สวทช. จับมือ สพภ. ผนึกกำลังพันธมิตร 31 องค์กร 25 ชุมชน จัดงานประชุมวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรด้านความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความ หลากหลายทางชีวภาพ (International Conference on Biodiversity 2019: IBD2019) ขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2562 ณ ชั้น 21-22 เซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันยกระดับงานวิจัยและอนุรักษ์ รวมทั้งการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจากความหลากหลายทางชีวภาพนี้ อันจะมีประโยชน์อย่างสูงในการส่งมอบทรัพยากรที่มีคุณค่าให้กับประเทศ สร้างความมั่นคั่ง และยั่งยืนต่อไป

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ สูงสุด 8 อันดับแรกของโลก และสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีพืชไม่น้อยกว่า 12,000 ชนิด ร้อยละ 8 ของพืชที่คาดว่ามีอยู่ในโลก และมีจุลินทรีย์ราว 150,000-200,000 ชนิด ร้อยละ 5-6 ของจุลินทรีย์ที่คาดว่ามีอยู่ในโลก ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาประเทศบนฐานทรัพยากรชีวภาพทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้องการการวิจัย และการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานทั้งที่เป็นความรู้สมัยใหม่และความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการบูรณาการเชื่อมต่อกับศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อม สภาวะโลกร้อน ภัยพิบัติ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรชีวภาพ ทำให้ต้องเร่งสร้างความรู้ พัฒนาการวิจัย และบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่ทำวิจัยและคุ้มครองปกป้องทรัพยากรชีวภาพทั้งภายในและต่างประเทศ

ด้วยความสนพระทัยและทรงห่วงใยเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประเทศไทยยังขาดศูนย์กลางการประสานงานของหน่วยงานต่างๆ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จึงได้จัดตั้ง “คณะกรรมการเครือข่ายวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” ในปี 2559 โดยมี สวทช. เป็นฝ่ายเลขานุการฯ คณะกรรมการประกอบด้วยคณะนักวิจัย นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อสานต่อพระราชดำริ และผลักดันให้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพเป็นวาระแห่งชาติ เกิดการจัดทำกรอบนโยบายระดับชาติด้านการส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพเเละระบบนิเวศ รวมถึงการผลักดันให้เกิดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น เพื่อประกาศให้สาธารณชนและผู้กำหนดนโยบายได้รับทราบถึงคุณค่าของทรัพยากรชีวภาพ และพลังของชุมชนในการร่วมกันอนุรักษ์ ดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับงานประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ International Conference on Biodiversity 2019 (IBD2019) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัยและวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั้งในและต่างประเทศ เช่น ด้านอนุกรมวิธาน ด้านนิเวศวิทยา ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูถิ่นอาศัยทั้งในและนอกถิ่นกำเนิด เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนำความหลากหลายทางชีวภาพส่งเสริมเศรษฐกิจฐานชีวภาพอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการประชุมที่รวบรวม และประชาสัมพันธ์ผลงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย ชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒนาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนไทย

นอกจากนี้ สวทช. ยังจัดให้มีการประชุม นำเสนอผลงาน สัมมนา และบรรยายพิเศษจากวิทยากรทั้งใน และต่างประเทศ 116 คน จาก 27 ประเทศ ในหัวข้อหลัก 4 หัวข้อ ได้แก่ Species in Natural Ecosystem, Utilization, Impact and Threat, and Biodiversity Management และยังได้เชิญวิทยากรจากนักพฤกษศาสตร์ 16 ท่าน จากสวนพฤกษศาสตร์ชั้นนำของโลก มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพืชและการรวบรวมพืชในสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากเป็นแหล่งรวมความรู้และรักษาเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดนิทรรศการที่แสดงความมั่งคั่งทางทรัพยากรชีวภาพของประเทศจากภูเขาสู่ทะเล “Discovers the Treasures and Unique Biodiversity in Thailand (From the Mountain to the Sea) และกิจกรรมสาธิตเพื่อส่งเสริมอาชีพ และการแสดงผลิตภัณฑ์ของชุมชน

นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (สพภ.) กล่าวว่า ในการประชุมวิชาการนานาชาติ IBD2019 นี้ สพภ. รับผิดชอบในการจัดนิทรรศการด้วยการรวมพลังของทุกหน่วยงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ในประเทศไทยทั้งราชการ เอกชน ธุรกิจ และภาคประชาชน รวม 31 องค์กร 25 ชุมชน ร่วมกันจัดกิจกรรมนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ” หรือ “Bio-Wealth Country” ประกอบด้วยนิทรรศการ 9 ส่วน

อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการวิทยาศาสตร์และลานเรียนรู้สำหรับเยาวชน นิทรรศการด้านการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนท้องถิ่น นิทรรศการความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการเก็บรักษาในระยะยาว นิทรรศการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและอนุรักษ์ รวมทั้งกิจกรรมสาธิตเพื่อส่งเสริมอาชีพ และการแสดงผลิตภัณฑ์ของชุมชน ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ถึงความอุดมสมบรูณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพบนผืนแผ่นดินไทย ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำมาใช้สร้างประโยชน์ พัฒนาประเทศ และสร้างเสริมความอยู่ดีกินดีของประชาชนอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงการดูแลรักษา และการคงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพนั้นๆ ด้วย

การประชุมครั้งนี้ร่วมสนับสนุนโดย กองทุนเพื่อการศึกษายั่งยืน มูลนิธิสวิตา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและ นิทรรศการ (องค์การมหาชน) และขอขอบคุณหน่วยงานสปอนเซอร์ ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท ซินเจนทาประเทศไทย

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานเพื่อชมนิทรรศการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และติดต่อสอบถามได้ที่ www.ibd2019.org หรือ โทร. 0 2564 6700 ต่อ 3379-3328

บทความก่อนหน้านี้สั่ง ‘มอนซานโต’ จ่ายเหยื่อมะเร็งยาฆ่าหญ้า ‘ราวด์อัพ’ อีกกว่า 6 หมื่นล้านบาท
บทความถัดไปซีพีเอฟ ผนึกกำลัง จ.ตราด รักษาสิ่งแวดล้อมและหาดทรายขาว ถวายเป็นพระราชกุศล ในหลวง ร.10