ลำไยภาคเหนือติดดอกมาก สศก. เผย ผลผลิตรวมกว่า 6 แสนตัน ออกตลาดมากสุด ส.ค. 63

นายพลเชษฐ์ ตราโช
นายธวัชชัย เดชาเชษฐ์

นายพลเชษฐ์ ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ ครั้งที่ 3/2563 (ข้อมูล ณ 2 มิถุนายน 2563) โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ พบว่า ลำไยของแหล่งผลิตหลัก 8 จังหวัดภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ น่าน) มีผลผลิตรวม จำนวน 635,394 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 620,379 ตัน (เพิ่มขึ้น 15,015 ตัน หรือร้อยละ 2.42) โดยคาดว่าผลผลิตในฤดูจะออกสู่ตลาดประมาณช่วงปลายเดือนมิถุนายน – กันยายน 2563 และจะออกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม ประมาณ 225,127 ตัน หากจำแนกลำไยในฤดูและ นอกฤดูพบว่า ผลผลิตลำไยในฤดู มีจำนวน 386,065 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 331,335 ตัน (เพิ่มขึ้น 54,730 ตัน หรือร้อยละ 16.52) เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย หนาวเย็นต่อเนื่อง ส่งผลให้ลำไยมีการติดดอกออกผลมาก โดยราคาลำไยที่เกษตรกรขายได้ ณ วันที่ 26 มิถุนายน 63 ตลาดเชียงใหม่และลำพูน แบ่งเป็นตามเกรด ดังนี้ ลำไยสดช่อ เกรด AA กิโลกรัมละ 33 บาท, เกรด A กิโลกรัมละ 28 บาท, เกรด B กิโลกรัมละ 17 บาท เกรด C กิโลกรัมละ 8 บาท และเกรด AA+A  กิโลกรัมละ 29 บาท ส่วนลำไยรูดร่วง เกรด AA กิโลกรัมละ 19, เกรด A กิโลกรัมละ 14 บาท, เกรด B กิโลกรัมละ 6 บาท และเกรด C กิโลกรัมละ 1 บาท  สำหรับลำไยนอกฤดู มีจำนวน 249,329 ตัน ลดลงจาก ปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 289,044 ตัน (ลดลง 39,715 ตัน หรือร้อยละ 13.74) เนื่องจากปีที่แล้วสภาพอากาศแห้งแล้ง ส่งผลให้การทำลำไยนอกฤดู ไม่ได้ผลเท่าที่ควร

สถานการณ์ด้านตลาด ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ จีน และอินโดนีเซีย สำหรับปี 2563 การ  ส่งออกยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ถึงแม้ว่าปัจจุบันตลาดจีนจะเริ่มเปิดการซื้อขายบ้างแล้วแต่ยังค่อนข้างซบเซาเนื่องจากติดปัญหาด้านการขนถ่ายสินค้า

ด้าน นายธวัชชัย เดชาเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ (สศท.1) กล่าวเสริมว่า สำหรับแนวทางการบริหารจัดการลำไยภาคเหนือ คณะทำงานได้ร่วมกันวางแนวทางการบริหารสมดุล Demand-Supply โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการ สำหรับความต้องการผลผลิตส่วนใหญ่จะเน้นการแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง ทั้งเปลือก อบแห้งเนื้อสีทอง น้ำลำไยสกัดเข้มข้น และลำไยกระป๋อง จำนวน 269,021 ตัน บริโภคสดในประเทศจำนวน 69,102 ตัน และส่งออกลำไยสด จำนวน 47,942 ตัน อย่างไรก็ตาม เดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่ผลผลิตกระจุกตัว อาจส่งผลกระทบด้านราคา หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การตลาด และบริษัทประชารัฐในจังหวัด ได้มีการเตรียมแผนบริหารจัดการสินค้าและเชื่อมโยงกับตลาดภายนอกจังหวัดเพื่อบริหารจัดการผลผลิตในช่วงที่ผลผลิตออกกระจุกตัว อาทิ การจำหน่ายลำไยเพื่อบริโภคสดในประเทศ โดยมุ่งเน้นกระจายออกนอกแหล่งผลิตผ่าน Modern Trade ตลาดประชารัฐ ตลาดสดในจังหวัด เครือข่ายสหกรณ์ และการจัดมหกรรมสินค้าเกษตรของจังหวัด โอกาสนี้ ขอเชิญชวนผู้บริโภคทุกท่านร่วมสนับสนุนผลผลิตลำไยของเกษตรกร ซึ่งพร้อมออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และเป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรในการผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพต่อไป

หากท่านใดที่สนใจข้อมูลสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ (สศท.1) โทร. (053) 121-318 หรือ  อี-เมล zone1@oae.go.th

 

 

บทความก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งปั้นนักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม …เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
บทความถัดไปมนัญญา เดินหน้าเปิดทางเกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์ สารอินทรีย์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นใน วอ. 2 เป็น วอ.1 เพื่อใช้ในแปลงเกษตรดันไทยเป็นครัวโลกยกสะเดาเป็นแม่แบบ ตั้งเป้าได้แนวปฏิบัติก่อนสิ้น ก.ค.