“สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 6 แอ่วดอยม่วนใจ๋ เล่น ชม ช็อป ชิลล สไตล์ Go Green ทั้งครอบครัว

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์กรเพื่อสังคมที่ดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ตามหลักการทรงงานของ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” หรือ หรือ “สมเด็จย่า” เพื่อสร้างความสุข ความยั่งยืนและความมั่นคงให้ชุมชนโดยแนวคิด “ปลูกป่า ปลูกคน” ในชุมชน โดยการสร้างงานสร้างอาชีพด้วยการฝึกอบรม พร้อมให้คำปรึกษาตลอดจนติดตามประเมินผล เพื่อให้ชาวบ้านพัฒนาตามกรอบแนวคิด “3S Model” (สามเอส โมเดล) 3 ระยะ ได้แก่ อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืนโดยเริ่มดำเนินการงาน โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการต้นแบบด้านการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน จนประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

ดังนั้น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงได้จัดพิธีเปิดงานเทศกาลประจำปี “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 6 ส่งมอบความสุขรับลมหนาวเป็นของขวัญปีใหม่ ในธีม Family Friendly Festival (แฟมิลี่-เฟรนลี่ เฟสติวัล)  เทศกาลของทุกคนในครอบครัว กิน เล่น ชม ช็อป ชิล บนถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้คนในชุมชนดอยตุงและพื้นที่ใกล้เคียงได้พัฒนาฝีมือและอาชีพของตนเองในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการลดใช้ถุงพลาสติกให้น้อยที่สุด และเน้นการใช้ถุงผ้าตลอดทั้งงาน ในระหว่าง วันที่ 4 ธันวาคม 2562 -12 มกราคม 2563 เวลา 08:00 – 18:00 น. (แบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ วันที่ 4 – 10 ธ.ค. 62, วันที่ 14-15 ธ.ค. 62, วันที่ 21 ธ.ค. 62 – 5 ม.ค 63 และ วันที่ 11-12 ม.ค 63) ณ โครงการ พัฒนาดอยตุงฯ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

สำหรับงานสีสันแห่งดอยตุง ได้จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ซึ่งได้ผสมผสานเรื่องศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อต่อยอดการพัฒนาศักยภาพชุมชน สร้างกระบวนการเรียนรู้และความสามารถในการเป็นเจ้าของธุรกิจชุมชน ให้พึ่งตัวเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี ตลอดจนอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี วิถีชนเผ่าจากรุ่นสู่รุ่น และยังเป็นเวทีให้ 6  ชนเผ่า ได้แก่ อาข่า ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทลัวะ ลาหู่ และจีน ยูนนาน ได้เผยแพร่วัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส พร้อมร่วมสร้างความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชน

โดยคอนเซ็ปต์และธีมในการจัดงานปีนี้คือ แฟมิลี่ เฟรนลี่ เฟสติวัล เทศกาล กิน เล่น ชม ช็อป ชิล บนถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในประเทศไทย เน้นสนับสนุนการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ที่ได้จากกิจกรรมและสถานที่ให้ ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ ของทุกเพศทุกวัยในครอบครัว ทั้งคุณพ่อ คุณแม่และลูกๆ ได้มาเที่ยวพักผ่อนและฉลองช่วงเทศกาลความสุขส่งท้ายปี ที่สำคัญงานนี้ยังเน้นเรื่อง ‘การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ ด้วยการรณรงค์และสร้างจิตรสำนึกหรือให้กับนักท่องเที่ยวตระหนัก เข้าใจ และลงมือปฏิบัติจริงด้วยการช่วยกันแยกขยะเพื่อการกำจัดให้ถูกวิธี ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สามารถลดขยะสู่บ่อฟังกลบจนเหลือศูนย์ได้สำเร็จ (Zero waste to land fill) ในปี 2561 ที่ผ่านมานอกจากนี้ยังลดปริมาณของธงพลาสติก รวมถึงใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการชดเชยคาร์บอนเครดิต (Carbon Neutral) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบในการใช้ทรัพยากร และเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาโลกร้อนซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน

บรรยากาศภายในพิธีเปิดเต็มไปด้วยความครึกครื้นจากการแสดงของชาวอาข่าใน ‘ชุดวิถีชีวิต’ ที่แสดงให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและน่าหลงใหล ‘รำนก รำโต’ การแสดงจากชาวไทใหญ่ ที่เชื่อกันว่า นก และโต เป็นสัตว์ในตำนานสมัยพระพุทธกาล เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี พร้อมกับการรัวกลองชัย ตีฆ้อง และการปล่อยลูกโป่งเปิดผ้าจากมาสคอตบนตัว ‘โต’ ที่สูงกว่า 9 เมตร เป็นสัญลักษณ์ว่า ทุกเทศกาลความสุขได้เริ่มขึ้นแล้ว ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย และดอกไม้เมืองหนาว อาทิ ดอกเจอรราเนียมสีสดใส ดอกไม้ทรงโปรดของสมเด็จย่า, กล้วยไม้รองเท้านารีหลายสายพันธุ์ และกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส ที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้พัฒนาและเพาะพันธุ์เอง, ตลอดจนกิจกรรมที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานและเพลิดเพลินมากมาย อาทิ

  • โซนอาหาร ที่มีทั้งอาหารชนเผ่าแบบดั่งเดิมและอาหารรสเลิศตำรับชาววังจาก ครัวตำหนัก มีเมนูให้เลือกชิมหลายรสชาติหลากสไตล์ ท่ามกลางเนินเขา สวนสวย และอากาศเย็นสบาย อาทิ ข้าวปุ๊ก ของชาวลาหู่ มีให้ชิมเฉพาะเทศกาลพิเศษหรือปีใหม่, ข้าวฟืนทอด ทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมถั่วเหลือง อาหารชาวไทใหญ่ กินง่ายสบายท้อง, ข้าวกั๊นจิ้น เมนูยอดฮิตของชาวไทยภูเขา, ไส้อั่วอาข่า หนึ่งเดียวในเมืองไทย ที่ทำจากเนื้อหมูดำที่เลี้ยงด้วยหยวกกล้วย, ซาจ๊อย เมนูประจำชนเผ่าลาหู่ ทำจากหมูหมักกับสมุนไพรในท้องถิ่น กินแล้วฟิน ดีต่อสุขภาพ, อะโวกาโด้ปั่นนมสด ใช้น้ำผึ้งหรือหญ้าหวานแทนน้ำตาลได้ตามชอบ ปั่นให้ดื่มกันแบบสดๆ เป็นต้น

  • โซนหัตถกรรม สินค้าแฟชั่นงานหัตถกรรมชาวไทยภูเขาบนดอยตุงแบบดั่งเดิม และ Eco- Item (อีโค่ ไอเท็ม) สไตล์ดอยตุงให้นักท่องเที่ยวได้ชม&ช้อปฯ กันเพลินๆ อาทิ เสื้อผ้าชนเผ่าลาหู่ งานต่อผ้าฝีมือผู้เฒ่าผู้แก่ที่ทำกันมาแต่โบราณ ผสานการออกแบบและการจับคู่สีที่สมัยใหม่, เสื้อผ้าชนเผ่าอาข่า ที่มีทั้งรูปแบบดั่งเดิมและประยุกต์ ย่ามหลากสี หมวกและผ้าพันคอไหมพรม ถักทอโดยอาผิ (คุณย่าชาวอาข่า) นอกจากนี้ ยังมี ตะกร้าเพ้นท์, หมวกไม้ไผ่, สายรัดข้อมืออาข่า, สมุดโน้ต ฯลฯ จากนักเรียน โรงเรียนห้วยไร่สามัคคี ที่โชว์ไอเดียลงในงานฝีมือ พัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษผ้าที่เกิดขึ้นในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ผู้ประกอบการตัวน้อยที่น่าสนับสนุน

 

  • โซนถ่ายรูปเช็คอิน กว่า 10 จุดในสวนแม่ฟ้าหลวง เริ่มที่ ทางลงสวน : มีหน้าต่างดอกไม้ และซุ้มฟักสุดเก๋ รอต้อนรับนักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนเป็นด่านแรก ต่อกันที่ ลานห่มหนาว : เช็คอินที่แรกกกับ ประติมากรรมความต่อเนื่อง แลนด์มาร์คที่ล้อมด้วยดอกไม้ที่ถูกจัดเป็นลายผ้าของชนเผ่าทั้ง 6 และที่ตั้งของ ตัวโตยักษ์ มาสคอตสัตว์แห่งความโชคดีในตำนานของชาวไทยภูเขา สูงกว่า 9 เมตร ออกแบบโดยศิลปินชื่อดัง อาทิ “โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี” ร่วมกับทีมช่างฝีมือของดอยตุง ซึ่งจะมีให้เห็นที่งานนี้เท่านั้น! ติดกันยังมี รังนกยักษ์ อยากมีรูปฮิปก่อนใคร ต้องไปเช็คอินจุดนี้ จากนั้นแวะเติมพลังและถ่ายรูปกับสวนดอกไม้ที่รายล้อมซุ้มอาหาร และที่นั่งเปลือกหอยยักษ์ ส่วนบริเวณทางออกของสวนแม่ฟ้าหลวง ยังมีมุมน่ารักและสร้างพัฒนาการให้เด็กๆ ด้วยสนามเด็กเล่นกลางธรรมชาติ ส่วนผู้ใหญ่ วัยทีนสามารถแวะเช็คอินที่สวนดอกไม้ และซุ้ม Morning Glory นอกจากนี้ ยังมีผลงานศิลปะจากศิลปิน “วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์” ร่วมด้วย อาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กับผลงาน ‘อัฒจันทร์สีสันแห่งดอยตุง’ จุดนัดพบ นั่งพักและถ่ายรูปในมุมสูงได้แบบชิลๆ ตลอดจน Eco House ที่รอต้อนรับคนรักษ์สิ่งแวดล้อม ผลงานที่เต็มไปด้วยความรู้จาก “ศิลปินกลุ่มฉมา” และทีมช่างฝีมือของดอยตุง

 

  • โซนกิจกรรม สนุกสนานกับ DoiTung Tree Top Walk ผจญภัยไปกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนสะพานเรือนยอดไม้ในป่าใหญ่ ความสูงจากพื้นดินกว่า 30 เมตร, Workshop (เวิร์กช็อป) งานฝีมือจากวัสดุเหลือใช้, เล่นกิจกรรมท้องถิ่น อาทิ ฟอร์มูล่าดอย, ไม้ต่อขา สะบ้าดอย เป็นต้น
  • ดอยช้างมูบ จุดสูงสุดของดอยตุง ที่ คุณธวัชชัย ใยบัว จากศูนย์เด็กใฝ่ดี และน้องๆ เยาวชนในท้องถิ่น มาราวมตัวปล่อยของ โชว์ความสามารถเป็นไกด์รุ่นจิ๋ว พานักท่องเที่ยวทัวร์สวนรุกขชาติช้างมูบ, ถ่ายรูปสวยๆ กับวิวฮิตดอยแตก, ชมกุหลาบพันปีหลายสายพันธุ์, ป่าสนสามใบ, ลานพระอาทิตย์อัสดง จุดกำเนิดต้นกุหลาบพันปีคำแดง, ดื่มชาหอมๆ ที่ FAIDEE café ฝีมือบาริสต้ารุ่นเยาว์ และทำเวิร์กช็อปง่ายๆ จากวัสดุธรรมชาติด้วยตนเอง เพื่อเป็นของฝากที่มีชิ้นเดียวในโลก

 

  • ที่สำคัญ ภายในงานยังมีการรณรงค์ สร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมในมิติต่างๆ อาทิ การใช้วัสดุตกแต่งภายในงาน หรืออุปกรณ์ จาน ชาม ช้อน ที่เป็นวัสดุธรรมชาติซึ่งสามารถหาได้ในท้องถิ่น การรณรงค์ให้พกถุงผ้า แก้วน้ำมาเอง นอกจากนี้ยังมี ถังแยกขยะ 8 ประเภท เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ประหยัดเวลาในการแยกขยะแต่ละประเภทไปรีไซเคิล เพื่อเอากลับมาใช้ใหม่ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ทำให้ภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก

งานนี้..แค่บอกเล่าคงไม่พอ! ตามไปเช็คลิสต์และสัมผัสการท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ ที่เติมสีสันให้ชีวิตแบบครบทุกรสชาติ ได้แล้ววันนี้ 12 มกราคม 2563 เวลา 08:00 – 18:00 น. (แบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ วันที่ 4 10 ธ.ค. 62, วันที่ 14 – 15 ธ.ค. 62, วันที่ 21 ธ.ค. 62 5 ม.ค. 63 และ วันที่ 11 -12 ม.ค. 63) ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ติดตามข่าวสาร หรือสำรองห้องพักได้ที่ www.facebook.com/DoiTungClub  โทร. 02-252-7114 ต่อ 212, 213 เชียงราย โทร. 053-767-015 (เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์)

บทความก่อนหน้านี้ม.เกษตรฯ จับมือ นครสวรรค์สตีล พัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร
บทความถัดไปกระบี่จัดงาน วันดินโลก World Soil Day 2019 “ปกป้องอนาคต ลดการชะล้างดิน” ณ สถานีพัฒนาที่ดินกระบี่