“มะรุม” ผักพื้นบ้าน สรรพคุณเป็นยามีประโยชน์ต่อร่างกาย ปลูกไว้ริมรั้ว ไม่เสียหาย

“มะรุม” เป็นพืชผักพื้นบ้านที่ปลูกกันแพร่หลายทั่วไป การปลูกมะรุมไว้ที่บ้านเมื่อก่อนโบราณเขาถือ เชื่อว่าถ้าปลูกจะเกิดปัญหาวุ่นวาย ความยุ่งยากมารุมมาตุ้ม จึงนำไปปลูกไว้ริมรั้ว สมัยนี้เห็นมีปลูกกันในบ้านเยอะแยะ เป็นไม้ที่มีเสน่ห์มาก เพราะคนทั่วไปรู้คุณค่า คุณประโยชน์ที่มีมากมายในมะรุม

บ้านเราตอนนี้ มีผักพื้นบ้านหลายชนิดที่ชาวบ้านได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของพืชผักต่างๆ มาอย่างแท้จริง มีการใช้ประโยชน์จากผักมากมายหลายมิติทั้งทางนิเวศและวัฒนธรรม ด้านอาหาร ด้านยารักษาโรค ด้านประโยชน์ใช้สอย ด้านประเพณีพิธีกรรมความเชื่อและด้านเศรษฐกิจ สิ่งแรกที่มนุษย์ให้ความสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่อง อาหารการกิน เรื่องกินเรื่องใหญ่ มนุษย์อยู่รอดทุกวันนี้เจริญเติบใหญ่ก็เพราะกินอาหาร พืชผักถูกใช้ปรุงเป็นอาหารหรือกินสดๆ เมื่อกินเข้าไปในร่างกายก็จะเกิดประโยชน์ทางโภชนาการเป็นยาสมุนไพร ให้ใยอาหาร เป็นต้น

ผักพื้นบ้าน หมายถึง พรรณพืชผักพื้นบ้านหรือพรรณไม้พื้นเมืองท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นผัก ตามวัฒนธรรมการบริโภคของท้องถิ่นมีอยู่ในแหล่งธรรมชาติป่าเขา ริมน้ำ ริมห้วย หนอง คลอง บึง ในสวนนาไร่ หรือนำมาปลูกไว้ใกล้บ้านและนำมาประกอบอาหารตามกรรมวิธีเฉพาะของท้องถิ่น และ  พรรณไม้เหล่านี้ ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านยารักษาโรคต่างๆ ด้วย

จากการสำรวจของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเชีย สามารถเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์ไม้ได้ 1,792 ชนิด ของภาคเหนือ 411 ชนิด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 637 ชนิด ภาคกลาง 636 ชนิด ภาคใต้ 128 ชนิด

“มะรุม” เป็นพืชผักพื้นบ้านชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย มีมากที่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา มีไปจนถึงแถบเอเชียไมเนอร์ และแอฟริกา เป็นไม้ที่ปลูกง่ายในดินทุกชนิด ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และปักชำกิ่ง เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เรือนยอดกลมและโปร่ง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชนิดที่แตกใบย่อย 3 ชั้น ยาว 20-40 เซนติเมตร ออกเรียงสลับใบย่อยยาว 1-3 เซนติเมตร รูปไข่ปลายใบและฐานใบมน ผิวใบด้านล่างสีอ่อนกว่า ใบอ่อนมีขนเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อสีขาว ออกซอกวง กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบแยกกัน ผลเป็นฝักยาว เปลือกสีเขียว มีส่วนคอดและส่วนมนเป็นระยะๆ ตามความยาวของฝัก คล้ายข้อปล้อง ยาว 20-50 เซนติเมตร เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม มีปีกบางหุ้ม 3 ปีก เส้นผ่าศูนย์กลางเมล็ดประมาณ 1 เซนติเมตร

ประโยชน์ทางอาหาร ยอดอ่อน ดอกอ่อน และฝักอ่อนใช้เป็นผักได้ ออกในช่วงต้นหนาวถึงกลางหนาว คนไทยทุกภาคนิยมกินมะรุมเป็นผัก ภาคกลางนิยมเอาฝักอ่อนไปแกงส้ม ดอกมะรุมลวกให้สุกหรือดองกินกับน้ำพริก ชาวอีสานเรียก ผักอีฮุม เอายอดอ่อนใบอ่อนช่ออ่อน นำไปลวกให้สุกหรือต้มเป็นผักกินร่วมกับป่น แจ่ว ลาบ ก้อย หรือปรุงเป็นแกงอ่อม ฝักอ่อนและฝักที่ไม่แก่เต็มที่นำมาปอกเปลือกหั่นเป็นท่อนปรุงแกงส้มหรือแกงลาว ชาวเหนือเรียก ผักอีฮุม, มะค้อนก้อม นำฝักอ่อน ดอกอ่อน แกงใส่ปลา บางที่เอาฝักอ่อนไปเป็นผักแกล้มส้มตำแทนถั่วฝักยาว

มะรุม เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและเป็นยา ดอกมะรุมมีรสขม หวานมันเล็กน้อย เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ฝักรสหวาน แก้ไข้ ใช้รักษาโรคขาดสารอาหาร เด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ช่วยควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะปกติ ช่วยเพิ่มเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายคนปกติและผู้ป่วยโรคเอดส์ ช่วยบรรเทาอาการปวดบวมของโรคเกาต์ โรคไขข้อ กระดูกอักเสบ โรครูมาติซัม มะเร็งในกระดูก

รักษาโรคภูมิแพ้โรคทางเดินหายใจอักเสบ หอบหืด บำรุงกระดูกสำหรับคนที่กระดูกเสื่อมและกระดูกหักให้หายเร็ว รักษาแผลเรื้อรังของผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคคอหอยพอก และโรคตับ ราก มีรสเผ็ด หวาน ขม สรรพคุณแก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ เปลือกต้น รสร้อน ขับลมลำไส้ ทำให้ผายลมหรือเรอ คุมธาตุอ่อนๆ แก้ลม อัมพาต ใบ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ แก้แผลอักเสบ ฝัก รสหวาน แก้ไข้ ดอกเป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา เมล็ดสดคั้น จะให้น้ำมัน นำไปปรุงอาหารหรือทำเครื่องสำอาง ปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้บวม แก้ปวดตามข้อ เป็นยาหม่องนวดหัวเข่า ปวดเข่า ปวดข้อ

ฝักมะรุม 100 กรัม ให้พลังงาน 32 กิโลแคลอรี เส้นใย 1.2 กรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม เหล็ก 1.5 มิลลิกรัม วิตามินเอ 532  iu. (ไอยู คือ หน่วยสากล) เป็นการบอกความแรงของวิตามินบีหนึ่ง 0.05 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.05 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 262 มิลลิกรัม

มะรุม เป็นไม้ในวงศ์ MORINAGACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Moringa oleifera lamk มีชื่อท้องถิ่นต่างๆ ภาคเหนือเรียก ผักอีฮึม ผักอีฮุม มะค้อนก้อม ภาคอีสานเรียก ผักอีฮุม บักอีฮุม มักรุม ภาคใต้ ภาคกลางเรียก มะรุม กะเหรี่ยงเมืองกาญจน์เรียก กาแน้งดิน และเขมรเรียก มะรุม ส่วนใหญ่ที่นำมาปลูกกัน ก็เสาะหาต้นกล้าหรือเมล็ดจากต้นที่มีฝักใหญ่ๆ ยาวๆ มาปลูก แบบทิ้งๆ ขว้างๆ ก็ติดโตเป็นต้นให้ยอดให้ดอกผล เป็นไม้โตเร็ว ใช้เป็นไม้พรางแสงสำหรับต้นพืชอื่น เช่น ผักหวานป่า ได้ดีมาก

ใบเป็นประโยชน์บำรุงดินให้ดีด้วย และเดี๋ยวนี้ยังมีมะรุมพันธุ์เตี้ยมาให้ปลูกกันด้วย พันธุ์เกษตร 1 ต้นเตี้ยๆ เด็ดยอดมาต้มแกง ฝักอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริก เขาว่าเมล็ดแก่มะรุมกินวันละ 1-2 เม็ดก่อนนอน ช่วยให้ตอนเช้าขับถ่ายได้ดีสม่ำเสมอ ประโยชน์มากมายอย่างนี้หามาปลูกเลยนะ                                      

………………….

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2560