้วเอารากโสมใส่ในเปลือกต้นสนเกาหลี เมื่อเสร็จแล้วก็ทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้บริเวณนั้น เพื่อใช้เป็นร่องรอยไว้ค้นหาในครั้งต่อไป

เนื่องจากการไปเที่ยวขุดโสม เต็มไปด้วยความยากลำบาก ทั้งยังหายาก และไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงได้มีผู้คนคิดค้นทดลองการปลูกโสมกันขึ้นมากมายในปัจจุบัน

โสมอเมริกัน

เชื่อกันว่า ชาวจีนนั้นปลูกโสมกันมาก่อนแล้วกว่า 300 ปี ขนาดรากของโสมที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบคือ รากโสมที่ขุดได้จากภูเขาฉางไป่ มีความยาว 54 เซนติเมตร หนัก 287.5 กรัม
ชาวจีนนิยมชมชอบโสมมากยิ่งนัก เพราะเชื่อว่าสรรพคุณในรากวิเศษนั้น คนจีนมักจะดื่มโสมเป็นประจำโดยจะดื่มโสมแทนการดื่มน้ำชาในฤดูร้อน เพื่อแก้กระหายน้ำและแก้ร้อนใน และยังมีการดื่มโสมผสมสุราในฤดูหนาว เพื่อแก้อาการหนาวเย็นได้อีกด้วย

เรื่องราวที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงเป็นเป็นที่มาของความเชื่อที่ฝังใจมาโดยตลอดว่า โสมเป็นสมุนไพร ที่สามารถบำรุงรักษาสุขภาพร่างกายได้ดีและชะงัดนักแล

เมื่อท่านได้อ่านเรื่องราวของ “โสมจีน” กันแล้ว แน่นอนว่าท่านคงรู้จักโสมจีนกันมากยิ่งขึ้นแล้วนะคะ หากคิดว่ามันมีประโยชน์จริงๆ ตามความเชื่อก็น่าจะทดลองหามาดื่มกันบ้าง เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกท่านนะคะ

บทความก่อนหน้านี้ธ.ก.ส. เดินหน้าโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง
บทความถัดไปมก. คว้าอีกหนึ่งรางวัลความสำเร็จ เพื่อผู้สูงอายุ Good Design Awards (GMark) 2019, Tokyo, Japan