ไทยนิยม ยั่งยืน สร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร หลังรัฐบาลอุดหนุนงบให้สหกรณ์สร้างแก้มลิง

โครงการไทยนิยม ยั่งยืน สัมฤทธิ์ผล หลังรัฐบาลอุดหนุนงบกลางปี 2561ให้สถาบันเกษตรกร วงเงิน 1,786.781 ล้านบาท สร้างโกดัง ฉาง ลานตาก และจัดซื้ออุปกรณ์รวบรวมและแปรรูปผลผลิตการเกษตร ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 700,000 ตันต่อปี ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จทันรองรับผลผลิตในฤดูกาลปีนี้ สหกรณ์ใช้ประโยชน์เก็บชะลอและดูดซับสินค้าเกษตร ทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และยางพารา ไม่ให้ทะลักล้นตลาด พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้แปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพและราคาผลผลิตให้เพิ่มสูงขึ้น

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรงบกลางปี 2561 วงเงิน 1,786.781 ล้านบาท อุดหนุนให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อนำไปสร้างอุปกรณ์การตลาด พร้อมเครื่องมือในการรวบรวมและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1. โครงการจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร หรือแก้มลิง วงเงิน 1,074.98 ล้านบาท ใช้ก่อสร้างโกดัง ฉาง ลานตาก ไซโลและเครื่องอบลดความชื้น รวบรวมผลผลิตไม่น้อยกว่า 700,000 ตันต่อปี 2. โครงการสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร วงเงิน 415.441 ล้านบาท ใช้สร้างอุปกรณ์แปรรูปและตรวจสอบคุณภาพผลผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร 9 ชนิด ได้แก่ ข้าว ผักผลไม้ สมุนไพร ปาล์มน้ำมัน กาแฟ โคนม ประมง ปศุสัตว์ และมันสำปะหลัง โดยนำไปสร้างโรงสีข้าว ห้องเย็น อาคารแปรรูปผลผลิต และจัดซื้อเครื่องชั่ง เครื่องคัดเกรดและ อุปกรณ์แปรรูปเพื่อพัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต ไม่น้อยกว่า 56,000 ตันต่อปี 3. โครงการเพิ่มศักยภาพการรวบรวมและการแปรรูปยางพารา ในสถาบันเกษตรกร วงเงิน 283.997 ล้านบาท สร้างโรงรวบรวมและอุปกรณ์แปรรูปยางพารา ไม่น้อยกว่า 150,000 ตันต่อปี

สำหรับความคืบหน้าของทั้ง 3 โครงการ ขณะนี้การก่อสร้างปัจจัยพื้นฐานและอุปกรณ์การตลาดต่างๆ ส่วนใหญ่ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2561 และสามารถทันใช้รองรับผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ต่างๆ ได้ทันฤดูกาลปี 2561/62 ซึ่งโครงการจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตร หรือแก้มลิง ดำเนินการเสร็จแล้ว 132 สหกรณ์ และได้ใช้ประโยชน์แล้ว 87 แห่ง สามารถรวบรวมผลผลิตข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง 162,446.298 ตัน โครงการสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ดำเนินการเสร็จแล้ว 93 สหกรณ์ ได้ใช้ประโยชน์แล้ว 49 แห่ง รวบรวมผลผลิตได้ 15,077.37 ตัน มูลค่า 300.6913 ล้านบาท และสามารถใช้ในการแปรรูปผลผลิตการเกษตร 2,649.094 ตัน มูลค่า 66.7683 ล้านบาท โครงการเพิ่มศักยภาพการรวบรวมและแปรรูปยางพาราในสถาบันเกษตรกร ดำเนินการเสร็จแล้ว 57 สหกรณ์ ใช้ประโยชน์รวบรวมผลผลิตยางพาราแล้ว 27,786.72 ตัน และสามารถแปรรูปยางพาราคิดเป็นมูลค่า 45.0197 ล้านบาท

“กรมส่งเสริมสหกรณ์มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการและสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในทุกสหกรณ์ที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณ ภาพรวมสหกรณ์ส่วนใหญ่ดำเนินการด้วยความเรียบร้อยเสร็จทันเวลา และสามารถใช้ประโยชน์อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ในการเก็บชะลอและรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เกษตรกรไม่ต้องขนส่งผลผลิตไปขายนอกพื้นที่ ช่วยประหยัดต้นทุนค่าขนส่ง ขณะนี้หลายสหกรณ์ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและอุปกรณ์การตลาดที่ได้รับ นำไปรวบรวมข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา ในช่วงที่ผลผลิตออกมาจำนวนมาก เพื่อเก็บชะลอไว้ไม่ให้ออกสู่ตลาดพร้อมกัน ทำให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ สำหรับในปี 2562 กรมมีแผนอบรมการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์การตลาดและเครื่องมือ สำหรับรวบรวมและแปรรูปสินค้าเกษตรแต่ละชนิดให้กับเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับผลผลิตแต่ละชนิดที่จะออกตามฤดูกาล รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรพัฒนาผู้จัดการสหกรณ์เป็นนักบริหารมืออาชีพ ส่งเสริมความรู้การทำแผนธุรกิจ การพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารโกดังเก็บสต๊อกสินค้า และการเชื่อมโยงธุรกิจกับภาคเอกชน เพื่อขยายช่องทางตลาดรองรับผลผลิตของเกษตรกร” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ซี.พี. กัมพูชา สนับสนุนสัมมนาวิชาการป้องกันโรค ASF
บทความถัดไปกรมส่งเสริมการเกษตร เผยผลการคัดเลือกเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2562