เชื้อรากำจัดแมลงศัตรูพืช ใช้ง่าย ต้นทุนต่ำ ผลงาน มทร. ลำปาง

ในด้านผลผลิตการเกษตรปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามุ่งเน้นให้ได้ผลผลิตที่ปลอดสารเคมีให้มากที่สุด ไม่ว่าจะใช้ชื่อพืชปลอดภัยจากสารพิษ พืชผักอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ ฯลฯ เกษตรกรผู้ผลิตจะนำวิธีการต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อผลผลิตของตนเอง ส่งผลถึงราคาผลผลิตที่ดีขึ้น อย่างเช่น การใช้สารเคมีในระยะแรก แต่เมื่อจะถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยวก็จะงดใช้สารเคมี หันมาใช้สารอินทรีย์ทดแทน หรือใช้สารอินทรีย์ตลอดระยะเวลาการปลูก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ผลผลิตเกษตรปลอดสารพิษตกค้าง ผู้บริโภคปลอดภัยนั่นเอง

สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลำปาง เป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ประสบผลสำเร็จในการศึกษาวิจัยใช้เชื้อราเพื่อกำจัดแมลง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่จะใช้ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช สามารถปฏิบัติเองได้ ต้นทุนต่ำ ราคาถูก ด้วยหลักการใช้เชื้อราเข้าทำลายโดยผ่านผนังลำตัวของแมลง จึงฆ่าแมลงได้หลายชนิดและทุกระยะของการเจริญเติบโต ทั้งแมลงชนิดที่ดูดน้ำเลี้ยงจากต้นพืช เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรขาว เพลี้ยแป้ง มวน หรือแมลงที่ทำลายพืชด้วยการกัดกิน เช่น ด้วง หนอนผีเสื้อชนิดต่างๆ

แม้บางช่วงของระยะการเจริญเติบโตของแมลงที่อยู่ในดิน แมลงที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม เชื้อราสามารถแทงเข้าตัวแมลงได้ทุกส่วน ตั้งแต่ลำตัว ปีก ขา หนวด ตา แมลงที่มีปีกแข็ง เชื้อราจะแทงเข้าระหว่างข้อปล้อง สปอร์จากแมลงที่ตายแล้วจะแพร่กระจายไปในธรรมชาติ เมื่อแมลงตัวใหม่ไปสัมผัสก็จะตายไปด้วย ทำให้ควบคุมจำนวนแมลงได้นานและยั่งยืน สปอร์ของเชื้อราอยู่ในดินได้นานนับปีและขยายพันธุ์ได้อีกด้วย จึงไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อราบ่อยครั้ง

การผลิตและใช้เชื้อราแบบง่าย

เชื้อรากำจัดแมลงสามารถผลิตได้ด้วยกรรมวิธีง่ายๆ ใช้ธัญพืชเป็นวัสดุเลี้ยงเชื้อ เช่น ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ข้าวโพด ข้าวสาลี อย่างใดอย่างหนึ่งที่หาได้ในท้องถิ่น นำมาหุงต้มให้สุก นำมาบรรจุลงถุงพลาสติกชนิดร้อนขนาด 8×12 นิ้ว ใส่ประมาณครึ่งถุง นำไปนึ่งฆ่าเชื้อประมาณ 45 นาที นำมาวางทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นนำหัวเชื้อสดหรือหัวเชื้อจากอาหารวุ้นมาถ่ายลงในถุง เขย่าให้เชื้อรากระจายทั่วถุง นำไปวางบ่มไว้ในที่ร่มหรือในห้อง จากนั้นประมาณ 7-10 วัน สปอร์ของเชื้อราจะเกิดขึ้นเต็มถุงพร้อมที่จะนำไปใช้ได้

วิธีใช้

หากนำไปใช้กับไม้ผลกำจัดแมลงวันผลไม้ ด้วยการโรยเชื้อรารอบโคนต้นทั่วบริเวณทรงพุ่ม ปริมาณประมาณ 1-2 กำมือ พรวนดินกลบหรือใช้วัสดุอื่นคลุม เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง เศษพืช ใส่ซ้ำทุกๆ 2 สัปดาห์ การนำไปใช้กับพืชผัก หลังจากเตรียมดินเสร็จแล้วก่อนหว่านกล้าหรือย้ายปลูก ต้องโรยเชื้อราแล้วคลุกเคล้าให้เข้าในแปลง หรือนำไปใช้แบบผสมน้ำพ่นทางใบ ใช้เชื้อรา 1 ช้อนแกง ผสมน้ำ 1 ลิตร หลังผสมน้ำแล้วจะเห็นว่าเชื้อราลอยอยู่บนผิวน้ำ จึงต้องใส่สารจับใบหรือน้ำยาล้างจาน จากนั้นคนให้สปอร์หลุดออกจากวัสดุเลี้ยงเชื้อละลายลงน้ำจนหมด กรองเอาวัสดุเลี้ยงเชื้อออก น้ำที่มีเชื้อราหรือสปอร์นั้นนำไปฉีดพ่น โดยพ่นใต้ใบ พยายามให้ถูกตัวแมลง ควรพ่นเวลาเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดด พ่นทุก 2 สัปดาห์

หลังจากที่ประสบผลสำเร็จของการใช้เชื้อรากำจัดแมลงศัตรูพืช จึงได้พัฒนาให้การนำไปใช้ได้ง่าย สะดวก เหมาะสมกับการใช้งาน เพิ่มความคงทนให้กับสปอร์ของเชื้อราในสภาพธรรมชาติ จึงได้พัฒนาเป็นสารชีวภัณฑ์ ทั้งแบบเม็ด แบบน้ำ แบบน้ำมัน และแบบผงละลายน้ำ เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยฯ  202 หมู่ที่ 17 ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000 หมายเลขโทรศัพท์ 0-5434-2553 ต่อ 225

บทความก่อนหน้านี้มทร. ธัญบุรี วิจัยการผลิตกระดาษ จากกาบกล้วยน้ำว้า ด้วยวิธีชีวภาพ
บทความถัดไปโรงเรียนอุทัยธานีวิทยาคม ปั้นเด็กเก่งเกษตร รับมืออนาคต เกษตร 4.0