กรมส่งเสริมการเกษตร เผยล่าสุดเกษตรกรเกือบ 300 ครัวเรือน ได้สิทธิ์รับความช่วยเหลือกรณีปลูกพืชหลังนาแล้ว

กรมส่งเสริมการเกษตร เผยยอดเกษตรกรล่าสุดเกือบ 300 ครัวเรือน ผ่านการตรวจสอบและรับรองสิทธิ์เข้ารับความช่วยเหลือกรณีปลูกพืชหลังนาแล้ว ย้ำผู้สนใจยังสมัครได้ถึง 15 สิงหาคม 2562 โดยตรวจสอบเงื่อนไขเวลารับสมัครในแต่ละพื้นที่

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากรายงานติดตามความก้าวหน้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 พบเกษตรกรแจ้งขอปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2561/62 กว่า 2 แสนครัวเรือน พื้นที่รวมเกือบ 2 ล้านไร่ โดยผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการระดับตำบลเพื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 3,668 ครัวเรือน พื้นที่รวม 27,907.24 ไร่ ทั้งนี้ กรรมการระดับอำเภอลงนามแล้ว จำนวน 294 ครัวเรือน พื้นที่รวม 2,102.36 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2562) โดยการสมัครเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็นพื้นที่ต่างๆ ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง ขณะนี้อยู่ในช่วงรับสมัคร ตรวจสอบและรับรองสิทธิ์เกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ จนถึง 31 พฤษภาคม 2562 ส่วนพื้นที่ภาคใต้ สามารถปรับปรุง/ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 15 กรกฎาคม 2562 ซึ่งจะเปิดรับสมัคร ตรวจสอบและรับรองสิทธิ์เกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ จนถึง 15 สิงหาคม 2562 และพื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่ลุ่มต่ำและภาคใต้ เกษตรกรสามารถปรับปรุง/ขึ้นทะเบียนเกษตรกร และสมัครเข้าร่วมโครงการตามขั้นตอนได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้ำและศัตรูพืชซึ่งสูงกว่าฤดูกาลปกติ ในอัตราไร่ละ 600 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ หรือไม่เกิน 9,000 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ควบคู่กับสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร รักษาศักยภาพการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

นายสำราญ สาราบรรณ์

สำหรับคุณสมบัติเกษตรกรและเงื่อนไขที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ ประกอบด้วย 1. มีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ 2. เป็นหัวหน้าครัวเรือน 1 สิทธิ์/ครัวเรือน (ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร) 3. พื้นที่ปลูกมีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย 4. ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนาปี 2561/62 ในแปลงปลูกข้าวนาปี ในรอบ 3 ปี (2559-2561) ปีใดปีหนึ่ง พื้นที่ 1 งานขึ้นไป แต่ไม่เกิน 15 ไร่ 5. หากปลูกพืชหลังนามากกว่า 1 ชนิด เลือกชนิดพืชขอรับการช่วยเหลือได้ รวมกันไม่เกิน 15 ไร่ ต่อครัวเรือน 6. กรณีปลูกพืชอายุสั้นหลายรอบการผลิตในพื้นที่เดียวกัน เช่น พืชผัก ขอรับการช่วยเหลือได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น 7. หากเปลี่ยนแปลงเลขที่เอกสารสิทธิใหม่ เช่น แบ่งโฉนดแบ่งขาย เปลี่ยนเลขที่โฉนด ฯลฯ ต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบสิทธิ์โครงการ ระดับตำบลตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่นาที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ 8. เปิดบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. โดยพืชที่ร่วมโครงการนี้ได้คือพืชผักและพืชไร่ ยกเว้น อ้อย สับปะรด พืชปรับปรุงบำรุงดิน พืชปุ๋ยสด ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล และไม้ยืนต้น ที่ปลูกหลังทำนาปี ทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง และต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร สามารถยื่นขอรับสิทธิ์ช่วยเหลือตามโครงการนี้ได้ตามพื้นที่ปลูกจริง ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการช่วยเหลืออื่นของภาครัฐที่มีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน ในปี 2561/62 และได้รับการช่วยเหลือแล้ว เช่น โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง ปี 2562 โครงการช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งอื่นใด ซึ่งพื้นที่ได้รับความช่วยเหลือแล้วไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ส่วนพื้นที่ที่เหลือจากแปลงเดียวกันที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือสามารถเข้าร่วมได้ โดยสามารถแจ้งยืนยันขอรับสิทธิเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 ได้ด้วยตนเองที่ สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก และนำเอกสารหลักฐาน ประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชน และใบมอบอำนาจ หากไม่สามารถมาด้วยตนเอง

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2560/61 ประเทศไทยปลูกข้าวนาปี-นาปรังได้ผลผลิตรวม 32.63 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งเกินความต้องการของตลาด แต่พืชหลากหลายอื่น โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังไม่พอป้อนตลาด จึงขอเชิญชวนเกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย ซึ่งมีโครงการรัฐสนับสนุน จะทำให้มีรายได้ดีกว่าข้าว ช่วยป้องกันปัญหาราคาและผลผลิตข้าวล้นตลาด ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถขอคำแนะนำช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

บทความก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดเวทีรับฟังความเห็นร่างกฎกระทรวงกำกับสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน ก่อนทยอยประกาศใช้ภายใน 2 ปี
บทความถัดไปกระดาษทิชชู โฉมใหม่…ย่อยสลายง่าย ไม่ทำให้ท่ออุดตัน