รวมมาให้แล้ว 13 ผลไม้ ต้านหวัด

เมื่อถึงช่วงเปลี่ยนฤดูกาลทีไร โรคที่คนส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาเป็นประจำคือ “โรคหวัด” หลายคนนิยมไปซื้อวิตามินรับประทานเพื่อบำรุงร่างกายให้มีภูมิต้านทานโรคในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลแบบนี้กันมากขึ้น วิตามินเม็ดรับประทานสะดวกก็จริง แต่สำหรับใครที่อาจมีงบประมาณไม่เพียงพอ หันมารับประทานผลไม้บางชนิด ก็สามารถช่วยต้านหวัดได้ไม่แพ้อาหารเสริม ผลไม้ที่ว่านี้ ได้แก่

มะข้ามป้อม (Star gooseberry)

มะขามป้อม เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับมะยม โดยทั่วไปแล้วจะเจริญเติบโตดีในเอเชียเขตร้อน เป็นพืชที่เหมาะสำหรับภูมิอากาศในประเทศไทย มีผลกลม เนื้อหนา สีเขียว รสชาติฝาด ขม เปรี้ยว และอมหวาน ซึ่งมะขามป้อมนั้นเป็นผลไม้ที่เลื่องชื่อในด้านการมีวิตามินซีสูงมาก จึงช่วยป้องกันโรคหวัดได้ดี

มะขามป้อม อุดมไปด้วยวิตามินซี โดยมีข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย ระบุว่า ในมะขามป้อมสด 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ถึง 276 มิลลิกรัม หากนำผลมะขามป้อมไปคั้นน้ำ จะมีวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มคั้นถึง 20 เท่า

มะขามป้อมดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยลดอาการเจ็บคอ ทำให้เสมหะละลาย แก้หวัด ช่วยลดไข้ เป็นยาโบราณที่มีการใช้มานานแล้ว โดยการนำมะขามป้อมไปคั้นน้ำแล้วต้มดื่ม หรือนำมะขามป้อมมาอมกับเกลือก็ได้ มะขามป้อมนอกจากลดอาการเจ็บคอแล้ว ยังทำให้ชุ่มคอ อีกด้วย

มะยม

มะยม จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลักษณะของผลเมื่ออ่อนจะเป็นสีเขียว แต่ถ้าแก่แล้วจะเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำมาก รสชาติหวานอมฝาด เป็นผลไม้ต้านโรคที่มีสรรพคุณดีอีกชนิดหนึ่ง น้ำมะยมช่วยต้านหวัดได้ดี เพราะมีวิตามินซีสูง และผลมะยมสดๆ มีฤทธิ์กัดเสมหะ ดับพิษเสมหะ ด้วยการรับประทานผลสุกหรือดิบก็ใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยแก้ปวดประจำเดือนช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง ช่วยต้านการอักเสบ ลดการเกิดโรคภูมิแพ้

ลิ้นจี่

ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ต้านโรคที่ช่วยแก้หวัดตามตำรายาจีนตั้งแต่โบราณ มีสรรพคุณแก้อาการติดเชื้อไวรัส ช่วยเพิ่มพลังให้แก่ร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีวิตามินซีสูง จึงช่วยชะลอวัย เช่น กรดปาล์มมิติก กรดลิโนเลอิก และกรดโอเลอิก ลิ้นจี่มีสรรพคุณทางยาในการแก้โรคหวัดได้สูง และบรรเทาอาการคัดจมูกได้ดี ช่วยลดอาการไอเรื้อรัง บรรเทาอาการเจ็บคอ และแก้อาการติดเชื้อในลำคอ

ฝรั่ง

ฝรั่ง เป็นผลไม้ต้านโรคที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ฝรั่งขนาด 165 กรัม จะให้วิตามินสูงถึง 377 มิลลิกรัม มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 5 เท่า

ฝรั่ง มีคุณค่าทางโภชนาการในการช่วยต้านทานโรคหวัดได้สูง เนื่องจากวิตามินซีที่ฝรั่งมีมากพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยร่างกายต้องการวิตามินซีใน 1 วัน 60 มิลลิกรัม แต่ฝรั่งมีวิตามินซีในปริมาณถึง 160 มิลลิกรัม ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ลดเลือนริ้วรอย อีกทั้งสรรพคุณแก้อักเสบ และสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี

กีวี

กีวี เป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารสูง เส้นใยอาหารไม่ให้พลังงานในร่างกาย แต่เข้าไปยึดพื้นที่ในระบบทางเดินอาหารทำให้อิ่มได้เร็วและนาน นอกจากนี้ ยังช่วยชำระล้างและปรับปรุงระบบย่อยอาหาร รวมถึงส่งเสริมให้หัวใจและร่างกายแข็งแรง กีวีเขียว 1 ผล มีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25%

จากการวิจัยพบว่า กีวี 1 ผล มีวิตามินซีมากกว่าส้ม 1 ผล ถึง 74% การรับประทานกีวี 2 ผล ต่อวัน จะช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซีในร่างกายอย่างเห็นได้ชัด ช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งเป็นเกราะธรรมชาติที่ช่วยป้องกันไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ และซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอและกระตุ้นการเกิดเซลล์ใหม่ๆ และเป็นสุดยอดคุณค่าวิตามินอี ซึ่งวิตามินอีช่วยชะลอความแก่ชราด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ

คุณสมบัติที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระของวิตามินอีนอกจากจะช่วยป้องกันเซลล์จากการเสื่อมสภาพแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและช่วยในการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย โดยเฉพาะกีวีทองซึ่งมีวิตามินอีมากกว่ามะม่วง 1 เท่า ทั้งกีวีสีเขียวที่เราคุ้นเคย และกีวีโกลด์หรือกีวีสีทอง ทั้งสองชนิดมีปริมาณวิตามินซีสูงสุดหากเทียบกับผลไม้ขึ้นชื่อเรื่องวิตามินซี ไม่ว่าจะเป็นส้ม หรือมะละกอ

 

สับปะรด

สับปะรด อุดมไปด้วยวิตามินซี จึงช่วยป้องกันหวัด ลดเสมหะในลำคอ แก้เสมหะเหนียว ขับเสมหะได้ โดยจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียและต้านอาการอักเสบได้อีกด้วย

สับปะรด ผลไม้อมหวานอมเปรี้ยว สามารถนำไปทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย หากกินสับปะรดหลังอาหาร เราจะรู้สึกเบาสบายท้องและไม่อึดอัด เพราะสับปะรดมีความสามารถในการช่วยย่อย โดยเฉพาะในสารอาหารโปรตีน เราจึงเห็นคนส่วนใหญ่ใช้สับปะรดในการหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ ให้นุ่มขึ้น รวมถึงสับปะรดอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง จึงช่วยเสริมสุขภาพและภูมิต้านทานโรคได้ดีขึ้น ดังนั้น ผู้ที่รับประทานสับปะรดบ่อยๆ จะมีสุขภาพดี ไม่ค่อยเป็นหวัด และในสับปะรดยังมีโพแทสเซียมสูงที่ช่วยป้องกันการเป็นตะคริว ต้านการอักเสบและลดความดันโลหิตได้ ปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคคือ 100 กรัม ต่อวัน ควรกินสับปะรดโดยไม่ผ่านการประกอบอาหารที่ใช้ความร้อน เพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามินต่างๆ ไป

 

เสาวรส

เสาวรส หรือ กะทกรกฝรั่ง (Passion Fruit) เป็นผลไม้ที่มาจากทวีปอเมริกาใต้ เมื่อผลสุกจะมีหลายสีตามสายพันธุ์ สีม่วง สีเหลือง สีส้ม รสชาติเปรี้ยวจัด จึงทำให้เสาวรสอุดมไปด้วยวิตามินซี นิยมนำมาเป็นเครื่องดื่ม แต่กลิ่นค่อนข้างรุนแรงจึงทำให้บางคนอาจจะไม่ชอบดื่ม ถึงอย่างไร เสาวรส ก็ยังมีสรรพคุณที่ดีมากมาย เสาวรสเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันไข้หวัดได้เป็นอย่างดี ใครที่รู้สึกว่าป่วยง่าย เป็นหวัดบ่อยๆ ควรรับประทานเสาวรสเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง เสาวรสสามารถรับประทานสดๆ ได้เลย โดยการเลือกเสาวรสที่มีคุณภาพดีมีผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวแห้ง ด้วยรสชาติที่เปรี้ยวจัดในต่างประเทศจึงนำมาทำเมนูของหวานเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมยิ่งขึ้น เช่น มูสเสาวรส ไอศกรีมเสาวรส แยมเสาวรส คุกกี้เสาวรส เม็กซิโกนำผลสดมาใส่พริกป่นและน้ำเลมอน ซึ่งประเทศไทยนิยมรับประทานสด โดยการใส่เกลือ พริกป่น รับรองว่าอร่อย

 

พลับ

ลูกพลับ 1 ผล จะมีวิตามินซี 66 มิลลิกรัม คนญี่ปุ่นจึงนิยมรับประทานลูกพลับ เพราะมีวิตามินซีสูงช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ต้านทานต่อแบคทีเรียและไวรัสที่ทำให้เกิดโรคได้

เคพกูสเบอร์รี่

เคพกูสเบอร์รี่ หรือ โทงเทงฝรั่ง มีรูปทรงรวมๆ อาจเหมือนโทงเทงไทย แต่ขนาด สี รสชาติต่างกัน สำหรับคนที่ไม่เคยรับประทาน สิ่งแรกที่อาจจะไม่ชอบคือ กลิ่น เคพกูสเบอร์รี่ถือเป็นผลไม้ที่กลิ่นหอมแบบเฉพาะตัว รูปร่าง รูปทรงและผิวด้านนอกเหมือนมะเขือเทศ เมื่อผ่าดูด้านในจะมีเมล็ดขนาดเล็กกระจายอยู่เต็มผล รสชาติเปรี้ยวอมหวานคล้ายๆ องุ่นผสมมะเขือ เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีสัมผัสที่น่าสนใจชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

เคพกูสเบอร์รี่ มีวิตามินซีสูงมากเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ซึ่งวิตามินซีจะช่วยป้องกันโรคต่างๆ ให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน ขับเสมหะ แก้เจ็บคอ แก้ไอ ช่วยลดอาการอักเสบในลำคอ

เคพกูสเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่ประโยชน์มากมายมีทั้งแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ โดยอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีคุณสมบัติป้องกันไข้หวัดและโรคภูมิแพ้ได้ ซึ่งปริมาณวิตามินซีในเคพกูสเบอร์รี่สูงเป็นสองเท่าของมะนาวเหลือง (Lemon) เลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินเอที่ช่วยป้องกันอาการตาบอดในที่มืด ทำให้สายตาดีขึ้น ช่วยให้ผิวพรรณสวยสดใส ผมสวยดกดำ นอกจากนี้ยังเป็นผลไม้ที่มีโปรตีนสูง มีวิตามินบี 1 และ บี 2 และยังพบสารแคโรทีนอยด์ที่เป็นสารช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจอีกด้วย

ส้ม และ มะนาว

ผลไม้ต้านโรคอย่าง ส้ม และมะนาว หรือผลไม้ในตระกูล Citrus ที่มีรสเปรี้ยว อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง โดยเฉพาะมะนาว สามารถบรรเทาอาการจากหวัดได้ โดยเฉพาะอาการเจ็บคอ ถือเป็นยาพื้นบ้านที่คนใช้ในการแก้หวัดมายาวนาน

ส้ม 100 กรัม มีวิตามินซี 53 มิลลิกรัม ซึ่งวิตามินซีจะช่วยรักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายแข็งแรง ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย

มะนาว มีสรรพคุณเด่นสุดในการใช้แก้อาการไอ เจ็บคอ ในน้ำมะนาวที่มีกรดซิตริก นอกจากสรรพคุณลดการอับเสบ ช่วยกำจัดเขื้อโรคที่ทำให้เจ็บคอแล้ว ยังมีประโยชน์ในการช่วยลดไข้ แก้กระหายน้ำ หรือแก้อ่อนเพลีย ในน้ำมะนาวมีสารสำคัญออกฤทธิ์ทางยาสมุนไพรสามารถบรรเทาอาการหวัดได้ด้วยการดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว เพราะช่วยเพิ่มรสชาติให้รับประทานได้ง่ายขึ้น และยังมีสารอาหารบางอย่างในน้ำผึ้งที่อาจช่วยบรรเทาอาการไอจากโรคหวัดได้ด้วย เช่น กรดอะมิโน สารฟลาโวนอยด์ และวิตามินต่างๆ ส่วนส้มเขียวหวานก็มีวิตามินซีสูง ช่วยแก้หวัดได้ดีเช่นกัน

 

มะละกอ

เป็ยผลไม้ที่มีเนื้อในสีเหลืองส้ม หุ้มด้วยเปลือกชั้นนอกบางๆ สีเขียว เปลี่ยนเป็นสีส้มหรือแดงเมื่อผลใกล้สุกเต็มที่แล้ว หากยังไม่ถูกผ่าออก มะละกอจะไม่ส่งกลิ่นใดๆ แต่เมื่อถูกปอกเปลือกและผ่าจนเห็นเนื้อใน มะละกอจะส่งกลิ่นหอมหวานออกมา นอกจากคนจะนิยมรับประทานมะละกอสุกเป็นผลไม้อาหารว่างแล้ว มะละกอยังนำมาประกอบอาหารไทยหลายชนิด โดยเฉพาะส้มตำ อาหารยอดนิยมและขึ้นชื่อเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทย

มะละกอ มีประโยชน์ค่อนข้างหลากหลาย มีสรรพคุณเป็นทั้งยารักษาโรค สรรพคุณมะละกอ เช่น ใช้เป็นยาระบาย ยาขับปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เป็นต้น และยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และบำรุงสายตา เช่น วิตามินเอ 47 ไมโครกรัม 6% เบต้าแคโรทีน 274 ไมโครกรัม 3% ลูทีนและซีแซนทีน 89 ไมโครกรัม วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียมธาตุโซเดียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน เป็นต้น

มะละกอ ถือเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงพอที่จะไล่หวัดได้เช่นกัน และยังมีเบต้าแคโรทีน วิตามินอี ที่ช่วยลดอาการไอ อาการอักเสบตามร่างกาย รวมถึงสามารถช่วยบรรเทาอาการหอบหืดเนื่องจากภูมิแพ้ได้เช่นกัน

 

แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล เต็มไปด้วยกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะวิตามินซีซึ่งช่วยต้านหวัดเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น แอปเปิ้ลยังมีสารฟลาโวนอยด์ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และยังทำให้ผิวสวยกระจ่างใสอีกด้วย

แอปเปิ้ลสีเขียว ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อผลกรอบ คุณประโยชน์ทางโภชนาการอาจไม่แตกต่างจากแอปเปิ้ลสีอื่นๆ มาก แต่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีน้ำตาลน้อยกว่า ให้พลังงานน้อยที่สุดในบรรดาแอปเปิ้ลทั้งหมด แอปเปิ้ลสีเขียวเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะมีปริมาณไฟเบอร์และวิตามินซีมากกว่าสีอื่นเล็กน้อย ซึ่งไฟเบอร์ดีต่อลำไส้ใหญ่ ส่วนวิตามินซีมีส่วนช่วยในเรื่องของการป้องกันไข้หวัด และโรคเลือดออกตามไรฟัน

แอปเปิ้ลสีเขียว มีพลังงาน 58 กิโลแคลอรี มีน้ำ 85.4 กรัม น้ำตาล 9.56 กรัม และโพแทสเซียม 120 กรัม แอปเปิ้ลสีแดง มีพลังงาน 59 กิโลแคลอรี มีน้ำ 85.33 กรัม น้ำตาล 10.48 กรัม และโพแทสเซีม 104 กรัม

แตงโม

แตงโม เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อนอย่างมาก เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีน้ำมาก ทำให้ร่างกายสดชื่น แถมเต็มไปด้วยวิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ทำให้สามารถช่วยป้องกันไข้หวัดรวมถึงบรรเทาอาการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ได้ดีอีกด้วย ในแตงโมมีวิตามินซีสูง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสูงขึ้น ช่วยป้องกันหวัด และบรรเทาอาการหวัดให้ดีขึ้นได้

การรับประทานผลไม้เป็นประจำและปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยไล่หวัดเสริมภูมิคุ้มกันแล้วยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ใครชอบผลไม้ชนิดใดเลือกได้ตามอัธยาศัยทั้งผลไม้ไทยและเทศ

 

ที่มา : น.ส.พ. กสิกร

บทความก่อนหน้านี้การปฏิบัติบำรุงสวนมะม่วง
บทความถัดไปทุเรียนไทยในสงครามทุเรียนโลก โอกาสหรือการแข่งขันในตลาดจีน